Money Tips
เปิดสูตรเด็ดออมสไตล์มนุษย์เงินเดือน เปลี่ยนเงินหลักพันสู่ครึ่งล้านใน 10 ปี

สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ 15,000 บาทหากสามารถสร้างวินัยการออมให้กับตนเองได้โดยใช้สูตร1-6-1-2ก็สามารถที่จะเปลี่ยนเงินหลักพันให้กลายเป็นหลักแสนได้ภายใน 10 ปี

สำหรับสูตร 1-6-1-2 หมายถึงรายได้ทั้งหมดของมนุษย์เงินเดือนคิดเป็น 10 ส่วนโดยเลข1 ตัวแรกหมายถึงเงินเก็บออมในสัดส่วน 10% ของรายได้,เลข 6 หมายถึงค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันในสัดส่วน 60% เช่น ค่าหอ ค่ากิน ค่ารถ เป็นต้น,เลข 1 ตัวที่สองหมายถึงเงินสำรองฉุกเฉินในสัดส่วน 10% หากเกิดต้องตกงานและขาดรายได้และเลข 2 คือ เงินที่ใช้จ่ายเพื่อเพิ่มความสุขให้กับตนเองในสัดส่วน 20% ของรายได้เช่น ท่องเที่ยว ช้อบปิ้ง เป็นต้น

ในส่วนที่เป็นเงินเก็บออม 10% ของรายได้นั้นควรนำไปลงทุนเพื่อเพิ่มผลตอบแทน โดยกระจายความเสี่ยงด้วยการลงทุนในหุ้น กองทุนรวม เงินฝาก ประกันชีวิตที่ให้ตอบแทนสูงซึ่งขึ้นอยู่ความสามารถในการรับความเสี่ยงของแต่ละคนได้

เช่น นาย ก. เป็นพนักงานบริษัทได้รับเงินเดือน 15,000 บาท เป้าหมายคือต้องการมีเงินออม 500,000 บาท ภายใน 10 ปีนายก. ทำการแบ่งเงินเดือน ออกเป็น 4 ส่วนคือ

ส่วนที่ 1. เงินออม 10% หรือ 1,500 บาท ต่อเดือนโดยต้องนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากที่ไม่ใช่บัญชีเงินเดือนทันที

ส่วนที่ 2. เป็นส่วนที่นำมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายต่างๆอีก 60% หรือประมาณ 9,000 บาทต่อเดือน  “คนส่วนใหญ่มองว่าเงิน 9,000 บาทไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ถ้าสามารถสร้างวินัยการออมให้เกิดขึ้นได้

ส่วนที่ 3. คือ เงินสำรองฉุกเฉินไว้ใช้จ่ายในกรณีตกงาน หรือขาดรายได้อีกประมาณ10% หรือประมาณ 1,500 บาท และ

ส่วนที่ 4. คือส่วนของค่าใช้จ่ายในการการเพิ่มความสุขให้กับชีวิต20% หรือ 3,000 บาท เพื่อใช้ในการท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง เป็นต้นโดยในส่วนของเงินสำรองฉุกเฉินและเงินเพื่อเพิ่มความสุข หากไม่ได้ใช้หรือใช้ไม่หมดก็สามารถนำไปเพิ่มในส่วนของการออมได้

แม้จะมีเงินออมเพียงเดือนละ4,000 บาท หากมีวินัยในการออมก็สามารถสร้างงเงินเก็บกว่าครึ่งล้านบาทได้ภายใน 10 ปี

นอกจากการนำเงินไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนสูงแล้วมนุษย์เงินเดือนยังสามารถเลือกทำประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงให้กับตนเองได้โดยแบบประกันที่เหมาะกันกลุ่มมนุษย์เงินเดือนในช่วงของการเริ่มต้นงานคือ การประกันชีวิตที่เน้นเรื่องของความคุ้มครองชีวิตเป็นหลักหรือแบบตลอดชีพเนื่องจากเป็นแบบประกันที่มีการชำระเบี้ยประกันต่ำ แต่ได้รับความคุ้มครองสูง

กรณีที่ผู้ทำประกันทำประกันชีวิตประเภทที่ให้ความคุ้มครองและประกันสุขภาพแล้วหากในอนาคตเริ่มมีความมั่งคั่งมากขึ้นก็สามารถที่จะนำเงินออมที่เพิ่มขึ้นนั้นไปสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมในประกันชีวิตประเภทสะสมทรัพย์ ซึ่งเป็นการประกันชีวิตที่บริษัทจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยเมื่อมีชีวิตอยู่ครบกำหนดสัญญา หรือจ่ายเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้รับประโยชน์เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตลงภายในระยะเวลาประกันภัย โดยการประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์เป็นส่วนผสมของการคุ้มครองชีวิตและการออมทรัพย์ ขณะที่ส่วนของการออมทรัพย์ คือส่วนที่ผู้เอาประกันภัยจะได้รับคืนเมื่อสัญญาครบกำหนด

สำหรับผู้ทำประกันที่มีเป้าหมายในการสร้างผลตอบแทนประมาณ 3-5% ต่อปี สามารถนำเงินออมไปลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงต่ำ เช่น เงินฝากในธนาคาร พันธบัตรรัฐบาล

 

โดย ธัญญะ ซื่อวาจา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอ๊ดวานซ์ ไลฟ์ ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) 

 


Related News