วางแผนการเงิน การออม เกษียณ
เทคนิควางแผนการเงินแบบ Non Stop เริ่มต้นให้ได้แล้วเดินไปให้สุดทาง

การเริ่มต้นที่ว่ายากแล้ว การเดินหน้าไปให้สุดทางอาจจะยากกว่า...แต่ถ้ารู้ว่าเป้าหมายของการออมการลงทุนของเราอยู่ที่ไหน และจะทำอย่างไรให้ไปถึงเป้าหมายนั้น น่าจะช่วยให้การเริ่มต้นทำได้ง่าย และสามารถรักษาวินัยไปได้จนถึงเป้าหมาย

จะมีสักกี่คนที่ไม่ต้องการ “ชีวิตมั่งคั่งมั่นคง” และคงมีไม่กี่คนที่ไม่รู้ว่า ถ้าหวังจะมีความมั่นคงทางการเงินต้องเริ่มจากการวางแผนการเงิน แต่จะมีสักกี่คนที่จะลุกขึ้นมาทำอย่างจริงจังและมีวินัยมากพอที่จะทำไปตลอด

เพราะการเริ่มต้นที่ว่ายากแล้ว การเดินหน้าไปให้สุดทางอาจจะยากกว่า

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความเย้ายวนที่ดาหน้าเข้ามาไม่หยุดหย่อน แต่ถ้าเรารู้ว่า เป้าหมายของการออมการลงทุนของเราอยู่ที่ไหน และจะทำอย่างไรให้ไปถึงเป้าหมายนั้น น่าจะช่วยให้การเริ่มต้นทำได้ง่าย และสามารถรักษาวินัยไปได้จนถึงเป้าหมาย

พร้อมแล้วที่จะออก Start!

การเริ่มต้นที่ดีที่สุด คือ เริ่มทันที เริ่มวันนี้ เพราะยิ่งเริ่มเร็วยิ่งได้เปรียบ แต่การเริ่มเร็วกว่าอาจจะไม่ได้รวยกว่าเสมอไป

  • เริ่มเร็วได้เปรียบกว่า

ยิ่งเราเริ่มต้นลงทุนได้เร็วเท่าไรก็ยิ่งได้เปรียบ เพราะมีเวลาให้ “เงินทำงาน” นานกว่า มีโอกาสที่เงินจะเติบโตได้มากกว่าคนที่รีๆ รอๆ ไม่เริ่มต้นสักที หรือ เริ่มต้นช้ากว่า จากตัวอย่างการลงทุนของคนที่ 1 กับ คนที่ 3 ที่แม้จะมีช่วงเวลาในการออมเงินเท่ากัน คือ 10 ปี เป็นเงิน 240,000 บาท เท่ากัน แต่สิ่งที่ได้รับในปลายทางแตกต่างกันหลายเท่าตัว

เพราะคนที่ 1 เริ่มต้นลงทุนตั้งแต่อายุ 20 ปี และแม้จะหยุดใส่เงินเพิ่ม แต่เงินก้อนที่ออมใน 10 ปีแรกยังคงทำงานต่อไปอีก 30 ปี ขณะที่คนที่ 3 มาเริ่มต้นเมื่ออายุ 50 ปี มีเวลาให้เงินทำงานเพียงแค่ 10 ปีเท่านั้น

  • เริ่มแล้วต้องลงทุนต่อเนื่อง

คนที่เริ่มออมก่อนอาจจะไม่ได้รวยกว่าเสมอไป ถ้าไม่ได้ลงทุนอย่างต่อเนื่องในเวลาที่นานพอ เช่น คนที่ 1 ถ้าเขาไม่ได้ลงทุนนาน 10 ปี แต่ออมแค่ 5 ปี แล้วหยุด ก็จะมีเงินต้นเพียง 138,018 บาท และที่เหลือปล่อยให้เงินทำงานเพียงลำพัง เงินจะงอกเงยมาเป็น 1.47 ล้านบาท ยังน้อยกว่าคนที่ 2 ที่มาเริ่มลงทุนเมื่ออายุ 30 ปี แต่ออมต่อเนื่อง ออมไปเรื่อยๆ ในบั้นปลายจะมีเงินมากกว่า

