Money Tips
FINNOPEDIA : ศัพท์การเงิน… วันนี้เสนอคำว่า "ขายหมู"

คำว่า "ขายหมู" เป็นอีกหนึ่งคำศัพท์ที่เกิดขึ้นทุกวันในแวดวงการลงทุนในตลาดหุ้น สถานการณ์แบบไหนเรียกว่า  "ขายหมู" สิ่งที่คุณเจออยู่เรียกว่า "ขายหมู" หรือเปล่า จะได้รู้กัน ซึ่ง FINNOPEDIA ศัพท์การเงินตอนนี้จะพาคุณไปรู้จักคำว่า "ขายหมู" และวิธีที่จะป้องกันการ "ขายหมู"

ขายหมูคืออะไร?

คำว่า "ขายหมู" หมายถึง การที่เราขายหุ้นเมื่อได้กำไรออกมาเร็วเกินไป ซึ่งราคาหุ้นตัวนั้นยังขึ้นต่อไปจากราคาที่คุณขายอีกมากมาย ส่งผลให้เราได้กำไรน้อยกว่าที่ควรจะได้จากหุ้นตัวนั้น เช่น คุณซื้อหุ้นที่ราคา 10 บาท และขายทำกำไรออกมาตอนราคา 12 บาท แต่ต่อมาหุ้นตัวนั้นราคาวิ่งขึ้นไปได้ถึง 20 บาท!!หากคุณเจอสถานการณ์แบบนี้ก็จำไว้เลยว่าคุณได้ "ขายหมู" ไปแล้ว

สาเหตุส่วนใหญ่ที่คนขายหมู

สาเหตุหลักๆที่ทำให้คนส่วนใหญ่กระทำการขายหมูนั้นพออธิบายโดยสังเขปได้ดังนี้

  1. ไม่มีการวางแผนในการซื้อขายหลายๆคนที่เข้าซื้อหุ้นโดยไม่มีแผนการ มักจะอดใจไม่ไหวเมื่อเห็นหุ้นที่ซื้อมานั้นกำไร ไม่สามารถวิเคราะห์ได้ว่าราคาหุ้นยังมีโอกาสที่สามารถวิ่งขึ้นไปได้อีกหรือไม่ ก็จะรีบขายทำกำไรออกมาแบบรีบกำขี้ดีกว่ากำตด!
  2. กลัว และโลภ เกินไปอาการนี้เป็นผลมาจากข้อแรก เมื่อเราไม่มีแผนการว่าจะทำอะไรต่อ จะถือถึงไหน หรือขายแล้วจะไปวางเงินไว้ตรง สิ่งนี้จะทำให้ความกลัว และความโลภในตัวเราผุดขึ้นมา ให้เรารู้สึกกลัวว่าตัวเลขกำไรที่บวกอยู่มันจะลดลง หรือกลายเป็นลบ ทำให้เรารีบขายหุ้นออกมาเมื่อพึ่งจะได้กำไร คนเหล่านี้มักจะถือหุ้นที่กำไรไม่ได้นาน แต่จะสามารถถือหุ้นที่ขาดทุนได้ยาวไปเรื่อยๆ เรียกได้ว่าทนรวยไม่ค่อยได้!

ผลที่มักจะตามหลังจากขายหมู

สิ่งนี้จะทำให้เราเกิดอาการเสียดาย และเสียโอกาสที่จะได้กำไรก้อนโต ซึ่งบางคนเสียดายหมูที่ขายไปยิ่งกว่าตอนยอมคัทลอสตัดขาดทุนซะอีก หนำซ้ำบางคนยังมีอาการทนเสียดายไม่ไหวกระโดดตามกลับเข้าไปซื้อใหม่ เพราะคิดว่าราคามันจะวิ่งไปต่อ ซึ่งเจ้ากรรมเมื่อนักลงทุนทำสิ่งนี้ ราคาหุ้นก็มักจะวิ่งกลับลงมาให้คุณขาดทุนจนกำไรที่ขายหมูได้มา ก็คืนกลับไปหมด สุดท้ายทั้งขายหมู ทั้งขาดทุน ทำเอาไปไม่เป็นเลยทีเดียว

