banner_blank

banner_blank

HOT NEWS

เศรษฐกิจพอเพียงกับการลงทุน (ตอนที่ 2)


แนวคิด 3 คุณสมบัติสำคัญในเศรษฐกิจพอเพียง คือ พอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน เป็นแนวคิดที่เป็นสากล และเป็นการอธิบายทฤษฎีทางการเงินการลงทุนที่ค่อนข้างมีความยาก ให้ง่ายต่อความเข้าใจ และนำไปประยุกต์ปฏิบัติได้ง่ายขึ้น

คราวที่แล้ว ได้ทำความรู้จักกับแนวคิด ในการประยุกต์ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สำหรับวิชาการทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับสาขาการลงทุน

1484020311574

โดยเริ่มต้นที่การแนะนำถึงคุณสมบัติสำคัญ 3 ประการของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ว่าด้วย พอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน บนเงื่อนไขสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ การใช้ความรู้ และมีคุณธรรม เริ่มต้นที่คุณสมบัติสำคัญประการแรกคือ ความพอประมาณ ซึ่งคราวนี้จะเริ่มต้นด้วยการแสดงรูปองค์ประกอบการตัดสินใจในการบริโภคของบุคคลที่ขึ้นอยู่กับการบริโภคในปัจจุบัน และการลงทุนเพื่อการบริโภคในอนาคต โดยความเชื่อของนักวิชาการทางการเงินก็คือ การตัดสินใจของบุคคลนั้น ทำไปเพื่อการบรรลุความพึงพอใจสูงสุด

คุณสมบัติข้อสอง ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล พิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆอย่างรอบคอบ ซึ่งการตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงสำหรับการลงทุนนั้น ก็คือการรู้จักตัวเองอย่างที่เรียกว่า know yourself ซึ่งการรู้จักตัวเองนั้น ต้องเริ่มตั้งแต่รู้จักพฤติกรรมการใช้จ่ายของตัวเอง ตลอดจนรายได้ของตัวเองที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา สำหรับการจัดการความมั่งคั่งของตัวเองที่เรียกว่า wealth management หรือ personal finance

ดังจะเห็นว่าก่อนที่จะมีการวางแผนการทางการเงินของตัวเองใด ๆ ก็ตาม จำเป็นจะต้องมีการวิเคราะห์รายได้และรายจ่ายของตัวเอง ด้วยการทำงบการเงินส่วนบุคคล (personal financial statement) เสียก่อน การวิเคราะห์เช่นนี้ก็จะทำให้ได้ทราบว่ามีรายจ่ายที่ไม่จำเป็นมีอะไรบ้าง จะลดทอนลงไปอย่างไร

ซึ่งการคิดว่าจะตัดรายจ่ายอะไรออกไปนั้น อาจจะต้องคำนึงหลักสำคัญอย่างหนึ่งคือ ต้องทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ไม่ได้ตกต่ำลงไปและนอกจากนั้นก็ควรจะเห็นกระแสรายได้ที่เกิดขึ้น จะได้ช่วยวางแผนได้ว่า ทำอย่างไรจึงจะสามารถเพิ่มความสามารถในการหารายได้ต่อไปได้อีก โดยไม่ทำให้ตัวเองลำบากมากกว่าปัจจุบัน การรู้จักตัวเองที่เกี่ยวกับพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยกับความสามารถในการหารายได้นั้น เป็นการทบทวนเรื่องของตัวเองเบื้องต้น และเมื่อจะมีการลงทุนด้วยเงินส่วนที่เหลือจากการจับจ่ายใช้สอยแล้วก็ต้องรู้จักตัวเองอีกขั้นหนึ่ง

กล่าวคือต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับการทนได้ต่อความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการลงทุนหรือระดับความไม่ชอบความเสี่ยงและการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง(risk aversion degree) เพื่อใช้ในการกำหนดกลยุทธการลงทุน ตลอดจนสินทรัพย์เพื่อการลงทุนที่เหมาะสมกับการทนได้ต่อความเสี่ยงของตนเอง

เหล่านี้ถือเป็นเหตุและปัจจัยของแต่ละบุคคลที่มีความแตกต่างกัน แต่เป็นการวิเคราะห์ด้วยเหตุผล และการดำเนินการลงทุนว่าจะลงทุนมากหรือน้อยแค่ไหนนั้นก็เป็นไปตามเหตุและปัจจัยที่มีความแตกต่างไปตามบุคคลแต่ละบุคคล

ซึ่งหากคิดถึงบริบทของประเทศไทย ก็จะได้แก่ธุรกิจบริษัทหลักทรัพย์ที่ให้บริการนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ รวมทั้งบริการแนะนำการลงทุน รวมทั้งธุรกิจของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่ให้บริการลูกค้านักลงทุน โดยมีการออกหน่วยลงทุนของกองทุนประเภทต่าง ๆ ให้นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนหน่วยลงทุนเหล่านั้น

