วารสารการเงินธนาคาร
CEO Talk : ปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)

ปรียนาถ สุนทรวาทะ

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)



B.GRIMM POWER ประกาศศักดาโรงไฟฟ้าไทย

เดินหน้าขยายลงทุนทั่วภูมิภาค

“ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของบริษัทจนกระทั่งถึงปัจจุบัน มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 35.9% ต่อปี และอนาคตยังมีศักยภาพในการเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นไปจนถึงระดับ 5,000 เมกะวัตต์ ด้วยการบริหารจัดการที่ดี มีทีมงานที่พร้อม เรียกได้ว่าเป็น Partner of Choice ในระดับภูมิภาค”

ประเทศไทยมีการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นตามการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยไฟฟ้าเป็นพลังงานที่ถูกใช้มากเป็นอันดับ 2 รองจากน้ำมันสำเร็จรูป ซึ่งมาจากความต้องการภาคอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือน ทำให้การสร้างความมั่นคงและความเพียงพอของกำลังการผลิตไฟฟ้าเป็นสิ่งสำคัญของประเทศไทย หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าภายใต้โครงการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก หรือ SPP (Small Power Producer) ขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศนับตามกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้ง (Installed Capacity) คือ บริษัท บี. กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ B.GRIMM POWER ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มบี.กริม ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมานานกว่า 139 ปี โดย B.GRIMM POWER ถือหุ้นในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมค้า (Holding Company) มีธุรกิจหลักเป็นการผลิตและขายไฟฟ้า ไอน้ำ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ B.GRIMM POWER กำลังอยู่ในช่วงก้าวย่างสำคัญ คือ การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

ปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงภาพรวมของ B.GRIMM POWER ในปัจจุบันว่า บริษัทมีโรงไฟฟ้าที่ดำเนินการผลิตไฟฟ้าแล้ว 28 โรง รวมกำลังการผลิตทั้งหมด 1,626 เมกะวัตต์ โดยแบ่งเป็นโรงไฟฟ้า SPP พลังความร้อนร่วม จำนวน 12 โรง กำลังการผลิต 1,498 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 15 โรง กำลังการผลิต 114 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานดีเซล 1 โรง กำลังการผลิต 13 เมกะวัตต์


ขยายโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน พร้อมกระจายลงทุนต่างประเทศ

สำหรับแผนงานที่สำคัญของปี 2560 ปรียนาถ กล่าวว่า บริษัทมีแผนการลงทุนครั้งใหญ่ในการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) โดยเตรียมพื้นที่โครงการไว้หลายแห่งทั่วประเทศ ซึ่งอยู่ในที่ดินที่ถูกต้อง และผ่านการพิจารณาวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ ทั้งระบบสายส่ง การประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและผ่านการทำประชาพิจารณ์ (Public Hearing) เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น จึงมีความพร้อมในการลงทุนเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม ซึ่งกำลังจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างและมีสัญญาขายไฟให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) กำลังการผลิตรวม 16 เมกะวัตต์  

ติดตามคอลัมน์ CEO Talk  ได้ในวารสารการเงินธนาคาร ฉบับเดือนมีนาคม 2560 ฉบับที่ 419 


Related News