บทวิเคราะห์
EIC คาดการส่งออกไทยโต 3.5% จาก 1.5%

ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้อำนวยการเศรษฐกิจมหภาค Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ (จำกัด) มหาชน เปิดเผยว่า อีไอซีปรับประมาณการเติบโตเศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้นเป็น 3.4% จาก 3.3% เนื่องจากการส่งออกฟื้นตัวชัดเจน เศรษฐกิจคู่ค้าสำคัญทั้งสหรัฐฯ ยุโรป จีน และกลุ่มประเทศ CLMV มีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่อง ซึ่งสินค้าส่งออกที่จะได้รับประโยชน์จากแนวโน้มดังกล่าว ได้แก่ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งมีสัดส่วนราว 30% ของการส่งออกรวม อีไอซีจึงปรับประมาณการขยายตัวของการส่งออกสินค้าของไทยเพิ่มขึ้นเป็น 3.5% จาก 1.5%

โดยการส่งออกที่ดีขึ้นทำให้เริ่มเห็นสัญญาณการกลับมาขยายการผลิตของภาคเอกชนมากขึ้นเพื่อรองรับกำลังซื้อจากภายนอกที่เพิ่มขึ้นและทดแทนสินค้าคงคลังที่ลดลงมาเป็นเวลานาน ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวมีโอกาสทำให้การลงทุนภาคเอกชนรวมไปถึงการจ้างงานที่ยังคงซบเซาปรับตัวดีขึ้นในช่วงหลังจากนี้ ส่วนของภาคเกษตรมีเพียงสินค้าเกษตรบางชนิดที่มีราคาเติบโตสูงในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2560 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนได้แก่ ยางพารา และอ้อย ที่มีการเติบโตของราคาที่ 82% และ 32% ตามลำดับ นอกจากนี้แนวโน้มราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เริ่มปรับตัวลดลงอาจทำให้การจ้างงานในภาคเกษตรยังคงซบเซาในระยะต่อไป

ด้านค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นจากประมาณการครั้งก่อน โดยปัจจัยที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นคือสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนลงตามความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจของทรัมป์ โดยอีไอซีมองว่าค่าเงินบาท ณ สิ้นปี 2560 จะอยู่ในช่วง 35.0 - 35.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งแข็งค่ากว่าที่เคยมองไว้ที่ 36.0 - 36.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้เงินบาทได้มีการแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินของคู่ค้าบางราย เช่นจีน อินโดนีเซีย และเวียดนาม ทำให้การส่งออกของไทยในบางสินค้ามีความเสี่ยงที่จะเสียเปรียบในด้านราคาได้

อย่างไรก็ดีอีไอซีมองว่าเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังมีความเสี่ยงที่ต้องจับตา 3 ประการ ได้แก่กำลังซื้อครัวเรือนชะลอตัว ทั้งจากรายได้เกษตรกรที่มีแนวโน้มลดลงตามทิศทางราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และรายได้ครัวเรือนนอกภาคเกษตรที่อาจไม่ได้ถูกปรับขึ้นหากตลาดแรงงานยังไม่ฟื้นตัว ค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างประเทศ และตลาดการเงินโลกที่มีความเปราะบางเพิ่มขึ้น


Related News