วิธีป้องกันการขายหมู

วิธีแก้อาการขายหมูจริงๆ แล้วเราเพียงต้องวางแผนก่อนเทรดให้ขัดเจนซึ่งมีหลากหลายวิธี ไม่มีวิธีที่ตายตัว และไม่มีวิธีใดเป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่จะขอยกตัวอย่างวิธีที่คนนิยมใช้กัน ดังนี้

  1. ทยอยขายเป็นไม้ๆ อย่าพึ่งขายหมดในไม้เดียวเช่น คุณอาจจะขายทีละ 50% ไปเรื่อยๆ ตามระดับราคาเป้าหมาย ทีละระดับราคา อาจใช้แนวต้านต่างๆ เป็นเป้าหมายทยอยขายทำกำไรก็ได้ แล้วขายทั้งหมดเมื่อราคาตกลงมาต่ำกว่าราคาที่ขายล่าสุด เช่น ขายที่ 10 บาท 50% ขายที่ 11 บาท  อีก 50% ของที่เหลือ และขายที่ 12 บาท อีก 50% พอราคาตกกลับลงมาที่ 11 บาท ก็ขายที่เหลือออกทั้งหมด เป็นต้น แบบนี้จะทำให้คุณสามารถถือกำไรได้นานขึ้นช่วยลดการขายหมูแต่เนิ่นๆได้ด้วย
  2. ขยับจุดขายทำกำไรให้ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน ตามไปเรื่อยๆในกรณีที่หุ้นที่คุณซื้อวิ่งขึ้นไปให้คุณได้กำไรอยู่ คุณอาจจะกำหนดจุดขายออกหมดเมื่อราคาถอยกลับลงมา เช่น ต้นทุน 10 บาท ราคาปัจจุบัน 12 บาท คุณอาจจะเตรียมขายเมื่อราคาลงมาเหลือ 11 บาท และถ้าราคาวิ่งไปต่อที่ 13 บาท คุณก็ขยับราคาที่จะเตรียมขายไปที่ 12 บาท ขยับตามแบบนี้ไปเรื่อยๆ (นักเทคนิคอลเรียกสิ่งนี้ว่า Trailing stop) ก็ช่วยลดอาการขายหมูได้เช่นกัน
  3. ขายทุนออกมา ถือแต่กำไรเอาไว้วิธีนี้อาจจะใช้ได้ในกรณีที่คุณมีกำไรมากพอสมควร เมื่อคุณถอนทุนออกมาหมดแล้ว ก็เหมือนหุ้นที่คุณมีอยู่ได้มาแบบไม่มีต้นทุน ทำให้คุณสามารถถือต่อไปแบบไม่มีทางขาดทุน ยิ่งเป็นหุ้นที่มีปันผลด้วยแล้ว แบบนี้ก็เหมือนคุณได้ Passive Income มาแบบฟรีๆ เลยล่ะ

ยังไงซะขายหมูก็ยังดีกว่าขาดทุน

ถึงจะเสียดายอย่างไร แต่เราก็ยังไม่เสียตังค์ เพราะการขายหมูไม่ใช่การขาดทุน เป็นเพียงแค่การเสียโอกาสได้กำไรเพิ่มขึ้นเฉยๆ จงคิดซะว่ากำไรน้อยแต่ก็ยังกำไร สะสมไปเรื่อยๆ สักวันก็กลายเป็นเงินก้อนใหญ่ได้ คิดบวกเข้าไว้ดีกว่าครับ เพราะสิ่งสำคัญในการลงทุน คือเราต้องมีความสุขกับการลงทุนของเรา ^_^

โดย ศาลเจ้าพ่อลงทุน


Related News