บล/บลจ/ประกัน
ลงทุนเกาะกระแส Disruptive Technology กับกองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล โกลบอล ออพพอร์ทูนิตี้ (CIMB-PRINCIPAL GOPP)

            ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาวิวัฒนาการของเทคโนโลยีได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของมนุษย์อย่างรวดเร็ว และเป็นไปในทิศทางที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน คลื่นของการเปลี่ยนแปลงนี้จึงส่งผลให้มีทั้งธุรกิจที่ถูกกลืนหายไปกับกระแสและธุรกิจที่สามารถปรับตัวอยู่รอดได้อย่างแข็งแกร่ง หากมองในแง่การลงทุนถ้าเราเลือกธุรกิจที่สามารถเติบโตผ่านพ้นวัฏจักรต่างๆ เหล่านี้มาได้ย่อมเป็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนทางการลงทุนที่ดี

            นายวิน พรหมแพทย์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี พรินซิเพิล จำกัด เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เกิดขึ้นกับโลกของเรามาหลายร้อยปีแล้ว ยกตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนแปลงวิถีการเดินทางของมนุษย์ในช่วงปี 1900 จากถนนเต็มที่ไปด้วยรถม้า แต่ประมาณ 10 ปีหลังจากนั้นบนท้องถนนกลับเต็มไปด้วยรถยนต์ หรือโทรศัพท์มือถือที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงการติดต่อสื่อสารให้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งพัฒนาเป็นสมาร์ทโฟนที่เปลี่ยนพฤติกรรมของมนุษย์ไปอย่างสิ้นเชิง

            ด้วยผลกระทบที่เกิดจาก Disruptive Technology จึงทำให้การลงทุนในธุรกิจที่สอดรับกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง หรือ Disruptive มีความน่าสนใจใน โดยมองว่าสามารถเลือกลงทุนได้ทั้งหุ้นของบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลง ซึ่งมีทั้งบริษัทที่อยู่ในฐานะผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ และบริษัทที่ถูกกระทบจากการเปลี่ยนแปลงแต่ยังสามารถปรับตัวให้อยู่รอดได้อย่างแข็งแกร่ง จึงเป็นที่มาของการคัดเลือกกองทุนมานำเสนอให้กับนักลงทุนไทยและเป็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมในระยะยาว

            “ปัจจุบันกองทุนต่างประเทศที่นำเสนอเป็นทางเลือกให้กับนักลงทุนไทย ส่วนใหญ่จะเน้นลักษณะ Sector fund ที่เน้นเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่ม Healthcare เป็นต้น แต่สำหรับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนซีไอเอ็มบี–พรินซิเพิล เรามีความตั้งใจนำเสนอการลงทุนที่เปิดกว้างมากขึ้น โดยกระจายลงทุนหุ้นทั่วโลกที่ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลง โดยกองทุน Morgan Stanley Investment Funds Global Opportunity Fund ที่บริหารจัดการโดย Morgan Stanley Investment Management (ACD) Limited ทีมงานบริหารจัดการกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านการลงทุนมานานกว่า 40 ปี สำหรับกองทุนนี้มีความโดดเด่นด้วยกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นปัจจัยพื้นฐานดีทั่วโลกที่ได้รับประโยชน์หรือทนทานต่อกระแส Disruptive Technology”

 

วิเคราะห์ความสามารถในการแข่งขัน

            ด้านการคัดเลือกบริษัทที่มีความสามารถในการแข่งขันจะพิจารณาจาก 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง  ได้รับประโยชน์หรือทนทานต่อกระแส Disruptive  มีความสามารถในการแข่งขันสูง  มีแนวโน้มเติบโตสูง และมีธรรมาภิบาลที่ดี ในขณะเดียวกันพิจารณาควบคู่ในกลยุทธ์การบริหารของแต่ละบริษัท เช่น มีการสร้างแบรนด์ที่แตกต่าง (Differentiation) ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนให้ต่ำกว่าคู่แข่ง (Cost Leadership) และ การมีเครือข่ายขนาดใหญ่ทำให้คู่แข่งชิงพื้นที่ทางธุรกิจได้ยาก (Network Effect) ทั้งนี้ กองทุนไม่ได้จำกัดตัวเองลงทุนเฉพาะหุ้นในกลุ่ม IT เท่านั้น แต่เน้นการวิเคราะห์เลือกลงทุนหุ้นที่ได้ประโยชน์จากกระแส Disruptive Technology