ขณะที่คนที่ 4 เริ่มต้นเร็วและลงทุนต่อเนื่องเพียงแค่เดือนละ 2,000 บาท ในวันที่อายุ 60 ปีจะมีเงิน 4.79 ล้านบาท

นอกจากจะเริ่มเร็ว ต่อเนื่องแล้ว ยังต้องลงทุนในสินทรัพย์ที่เหมาะสม เพราะในตัวอย่างคำนวณผลตอบแทนเฉลี่ยที่ปีละ 7% ซึ่งหากต้องการผลตอบแทนในระดับนี้หนีไม่พ้นที่จะต้องมีการลงทุนในหุ้นค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในช่วงต้นๆ ของวัยทำงาน

แต่ถ้าคนที่ 4 เป็นคนรุ่นใหม่ใจไม่กล้า ออมเงินเดือนละ 2,000 บาทเหมือนเดิม แต่นำเงินทั้งหมดไปทิ้งไว้ในเงินฝากออมทรัพย์ ที่ได้ดอกเบี้ยเพียง 1% ต่อปี เมื่ออายุ 60 ปี จะมีเงินเพียง 1.17 ล้านบาท

  • เริ่มเร็ว-ต่อเนื่อง-ลงทุนเพิ่ม ดีที่สุด

แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดต้องเริ่มต้นเร็ว ลงทุนต่อเนื่อง และเพิ่มจำนวนเงินลงทุนมากขึ้นเรื่อย เพราะอายุมากขึ้น รายได้มากขึ้น ก็สามารถออมได้มากขึ้นด้วย จากตัวอย่างจะเห็นว่า คนที่ 5 ที่ลงทุนเดือนละ 2,000 บาทในช่วงอายุ 20-30 ปี แต่ทุกๆ 10 ปี จะเพิ่มจำนวนเงินอีก 1,000 บาท ทำให้เขามีเงินออมมากที่สุด

ตัวช่วยไม่ให้ Non Stop

เพราะรู้ว่า การลงทุนให้ต่อเนื่องไม่ล้มเลิกไปกลางทางเป็นเรื่องยากขนาดไหน เพราะฉะนั้นต้องหา “เครื่องมือและวิธีการ” ที่ช่วยให้ไปถึงเป้าหมาย

  • ตัดบัญชีอัตโนมัติ& DCA

เครื่องมือที่ดีที่สุดและง่ายที่สุดในการสร้างวินัย คือ “ตัดบัญชีอัตโนมัติ” เพราะเพียงแค่มีบัญชีเงินฝาก (และมีเงินในบัญชีเงินฝาก) และใช้บริการตัดบัญชีอัตโนมัติ ธนาคารจะทำหน้าที่หักเงินบัญชีของเราออกไปออม หรือไปลงทุนตามที่เรากำหนดไว้

นอกจากนี้ ซึ่งจะได้ผลดีมากขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับแนวคิดลงทุนเป็นประจำ หรือ Dollar Cost Averaging (DCA) ช่วยให้ออมและลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องรอจังหวะลงทุน

>>บัญชีเงินฝากปลอดภาษี เป็นบัญชีเงินฝากที่เราต้องฝากเงินจำนวนเท่าๆ กันทุกเดือน อย่างน้อย 24 เดือน ซึ่งน่าจะเหมาะกับ “มือใหม่” ที่คุ้นเคยกับการฝากเงินอยู่แล้ว แม้ว่าจะไม่ได้ดอกเบี้ยสูงมากนัก แต่อย่างน้อยก็ช่วยฝึกวินัยการออมได้

>>ลงทุนกองทุนแบบ DCA ขยับจากเงินฝากขึ้นมาอีกนิด ก็ต้องเป็นการลงทุนในกองทุนรวม ซึ่งมีหลากหลายนโยบายการลงทุน จากหลากหลาย บลจ. แต่สิ่งที่ทำเหมือนกัน คือ บริการลงทุนแบบ DCA โดยการตัดบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ

>>ลงทุนหุ้นแบบ DCA ถ้าอยาก “ออมหุ้น” เป็นรายตัว ทางฝั่ง บล. ก็มีให้เลือกลงทุน ซึ่งข้อดีของบริการออมหุ้น หรือ ลงทุนหุ้นแบบ DCA คือ ใช้เงินลงทุนต่อเดือนไม่มาก เมื่อเทียบกับการซื้อหุ้นทั่วไปที่จะต้องเริ่มต้นจาก 100 หุ้น

