Money Tips
ส่องรูปแบบกลโกงแชร์ลูกโซ่

            ในยุคที่การติดต่อสื่อสารผ่าน Social Media ถูกใช้อย่างแพร่หลาย ด้วยความสะดวกและรวดเร็วในการรับส่งข้อมูล รวมถึงการหาเพื่อนใหม่หรือการสร้างเครือข่ายของคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนก็เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ซึ่งการเข้าถึงโลกออนไลน์ที่สะดวกและสามารถส่งต่อข้อมูลระหว่างกันได้รวดเร็วนั้น แม้จะมีคุณประโยชน์ในหลายด้าน แต่หากถูกใช้ไปในทางที่ผิดหรือถูกใช้โดยผู้ไม่หวังดีก็ทำให้เกิดภัยที่เป็นโทษได้เช่นเดียวกัน

            จากเหตุการณ์หลอกลวงที่เกิดขึ้นหลายกรณีในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่ออนไลน์ การหลอกระดมทุนต่างๆ สิ่งเหล่านี้แท้จริงแล้วเป็นกลโกงที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด เพียงแต่มีการปรับเปลี่ยนรูปโฉมให้แยบยลซับซ้อนและตอบโจทย์คนในแต่ละยุคสมัยมากขึ้น ดังนั้น ประชาชนจึงต้องมีความรู้เป็นเกราะป้องกันภัยเพื่อไม่ให้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ

เน้นจูงใจด้วยผลตอบแทนสูงลิ่ว

ลวงเหยื่อตายใจปันผลแค่ช่วงแรก

            สำหรับข้อสังเกตเบื้องต้นของธุรกิจที่เป็นแชร์ลูกโซ่ คือ ธุรกิจมีเป้าหมายต้องการระดมเงินจากประชาชนจำนวนมาก ด้วยการชักจูงหรือเชิญชวนให้นำเงินมาลงทุน พร้อมกับให้สัญญาและการันตีผลตอบแทนที่จะจ่ายภายในระยะสั้น

            โดยผลตอบแทนที่ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ใช้จูงใจจะค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากทั่วไป ทำให้ผู้ถูกชักชวนมองว่าน่าสนใจและคุ้มค่าที่จะเสี่ยง ประกอบกับมีระยะเวลาในการลงทุนที่ไม่ยาวมาก เมื่อลงทุนไประยะหนึ่งแล้วแชร์ลูกโซ่จะสร้างความเชื่อใจโดยการจ่ายผลตอบแทนในครั้งแรกๆ ตามที่กำหนด เพื่อทำให้ผู้ถูกชักชวนหลงเชื่อว่าธุรกิจหรือสิ่งที่ลงทุนนั้นมีผลตอบแทนดี จนยินยอมนำเงินมาลงทุนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจจะมีการจ่ายผลตอบแทนให้อีกไม่กี่ครั้งหรือจนกระทั่งวงแชร์จ่ายผลประโยชน์ไม่ไหวหลังจากนั้นก็จะทำการหลบหนี

            ทั้งนี้ จุดสำคัญของผู้ที่ทำแชร์ลูกโซ่มักจะต้องการระดมเงินจากคนจำนวนมาก ไม่ใช่การลงทุนจากคนเพียงคนเดียวหรือไม่กี่คน ซึ่งในอดีตการแพร่ขยายของแชร์ลูกโซ่จะอาศัยการบอกต่อ โดยให้คนที่หลงเชื่อชวนเพื่อนหรือคนใกล้ชิดมาลงทุนและเพิ่มผลตอบแทนพิเศษหากสามารถชักชวนให้คนมาสมัครเป็นสมาชิกหรือลูกข่ายเพิ่มได้ แต่ในปัจจุบันด้วยช่องทาง Social Media ทำให้การแพร่กระจายของแชร์ลูกโซ่เกิดเป็นวงกว้างในระยะเวลาอันรวดเร็ว ยกตัวอย่างเช่น การส่งต่อข้อมูลให้เพื่อนใน Facebook หรืออยู่ใน Group แอพพลิเคชั่น Line ที่แชร์ข้อมูลระหว่างกันได้ง่าย

          เนื่องจากการหลอกลวงลงทุนในธุรกิจแชร์ลูกโซ่และการชักชวนลงทุนโดยจงใจฉ้อโกงมีรูปโฉมปรับเปลี่ยนให้เข้าตามยุคสมัย “วารสารการเงินธนาคาร” จึงได้รวบรวมกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ เพื่อรวบรวมรูปแบบและวิธีการที่มิจฉาชีพใช้เป็นกลโกงการต้มตุ๋นประชาชนในปัจจุบัน