            ดังนั้น พอร์ตโฟลิโอของกองทุนจึงมีการกระจายลงทุนทั้งในกลุ่ม Technology ประมาณ 35-40% กลุ่ม Consumer Discretionary อยู่ที่ 30-35% และกลุ่ม Consumer Staples อยู่ที่ 15-20% ซึ่งตัวอย่างหุ้นที่กองทุนเลือกลงทุน ได้แก่ Facebook, Amazon, MasterCard, VISA, Hermes, Alphabet (Google) เป็นต้น (ที่มา: Morgan Stanley Investment Management, March 2017)

            ยกตัวอย่าง Hermes ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำในธุรกิจออกแบบผลิตและจำหน่ายเครื่องหนัง เครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย โดยทั่วไปคนอาจจะมองว่าไม่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี แต่ธุรกิจนี้ถูก Disrupt มาประมาณกว่า 100 ปีที่แล้ว แต่สามารถอยู่รอดได้ด้วยการมีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง จากจุดเริ่มต้นที่ทำธุรกิจผลิตอานม้าเมื่อคนเปลี่ยนการเดินทางมาเป็นรถยนต์ก็ยังสามารถอยู่รอดได้โดยปรับเปลี่ยนการผลิตเป็นการผลิตกระเป๋าถือ และสามารถสร้างอำนาจในการกำหนดราคาระดับสูง (Pricing Power)

            "หากเทียบกับโทรศัพท์ iPhone ยังมีการเปลี่ยนรุ่นทุกปี แต่กระเป๋าแอร์เมสไม่ว่าจะเป็นรุ่น Kelly และ Birkin มียอดขายดีมายาวนานหลายสิบปีโดยไม่มีการเปลี่ยนรูปแบบ ด้านราคากระเป๋าก็ถือว่าค่อนข้างแพง แต่ลูกค้าก็เต็มใจที่จะต่อคิวซื้อ สิ่งเหล่านี้จึงเป็นความแตกต่างของแบรนด์ที่คู่แข่งสู้ไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีกลไกในการควบคุมราคาโดยกระเป๋าที่ผลิตออกมาหากรุ่นไหนขายไม่หมดล็อตก็เลือกที่จะทำลายสินค้า ไม่นำสินค้ามาลดราคา นี่ถือเป็นจุดแข็งของทาง Hermes"

            อีกบริษัทที่น่าสนใจคือ Amazon ก่อตั้งมาประมาณ 20 ปี จากจุดเริ่มต้นในการเป็นร้านขายหนังสือออนไลน์ และขยายไปสู่สินค้าประเภทอื่นๆ ปัจจุบันบริษัทมีพนักงานประมาณกว่า 3 แสนคน มีรายได้ต่อปีประมาณเกือบ 5 ล้านล้านบาท โดยจุดแข็งของธุรกิจอยู่ที่การเป็น Cost leadership ขายสินค้าในราคาทั่วไปเท่ากับผู้ขายรายอื่น แต่มีความได้เปรียบตรงที่ไม่มีหน้าร้านจึงไม่มีต้นทุนค่าเช่า รวมถึงค่าจ้างพนักงานขาย ทำให้ธุรกิจมีอัตรากำไรหรือมาร์จิ้นอยู่ในระดับที่ดีกว่า

            Amazon เริ่มขยายเครือข่ายธุรกิจให้กว้างขึ้นเพื่อให้ครอบคลุมฐานลูกค้าทั่วโลก ไม่ได้ขยายเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันมีฐานธุรกิจที่ค่อนข้างใหญ่กว่าคู่แข่งและถูกแย่งชิงพื้นที่ได้ยาก ซึ่งคู่แข่งหลายรายก็เลิกล้มธุรกิจไปตั้งแต่วิกฤตดอทคอม แต่ Amazon ยังสามารถอยู่รอดได้และธุรกิจปัจจุบันก็เติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ โดยรายได้มีการเติบโตเฉลี่ยประมาณปีละ 20% อีกทั้งปัจจุบันได้มีการขยายให้บริการ Cloud computing ชื่อว่า Amazon Web Services (AWS) ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ดังนั้น Amazon จึงเป็นตัวอย่างของหุ้น Disruptor ที่เป็นผู้เปลี่ยนแปลงธุรกิจ E-Commerce มาตั้งแต่ยุคบุกเบิก