  • บังคับออม

ตัวช่วยอีกแบบหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนที่มีแนวโน้มจะวอกแวกได้ง่าย ห้ามใจตัวเองไม่อยู่ ก็ต้องเลือกการลงทุนแบบมีเงื่อนไข ที่จะช่วยบังคับใจไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง (ได้ยากมากขึ้น)

>>กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ถ้าเป็นพนักงานในองค์กรที่มี “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” หรือ ข้าราชการที่เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ถือว่า มีคนช่วยบังคับออม เพราะทุกเดือนจะถูกหักเงินเดือนไปทุกเดือน ซึ่งรับรองว่า ผ่านไปไม่กี่ปีมีเงินแสนแบบไม่รู้ตัว

>>กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) อยากจะมีเงินเก็บสักก้อน แต่เก็บไปได้ไม่นานก็อดใจไม่ได้เบิกออกมาใช้ทุกที ลองขยับมาลงทุนในกองทุน LTF เพราะเมื่อลงทุนไปแล้วต้องถือไว้ (ห้ามขาย) ก่อนที่จะครบ 7 ปีปฏิทิน เพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี

>>กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ถ้ามีเป้าหมายชัดเจนว่า ต้องการเก็บเงินไว้ใช้วัยเกษียณ ก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก ใส่เงินเข้ากองทุน RMF ดีที่สุด เพราะเงื่อนไขข้อหนึ่งของ RMF คือ ห้ามไถ่ถอนหน่วยลงทุนก่อนอายุครบ 55 ปี และลงทุนมาอย่างน้อย 5 ปี ซึ่งจะช่วยบังคับใจได้เป็นอย่างดี และถ้าใช้วิธี DCA ในการลงทุน จะยิ่งมั่นใจว่า ไปถึงเป้าหมายแน่นอน

>>ประกันสะสมทรัพย์ แม้จะได้ผลตอบแทนน้อย แต่ก็เป็นการบังคับตัวเองอีกวิธีหนึ่ง เพราะเมื่อได้ผูกพันทำประกันไปแล้ว ส่วนใหญ่จะพยายามส่งเบี้ยประกันไปจนครบสัญญา

  • เพื่อนร่วมทาง

ถ้าเป็นการออกกำลังกาย การลดน้ำหนัก วิธีการหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จ คือ “เพื่อนร่วมอุดมการณ์” ที่คอยให้คำปรึกษา ช่วยกันประคับประคอง และกระตุ้นเตือนกันอยู่เสมอ...การวางแผนการเงิน ก็เช่นกัน

แต่พอเป็นเรื่องเงินๆ ทองๆ หรือ การวางแผนการเงิน ก็อาจจะหาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ได้ยากสักหน่อยเพราะไม่ค่อยมีใครอยากเปิดเผย “เรื่องส่วนตัว” ให้คนอื่นรู้ แม้บางทีคนนั้นจะเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดก็ตาม

เพราะฉะนั้นเราอาจจะต้องใช้บริการที่ปรึกษาการเงิน หรือนักวางแผนการเงิน มาเป็น “เพื่อนร่วมทาง” แต่ไม่ว่าจะใช้เครื่องมืออะไร วิธีการแบบไหน ก็ไปถึงเป้าหมายได้แน่นอน ขอเพียงแค่ Start แล้วต้องไม่ Stop เหมือนกับ กูรูทั้ง 5 คน ในสัมมนา คนไทยฉลาดการเงิน” ซึ่งแต่ละคนอาจจะมีจุดเริ่มต้นที่แตกต่างกัน แต่ทุกคนมีวินัยทางการเงินเหมือนกัน และบางทีเรื่องราวของพวกเขาอาจเป็นแรงบันดาลใจให้เราเริ่มต้นเดินบน Road to Wealth แบบเดียวกับพวกเขาก็ได้

 

ตัวอย่างการลงทุนที่มีจุดเริ่มต้นและระยะเวลาแตกต่างกัน


Related News