Money Product
กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ กระชับความสัมพันธ์ลูกค้า เปิดตัวบัตรใหม่ “กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ ”

กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ เปิดตัวบัตรสินเชื่อใหม่ “กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ แคร์” ชูจุดเด่นบัตรสินเชื่อเงินสด และผ่อนชำระสินค้าที่มอบความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุ วงเงินประกันภัยสูงสุด 1 แสนบาทฟรี! โดยไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า และรายปีตลอดชีพ รายแรกในตลาดสินเชื่อไทย ตอบครบทุกความต้องการด้านการเงินในบัตรเดียว หวังคนไทยเข้าถึงความคุ้มครองขั้นพื้นฐานได้ง่ายขึ้น “เพราะเราเป็นห่วง”

นางสาวณญาณี เผือกขำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อผ่อนชำระ ภายใต้แบรนด์กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ กล่าวว่า “ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ ครองความเป็นผู้นำในตลาดสินเชื่อมายาวนาน ก็คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ง่าย รวดเร็ว ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า เป็นที่มาของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ที่มีความหลากหลาย โดดเด่นด้วยสิทธิประโยชน์ที่ ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่มไลฟ์สไตล์อย่างตรงจุด จากการทำวิจัยตลาดผลิตภัณฑ์เมื่อเร็วๆนี้ เราพบว่า กว่า50% ของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้ความสำคัญ และต้องการได้รับสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองชีวิตจากการประกันภัย จึงได้พัฒนา “กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ แคร์” บัตรสินเชื่อส่วนบุคคล ที่ตอบครบทุกความต้องการด้านการเงินขั้นพื้นฐานในบัตรเดียว

โดยมอบความสะดวกสบายในการบริหารจัดการ ทางการเงินตามความจำเป็นของแต่ละคน ด้วยบริการสินเชื่อเงินสดและสินเชื่อผ่อนชำระสินค้า อีกทั้งยังมอบความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล วงเงินประกันภัยสูงสุด 1 แสนบาทฟรี แก่สมาชิกบัตรใหม่เป็นระยะเวลา 12 เดือน นับจากวันอนุมัติบัตร สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อปี โดยไม่ต้องสำรองจ่าย ได้สูงสุด 3,000 บาทต่ออุบัติเหตุ โดยไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ นับเป็นผลิตภัณฑ์บัตรสินเชื่อส่วนบุคคลรายแรกในตลาดที่มอบความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุให้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ลดภาระรายจ่ายลูกค้าในสภาวะที่เศรษฐกิจปัจจุบัน ที่มีค่าครองชีพค่อนข้างสูง เพราะกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ห่วงใยในความมั่นคงในชีวิตของลูกค้าของเรา และต้องการเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงความคุ้มครองขั้นพื้นฐานได้ง่ายขึ้น”

“กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ แคร์” เป็นผลิตภัณฑ์บัตรสินเชื่อส่วนบุคคล ที่มอบความสะดวกสบายในการบริหารจัดการเงินให้ง่ายยิ่งขึ้น เมื่อยามจำเป็น ด้วยบริการสินเชื่อเงินสดผ่านหลากหลายช่องทางตลอด 24 ชั่วโมง และบริการสินเชื่อผ่อนชำระสินค้าและบริการได้ตามต้องการ ณ ร้านค้าชั้นนำที่มีสัญลักษณ์ กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ กว่า 20,000 แห่งทั่วประเทศ พร้อมรับสิทธิประโยชน์จากโปรโมชั่นผ่อน 0% หรือผ่อนชำระเบาๆนานสูงสุด 48 เดือน ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษตลอดปี รวมถึงสิทธิประโยชน์สุดพิเศษ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล วงเงินประกันภัยสูงสุด 100,000 บาท นาน 12 เดือน นับจากวันอนุมัติบัตร

โดยสมาชิกบัตรสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุได้ โดยไม่ต้องสำรองจ่าย ณ สถานพยาบาลคู่สัญญาในโครงการกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ แคร์ 245 แห่งทั่วประเทศ วงเงินคุ้มครองสูงสุดครั้งละ 3,000 บาท/อุบัติเหตุ โดยไม่จำกัดจำนวนครั้งต่อปี ครอบคลุมรวมถึงอุบัติเหตุจากการขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีตลอดชีพ รายละเอียดเพิ่มเติม www.firstchoice.co.th

“ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ แคร์คือ กลุ่มที่มีรายได้เริ่มต้น 10,000 บาทขึ้นไป และต้องการความคล่องตัวในการบริหารจัดการการใช้จ่าย ด้วยความโดดเด่นของ “กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ แคร์” ที่ทำให้ลูกค้าของเราสามารถเข้าถึงการประกันภัยซึ่งเป็นความคุ้มครองขั้นพื้นฐานในชีวิตได้ง่ายยิ่งขึ้น น่าจะตอบโจทย์ในการสร้างความมั่นคงทางการเงินขั้นพื้นฐานให้กับลูกค้าที่เราห่วงใย จึงน่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

ทั้งนี้บริษัทฯได้เตรียมแคมเปญสื่อสารการตลาดในแนวคิด “เพราะเราเป็นห่วง” ผ่านสื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์ต่างๆ เพื่อส่งเสริมการรับรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์บัตรใหม่นี้ และตั้งเป้ารวมบัตรใหม่แตะ300,000 บัญชี ภายในสิ้นปี 2560”

นางสาวณญาณี กล่าวอีกว่า การเสนอบัตรแบบมีประกันเป็นการดูแลลูกค้า เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบริษัทและลูกค้า เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ใช้บริการของบริษัทมานานแล้ว ซึ่งบริษัทไม่ได้ทำการตลาดในลูกค้ากลุ่มนี้มาพักใหญ่ ถือว่าเป็นการกลับมาทำการตลาดในกลุ่มนี้อีกครั้ง

ผลมาตรการคุมสินเชื่อ กระทบยอดอนุมัติลดลง

อย่างไรก็ดีผลกระทบจากหลักเกณฑ์การดูแลสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันซึ่งมีผลไปเมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมานั้นเริ่มเห็นผลกระทบต่อการทำธุรกิจบ้าง โดยยอดอนุมัติบัตรใหม่ลดลงจาก 43% เป็น 39 % เนื่องจากผู้สมัครบัตรมีบัญชีสินเชื่อเดิมครบ 3 รายแล้ว และบริษัทมีการคัดกรองลูกค้าให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น ซึ่งบริษัทได้ประเมินไว้ว่าเกณฑ์ใหม่จะมีผลกระทบธุรกิจ 5% และก็นับว่าเป็นไปตามที่คาด

"ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาพบว่าประชาชนเริ่มมีความตื่นตัวต่อเรื่องเกณฑ์ของแบงก์ชาติทำให้มียอดสมัครสินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ 15% แต่ผลที่ชัดเจนจะเป็นอย่างไรอาจจะต้องรอให้มาตรการมีผลราว 1 ไตรมาสก่อน ทั้งนี้บริษัทยังคงดำเนินธุรกิจตามปกติและจะยังมีแคมเปญในสิ้นปีออกมาอีกแน่นอน"


Related News