            นอกจากนี้ยังมีบริษัท TAL Education ซึ่งเป็นสถาบันกวดวิชาในประเทศจีนที่ได้รับประโยชน์จากการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่มีการแข่งขันสูงมาก โดยบริษัทเน้นเรื่องคุณภาพของอาจารย์หรือติวเตอร์ และมีจำนวนสาขาทั้งหมด 400 สาขา พร้อมกับช่องทางการเรียนออนไลน์สำหรับเด็กที่อยู่ในมณฑลห่างไกล

            ทั้งนี้ การเลือกลงทุนนอกจากการวิเคราะห์หัวใจสำคัญในเรื่องโมเดลธุรกิจแล้ว จะต้องเป็นบริษัทที่มีผลตอบแทนต่อเงินลงทุน หรือ ROIC (Return on invested capital) อยู่ในระดับสูง และอัตราการเติบโตของธุรกิจที่ดี

            ด้านผลการดำเนินงานของ Morgan Stanley Investment Funds Global Opportunity Funds สามารถเอาชนะดัชนี MSCI All Country World Index ได้ทั้งขาขึ้นและขาลง โดยให้อัตราผลตอบแทนต่อปีหลังหักค่าธรรมเนียมแล้ว ในช่วง 1 ปี 3 ปี 5 ปี และนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2553 อยู่ที่ 20.98%ต่อปี 14.00%ต่อปี 15.09%ต่อปี และ 13.82% ต่อปีตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าดัชนีเปรียบเทียบซึ่งอยู่ที่ 15.04%ต่อปี 5.08% ต่อปี 8.37% ต่อปี และ 8.37% ต่อปีตามลำดับ (ที่มา: Morgan Stanley Investment Management ข้อมูล ณ 31 มีนาคม 2560)

           สิ่งเหล่านี้สะท้อนความสามารถในการคัดเลือกหุ้นของทีมผู้จัดการกองทุนทั้ง 16 คน นำทีมโดย Kristian Heugh ที่ร่วมงานกับ Morgan Stanley มานานถึง 16 ปี

 

CIMB-PRINCIPAL GOPP แนะลงทุนเป็นพอร์ตลงทุนระยะยาว

            สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนหุ้นตามแนวโน้มของ Disruptive Technology บลจ.ซีไอเอ็มบี – พรินซิเพิล ได้เปิดเสนอขาย กองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล โกลบอล ออพพอร์ทูนิตี้ (CIMB-PRINCIPAL GOPP) ในระหว่างวันที่ 11–19 พฤษภาคม 2560 โดยลงทุนขั้นต่ำอยู่ที่ 5,000 บาท

            ด้านคำแนะนำในการจัดสรรพอร์ตการลงทุน นายวิน กล่าวว่า กองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล โกลบอล ออพพอร์ทูนิตี้ เหมาะสำหรับการถือครองระยะยาวประมาณ 3-5 ปี โดยจากมุมมองการลงทุนในปี 2017 แนะนำให้นักลงทุนกระจายน้ำหนักในหุ้นต่างประเทศประมาณ 20-30% ซึ่งกองทุนนี้จะเป็นหนึ่งในที่สามารถเลือกเข้ามาอยู่ในพอร์ตหุ้นต่างประเทศได้ และสามารถสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมในระยะยาว” นายวิน กล่าว

            กองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล โกลบอล ออพพอร์ทูนิตี้ (CIMB-PRINCIPAL Global Opportunity Fund: CIMB-PRINCIPAL GOPP) เปิดเสนอขายครั้งแรก 11-19 พฤษภาคม 2560 สำหรับนักลงทุนที่สนใจสามารถขอหนังสือชี้ชวนได้ที่ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ทุกสาขา ทั่วประเทศ และผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล 02686 9595 www.cimb-principal.co.th

           รายละเอียดหนังสือชี้ชวน >> http://www.cimb-principal.co.th/fund_pdf/CIMB_PRINCIPAL_GOPP.pdf

            คำเตือน *** ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า(กองทุน) เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน / และศึกษาข้อมูลของกองทุนรวมโดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายการลงทุน และผลการดำเนินงานของกองทุนรวมที่เปิดเผยไว้ในแหล่งต่าง ๆ หรือให้ขอข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ก่อนการตัดสินใจลงทุน / ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

            เนื่องจากกองทุนมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศและมีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ทั้งนี้ กองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวนผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้


Related News