ข่าวรอบวัน
สมาคมฟินเทค เตรียมคลอด Sandbox “F13”

สมาคมฟินเทคแห่งประเทศไทย เตรียมเปิดศูนย์ทดสอบและพัฒนาฟินเทคภายใต้ชื่อ “F13” โดยจะใช้เป็นศูนย์กลางในพัฒนานวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ และเชื่อมโยงผู้ประกอบการฟินเทคกับองค์กรธุรกิจ ธนาคารและสถาบันการเงิน หน่วยงานผู้กำกับดูแล เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการฟินเทคมีความแข็งแกร่ง พร้อมรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงในยุคดิจิทัล

กรณ์ จาติกวณิช  ประธานสมาคมฟินเทคประเทศไทย เปิดเผยความคืบหน้าของการจัดตั้งศูนย์ทดสอบและพัฒนาฟินเทคแห่งชาติ หรือ F13 ว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังได้บรรจุเรื่องนี้ให้เป็นนโยบายรัฐเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้อยู่ในช่วงรอเข้า ครม. ซึ่งเมื่อผ่านก็จะได้งบประมาณสำหรับการพัฒนามาจำนวนหนึ่ง ซึ่งทางสมาคมจะใช้เพื่อสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆให้เกิดขึ้นภายใต้ศูนย์ F13 ให้ได้มากที่สุด โดยในปีแรกตั้งเป้าว่าจะมีโครงการที่เข้ามาใน F13 ประมาณ 30 โครงการ แต่ละโครงการจะใช้เวลาในการทดสอบ 9 เดือน

“โมเดลของการศูนย์ F13 จะใกล้เคียงกับที่สิงคโปร์และมาเลเซีย ซึ่งมีทุนสนับสนุนโดยรัฐบาล หรือกระทรวงการคลัง และเปิดให้เอกชนเข้ามาบริหารงาน  ซึ่งในประเทศไทยก็จะเป็นไปในทิศทางนี้ แต่ต้องยอมรับว่าเรายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีในการจะพัฒนาอุตสาหกรรมฟินเทคต่อไปได้”

ศูนย์พัฒนาฟินเทคแห่งชาติ หรือ F13 จะตั้งอยู่ที่ชั้น 13 ตึก KX (Knowledge Exchange) มีพื้นที่ประมาณ 300 ตารางเมตร โดยจะเป็นแหล่งทดสอบและพัฒนาบริการฟินเทค และสร้างบุคลากร ทีมงาน ให้มีความรู้ความสามารถมากขึ้น  และพร้อมกับการแข่งขันในตลาด โดยจะมีระบบไอทีเพื่อสนับสนุนให้ผุ้ประกอบการฟินเทคได้เข้าถึงเทคโนโลยีระดับโลก ทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที และ API สำหรับการเชื่อมการทำงานบนเทคโนโลยีใหม่ๆ

นอกจากนี้ยังมีการทำ Business Matching ระหว่างธนาคารกับผู้ประกอบการฟินเทค เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างนวัตกรรมการเงินใหม่ๆ ตลอดeจนการรับหน้าที่เป็นตัวกลางในการทำงานร่วมกับหน่วยผู้กำกับดูแลอย่างธนาคารแห่งประเทศไทย, สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เพื่อให้กระบวนการต่างๆมีความสะดวกและง่ายมากขึ้น

เจษฎา สุขทิศ นายกสมาคมฟินเทคแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมฟินเทคจะมีมูลค่าสูงหลัก ล้านล้านบาท ใน 5-10 ปีข้างหน้า เห็นได้จากแนวโน้มของผู้บริโภคที่หันมาใช้บริการฟินเทคกันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยภารกิจสำคัญของสมาคมฟินเทคก็คือการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการฟินเทคไทยมีโอกาสในการเติบโตและเพิ่มจำนวนมากขึ้นเพื่อแข่งขันกับฟินเทคจากต่างชาติที่ปัจจุบันเริ่มเข้ามาแข่งขันในตลาดประเทศไทยแล้ว  นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการเข้าถึงบริการทางการเงินและการลงทุนใหม่ๆได้มากขึ้นด้วย ต่อยอดไปถึงการสร้างการแข่งขันอย่างเป็นธรรมให้กับตลาดฟินเทค

“เราต้องการสร้าง ecosystem ในการพัฒนาบริการด้านฟินเทคของไทยเทียบเท่ากับระดับสากล ผลักดันให้ผู้ประกอบการด้านฟินเทคสามารถพัฒนาตัวเองได้ ซึ่งการจัดตั้งศูนย์ F13 นั้นเป็นกลไกที่สำคัญที่สุดในการทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆเพราะเปิดให้ผู้ประกอบการได้ทดลองกับผู้ใช้จริง และยังมีองค์ประกอบอื่นๆอย่างครบถ้วนทั้งองค์กรุรกิจ ธนาคารและสถาบันการเงิน ไปจนถึงหน่วยงานผู้กำกับดูแลที่จะช่วยขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมฟินเทคในประเทศไทยเติบโตต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง”

             โดยศูนย์ทดสอบและพัฒนาฟินเทค F13 มีองค์ประกอบหลัก 4 ด้าน ดังนี้

  1. พันธมิตรทางธุรกิจ ภายในศูนย์ F13 จะรวบรวมพันธมิตรจากหลากหลายอุตสาหกรรมเข้ามาช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการฟินเทคสามารถสร้างนวัตกรรมการเงินใหม่ๆออกมาสู่ตลาดได้ โดยขณะนี้มีการจับมือกับไอบีเอ็มประเทศไทย ในการนำแพลตฟอร์ม Bluemix ซึ่งเป็นคลาวด์แพลตฟอร์มที่รวมเอาเทคโนโลยีล้ำสมัยของโลกรวมไว้ในที่เดียว เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีอย่าง Blockchain, Cognitive Computing หรือ Big Data ได้อย่างง่ายดาย
  2. ธนาคารและสถาบันการเงิน ศูนย์ F13 จะมีการทำงานร่วมกับธนาคารสถาบันการเงิน เพื่อช่วยกันผลักดันให้ผู้ประกอบการด้านฟินเทคให้สามารถคิดค้นและพัฒนาบริการออกสู่ตลาดได้
  3. ผู้ใช้จริง ศูนย์ F13 จะเป็นพื้นที่ที่เปิดให้ผู้ประกอบการฟินเทคสามารถทดสอบบริการต่างๆกับผู้ใช้จริงจำนวนหนึ่งได้
  4. หน่วยงานกำกับดูแล ศูนย์ F13 จะทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลทั้ง ธนาคารแห่งประเทศไทย, สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เพื่อให้ผู้ประกอบการฟินเทคสามารถที่จะดำเนินการตามระเบียบข้อบังคับได้อย่างถูกต้องตามที่กฏหมายกำหนด


Related News