  • แชร์ลูกโซ่ออนไลน์

            แชร์ลูกโซ่ออนไลน์มีผู้เสียหายรวมตัวกันเข้าร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) หลายกรณีโดยเป็นการหลอกลวงทางแอพพลิเคชั่นไลน์ และเฟซบุ๊ก ชักชวนให้เล่นแชร์โดยลงทุนเป็นแพ็กเกจ มีการจ่ายดอกเบี้ยเป็นเงินปันผลทุกสัปดาห์ และเมื่อวงแชร์ใหญ่ขึ้นจนกระทั่งเท้าแชร์หรือนายวงแชร์ไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้ก็จะหลบหนีหรืออ้างเหตุผลต่างๆ เพื่อหลบเลี่ยงการจ่ายผลตอบแทน

  • แชร์ลูกโซ่ลงทุนสารพัดสินค้า

          ตู้คอนเทนเนอร์ กรณีนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.บางละมุง และ อ.ศรีราชา กว่า 50 ราย ลงทุนซื้อตู้คอนเทนเนอร์ในราคา 130,000-150,000 บาท โดยทางบริษัทสัญญาว่าจะให้ค่าเช่าตอบแทน เดือนละ 12,000-13,000 บาท และถ้าชวนคนมาร่วมซื้อตู้คอนเทนเนอร์ให้เช่าจะได้ค่าหัว 5,000 บาทต่อ 1 ตู้

          คอร์สสัมมนา มีการเสนอขายคอร์สสัมมนา คือ โดยบริษัทแห่งหนึ่งเปิดคอร์สสอนเกี่ยวกับการเงิน และชักชวนให้ลงทุนกับบริษัทเป็นแพ็กเกจ โดยรับเงินปันผลทุกวันและผู้ที่ชักชวนสมาชิกใหม่จะมีค่าแนะนำเพิ่มอีก 5%

          ขายทริปเที่ยวในฝัน กรณีธุรกิจเครือข่ายที่ใช้แพ็กเกจท่องเที่ยวราคาถูกเป็นตัวสินค้า มีการจ่ายค่าสมัครแรกเข้าและจะต้องจ่ายรายเดือน อีกทั้งหากต้องการสมัครทำธุรกิจจะต้องลงทุนเพิ่มขึ้น

  • ลวงลงทุนอัตโนมัติกับ Forex

            โดยมีบริษัทชักชวนผู้สนใจให้ร่วมลงทุนในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรือ Forex ด้วยการเสนอเงื่อนไขการลงทุนเป็นแพ็คเกจ ซึ่งที่ผ่านมามีถูกดำเนินคดีไปแล้วหลายกรณี เช่น Trillion Venture และ Wealthy-Plus เป็นต้น

  • ขายตรงแฝงแชร์ลูกโซ่

            ลักษณะแชร์ลูกโซ่ที่แอบแฝงมาในรูปแบบขายตรงมีกรณีที่โด่งดังและเกิดความเสียหายหลายพันล้านบาท คือ ยูฟัน (UFUN) ซึ่งมีการยื่นจดทะเบียนต่อ สคบ.เพื่อขอจำหน่ายสินค้า 3 รายการ ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม 2 รายการ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง 1 รายการ แต่มีการดำเนินธุรกิจไม่ตรงตามที่นายทะเบียนมีคำสั่งรับจดทะเบียนจนถูกเพิกถอนใบอนุญาต โดยจากข้อมูลของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ระบุว่าการลงทุนกับยูฟันผ่านเว็บไซต์ u-fun-token.com และเน้นย้ำว่าเป็นการลงทุนที่ถูกกฎหมาย ไม่ใช่ธุรกิจขายตรง ไม่ต้องขายสินค้า ไม่ต้องรักษายอด และได้ผลตอบแทนสูง เป็นต้น

            นอกจากนี้ การลงทุนในยูฟันต้องใช้เงินสกุล USD และใช้ ยู โทเคน (U Token Cash) แทนสกุลเงินปกติ เพื่อซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและเงินตราบนโลกออนไลน์ในระบบของบริษัท โดยกองทุนในบริษัทยูฟันตั้งสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศมาเลเซีย และมีการใช้สื่อออนไลน์หลายรูปแบบในการเผยแพร่โฆษณา

  • บริษัทต่างชาติไม่มีใบอนุญาต

            กรณีการชักชวนลงทุนโดยกล่าวอ้างเรื่องประโยชน์ด้านภาษีและรับผลตอบแทนระยะยาว เช่น กรณีของอี เอ็ม เอ็ม คอนซัลติ้ง ที่ติดต่อชักชวนให้ลูกค้าชาวต่างชาติโอนย้ายเงินบำนาญในต่างประเทศไปลงทุนตามคำแนะนำของตัวแทนบริษัท รวมถึงกรณี Gilt Edge ที่ชักชวนผู้ลงทุนต่างชาติที่พำนักในประเทศไทยนำเงินมาลงทุนตามคำแนะนำและเป็นธุระในการบริหารจัดการ นอกจากนี้ยังมีกรณี บริษัท พีเอฟเอส อินเตอร์เนชั่นแนล คอนซัลแตนท์ส ที่แอบอ้างเป็นสำนักงานบริหารจัดการ ให้บริการทางการเงินแก่คนต่างด้าวที่ทำงานและอาศัยอยู่ในฮ่องกง กรุงเทพ มอสโก และเซี่ยงไฮ้โดยมีผลิตภัณฑ์การลงทุนหลากหลาย