การที่นักลงทุนแต่ละคนจะเลือกลงทุนในหน่วยลงทุนอะไร หรือหน่วยลงทุนของกองทุนประเภทใด ก็ต้องขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการลงทุน ตลอดจนลักษณะนิสัยและพฤติกรรมการลงทุนของแต่ละบุคคลที่มีความแตกต่างกัน ดังนั้น ธุรกิจเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น บริษัทหลักทรัพย์ หรือ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เมื่อจะให้บริการนักลงทุนซึ่งเป็นลูกค้าของตนเอง ก็ต้องทำความรู้จักลูกค้าของตัวเอง รวมทั้งพิสูจน์ทราบความมีตัวตนของลูกค้านั้นให้ถูกต้อง

คุณสมบัติข้อสาม ภูมิคุ้มกัน หมายถึงการเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต คุณลักษณะของเศรษฐกิจพอเพียงข้อนี้ ก็มีความน่าสนใจในเชิงการลงทุนอีกเช่นเดียวกัน กล่าวคือการลงทุนใดๆนั้นเราถูกสอนกันมาเนิ่นนานว่าให้คิดถึงผลตอบแทนที่คาดหวัง (expected return) กับให้เข้าใจว่า ความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุนนั้นมีประเภทใดบ้าง และสามารถจะประเมินความเสี่ยงจากการลงทุนนั้นได้อย่างไร

เมื่อพิจารณาคุณสมบัติข้อนี้แล้ว อาจจะเห็นได้ว่าภูมิคุ้มกันที่พูดในเรื่องนี้ก็คือการทำความเข้าใจกับเรื่องความเสี่ยง อันหมายถึงเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตโดยที่เรายังไม่ทราบแน่ชัดในขณะนี้ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง หลายคนคงจะรู้จักเรื่องนี้ว่าเป็นการบริหารความเสี่ยง (risk management) และการบริหารความเสี่ยงจากการลงทุนก็เป็นความรู้ หรือแนวทางการปฏิบัติที่จำเป็นอย่างหนึ่งเมื่อคิดว่าจะลงทุน (ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน หรือจะเป็นการลงทุนในสินทรัพย์จริง ซึ่งก็คือการทำธุรกิจต่าง ๆ นั่นเอง)

การคาดการณ์ไว้ก่อนนั้น เป็นวิสัยและนิสัยที่นักลงทุนทั้งหลายควรจะต้องมี หากไม่มีการคาดการณ์ล่วงหน้าว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับสินทรัพย์ที่ตนเองลงทุนแล้ว เมื่อมีเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่พึงประสงค์หรือไม่พึงประสงค์ก็ตาม นักลงทุนคงจะไม่สามารถปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง และการที่ไม่สามารถปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้องในแต่ละกรณีนั้น อาจจะนำมาซึ่งความเสียหายจากการลงทุน หรืออย่างน้อย ก็ทำให้การลงทุนของตนนั้นไม่ประสบผลสำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้

จะเห็นได้ว่าแนวคิด 3 คุณสมบัติสำคัญในเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวคิดที่เป็นสากลและเป็นการอธิบายทฤษฎีทางการเงินการลงทุนที่ค่อนข้างมีความยากให้ง่ายต่อความเข้าใจ และนำไปประยุกต์ปฏิบัติได้ง่ายขึ้นด้วยซ้ำไป เราอาจจะคุ้นเคยกับการนำเอาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์เป็นทฤษฎีใหม่ ที่พูดถึงการทำการเกษตร โดยมีการแบ่งทรัพยากรเป็นส่วน ๆ และคำนึงถึงคุณสมบัติต่าง ๆและเงื่อนไขสำคัญ จึงไม่ค่อยคุ้นเคยกันมากนักในการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ในเรื่องอื่น

เมื่อพยายามจับหลักการให้ชัดเจนประยุกต์กับแนวคิดทางการเงินและการลงทุน จึงพบว่าสามารถประยุกต์ให้เห็นภาพได้ชัดเจนและอาจจะง่ายกว่าการอธิบายแนวคิดทางการเงินการลงทุนแบบเดิมๆที่สอนกันอยู่ในห้องเรียนได้ด้วยซ้ำไปจึงอยากจะนำมาเผยแพร่ โดยเริ่มต้นที่คุณสมบัติสำคัญ 3 ประการ และในลำดับถัดไป ก็จะวิเคราะห์ถึง 2 เงื่อนไขของหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เกิดความเข้าใจในทฤษฎีทางการเงินและการลงทุนในแบบที่เข้าใจในทางปฏิบัติได้ต่อไป

เรื่องโดย : ดร.สันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ติดตามได้ในวารสารการเงินธนาคาร ฉบับเดือนมกราคม 2560 ฉบับที่418