  • ตั้งกองทุนลวงใช้ชื่อคล้าย

          กองทุนสแตนดาร์ดมอร์แกน (Standard Morgan) เป็นการตั้งบริษัทที่มีชื่อคล้ายสถาบันการเงินต่างประเทศชื่อดัง เพื่อชักชวนลงทุนในลักษณะแพคเก็จหรือระดับ โดยลงทุนในสกุลเงินต่างประเทศที่ตนกำหนด คือ เงินสกุล USD มีเงินลงทุนเป็นสแตนดาร์ด ดอลลาร์ (Standard Dollar) หรือ SD และสแตนดาร์ด แคช (Standard Cash) หรือ SC ใช้ในระบบการลงทุน โดยจากข้อมูลของ DSI ระบุว่าตัวการใหญ่ในกองทุนสแตนดาร์ดมอร์แกนเป็นชาวสิงคโปร์และมาเลเซีย มีลักษณะการเชิญชวนให้ลงทุนในกองทุนโดยมีการประกันผลตอบแทนการลงทุน

  • คนดังชวนลงหุ้นทำธุรกิจ

        ฝากเงินลงหุ้นกับไฮโซ หลังจากมีกรณีหญิงสาวคนดังรายหนึ่งที่เรียกตัวเองว่าไฮโซ ออกมาโฆษณาชักชวนให้คนลงหุ้นทำบริษัทผลิตภัณฑ์เสริมความงาม โดยจูงใจด้วยเงินปันผล 15% ต่อปี และมีจำนวนเงินขั้นต่ำในการลงทุนอยู่ที่ 1 แสนบาทขึ้นไป และมีการกล่าวอ้างว่าไร้ความเสี่ยง ซึ่งมีการโพสต์ข้อมูลผ่าน Social Media ซึ่งกรณีนี้ถูกสื่อจับตาอย่างรวดเร็วทำให้หน่วยงานภาครัฐเร่งเข้าตรวจสอบ ทำให้ไฮโซคนดังกล่าวต้องระงับการระดมทุน และกลับลำลบข้อมูลทั้งหมดพร้อมบอกว่าเป็นการระดมทุนกับคนใกล้ชิดเท่านั้น

  • ฌาปนกิจสงเคราะห์ปลอม

          ตัวอย่างกรณีนี้เกิดขึ้นในต่างจังหวัด เช่น กรณีกองทุนสวัสดิการเพื่อชีวิตสมาชิก 888 การชักชวนให้ชาวบ้านสมัครเป็นสมาชิกเพื่อจ่ายเงินสมทบกองทุนสวัสดิการฌาปนกิจสงเคราะห์รายเดือน โดยมีการจ่ายค่าสมัครครั้งแรก 1,100 บาท จากนั้นจ่ายเป็นรายเดือนๆ ละ 100 บาท เมื่อครบ 180 วัน จะได้เงินค่าฌาปนกิจศพ 1 แสนบาท และครบ 2-5 ปี จะได้บวกเพิ่มปีละ 100,000 - 500,000 บาท หากสมทบเงินครบ 6 ปีขึ้นไป จะได้รับเงิน 1,000,000 บาท กรณีนี้มีชาวบ้านที่เป็นสมาชิกเข้าร้องทุกข์จำนวน 62 ราย

            อย่างไรก็ตามปัจจุบันรูปแบบและกลลวงของแชร์ลูกโซ่มีความซับซ้อนและแยบยลมากขึ้น ประชาชนควรใช้วิจารณญาณและหัดตั้งคำถามว่า การลงทุนนั้นเป็นไปได้จริงหรือไม่ เพราะจากสภาวะในปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารอยู่ในระดับ 1-2% การที่มีคนมาเสนอการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงมาก โดยไม่มีความเสี่ยงเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

            หากพบเจอการลงทุนหรือการชักชวนระดมทุนที่การันตีผลตอบแทนสูงจนผิดสังเกตก็ต้องตรวจสอบและศึกษาข้อมูลให้ละเอียดถี่ถ้วน ไม่ควรตัดสินใจโดยเฉียบพลัน และไม่ควรหลงเชื่อผลตอบแทนที่มีการกล่าวอ้างเกินจริง และถ้าศึกษาข้อมูลด้วยตนเองแล้วยังมีข้อสงสัยสามารถแจ้งหน่วยงานภาครัฐให้ช่วยตรวจสอบได้ นอกจากนี้สิ่งสำคัญที่ต้องเน้นย้ำ คือ การลงทุนใดๆ ก็ตามไม่ควรให้ความโลภครอบงำเพราะอาจจะนำไปสู่การถูกหลอกลวงได้


Related News