Road to Wealth
ความมั่งคั่งสร้างได้ แค่ใช้บัญชีเงินฝาก

ถึงดอกเบี้ยเงินฝากจะน้อยนิด ไม่มีทางทำให้เงินที่มีงอกเงยขึ้นมาได้ แต่อย่าเพิ่งดูถูก “บัญชีเงินฝากออมทรัพย์” เพราะเราใช้เป็นเครื่องมือช่วยสร้างความมั่งคั่งได้ และยิ่งทำได้ง่ายมากขึ้นถ้าใช้ Mobile Banking ร่วมด้วย

หลายครั้งที่ต้องบ่นออกมาดังๆ ว่า “เงินหายไปไหนหมดก็ไม่รู้” นั่นก็เพราะมีรอยรั่วจากการใช้จ่ายที่ไม่ได้บริหารจัดการที่ดี เพราะฉะนั้นต้องหาวิธี หรือระบบมาช่วยอุดรอยรั่วและสร้างนิสัยทางการเงินที่ดี เพื่อนำไปสู่ความมั่งคั่งได้ในที่สุด

เรื่องการบริหารรายรับ-รายจ่าย และการจัดสรรเงิน มีอยู่หลายแนวคิด ที่ช่วยให้การใช้จ่าย “ไม่มั่ว” และ “ไม่รั่ว” แน่นอน

 

ในศาสนาพุทธมีหลักธรรมคำสอนเรื่องการบริหารเงิน นั่นคือ “โภควิภาค ๔”  โดยให้แบ่งทรัพย์สินออกเป็น 4 ส่วน

เอเกน โภเค ภุญฺเชยุย ๑ ส่วนใช้จ่ายเลี้ยงตัว เลี้ยงคนที่ควรบำรุง และหาประโยชน์

ทุวีหิ กมฺมํ ปโยชเย ๒ ส่วนใช้เป็นทุนประกอบการงาน  

จตุตฺถญฺจ นิธาเปยุย ๑ ส่วนเก็บไว้ใช้ในคราวจำเป็น

 

ลี กา-ชิง มหาเศรษฐีชาวฮ่องกง บอกเคล็ดลับการบริหารเงิน โดยการแบ่งเงินเป็น 5 กอง ได้แก่

  • 30% สำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
  • 20% สำหรับสร้างมิตรและความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง
  • 15% สำหรับการเรียนรู้
  • 10% สำหรับการเดินทางไปต่างประเทศ อย่างน้อยปีละครั้ง (เป็นการให้รางวัลตนเอง และเติมไฟในการทำงาน)
  • 25% สำหรับเก็บออมเป็นทุนในการเริ่มต้นทำธุรกิจ

 

มิทสึอะคิ โยโกยะมะ นักวางแผนการเงินชาวญี่ปุ่น ผู้เขียนหนังสือ “90 วัน ออมเปลี่ยนชีวิต” แนะนำ ให้แบ่งเงินเป็น 3 ส่วน คือ

  • ออมและลงทุน 10%-25%
  • ค่าใช้จ่ายทั่วไป 70-80%
  • ค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เพื่อให้รางวัลกับตัวเอง 5-10%

 

อีกแนวคิดที่น่าจะเคยได้ยิน คือ JARS System โดย T. Harv Eker ผู้เขียนหนังสือ Secret of Millionaire Mind (ถอดรหัสลับสมองเงินล้าน) ที่แนะนำให้จัดสรรรายได้ออกเป็น 6 กระปุก

กระปุก 1 >> ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 55%

กระปุก 2 >> ลงทุนระยะยาว หรือ บัญชีเพื่ออิสรภาพทางการเงิน 10%

กระปุก 3 >> เพื่อการศึกษา 10%

กระปุก 4 >> เงินออมเพื่อใช้จ่ายในอนาคต 10%

กระปุก 5 >> ให้รางวัลชีวิต 10%

กระปุก 6 >> เพื่อการบริจาค 5%

หลายคนที่ทดลองทำแล้ว บอกว่า วิธีแบ่งเงิน 6 กระปุก มันตรงใจ เพราะแทบจะครอบคลุมทุกประเภทรายจ่ายในชีวิตจริง และที่สำคัญ จะชอบมากกับกระปุกสำหรับ “ให้รางวัลกับชีวิต” ที่จะใช้เงินในกระปุกนี้ทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ และที่สำคัญ คือ ต้องใช้ให้หมดทุกเดือน 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า แต่ละวิธีการจะกำหนดสัดส่วนของเงินแต่ละก้อนไว้ชัดเจน แต่เราสามารถปรับเพิ่ม หรือลดบางอย่างเพื่อให้เหมาะกับไลฟสไตล์ของเรามากที่สุด แต่อย่างน้อยขอให้เริ่มจากการออมและลงทุนเพื่ออนาคตกันก่อน ใส่เงินในส่วนนี้ให้เต็มที่เท่าที่ทำได้ เหลือเท่าไรค่อยขยับไปรายจ่ายๆ อื่น เพราะยิ่งเราใส่ไปมาก ยิ่งมีโอกาสที่จะมั่งคั่งเพิ่มขึ้น

เมื่อกำหนดสัดส่วนเสร็จแล้ว ก็ไปเปิดบัญชีกัน อยากจะแบ่งเงินเป็นกี่ส่วนก็เปิดบัญชีแยกสำหรับเงินแต่ละวัตถุประสงค์ เช่น ถ้าเลือกแบบ 6 กระปุก ก็เปิดไปเลย 6 บัญชี (อย่าได้แคร์)

แต่ที่ต้องไปพร้อมๆ กัน คือ ผูกทุกบัญชีเข้ากับ Mobile Banking โดยไม่ต้องทำบัตร ATM ยกเว้นบัญชีหลักสำหรับรายจ่ายประจำวัน เพราะเราสามารถโอนเงินระหว่างบัญชีตัวเองได้ในไม่กี่วินาที หรือ จะโอนไปให้ใคร ไปจ่ายค่าอะไรก็ง่ายมากๆ

จากนั้นก็ตั้งชื่อบัญชีตามวัตถุประสงค์ให้เรียบร้อยจะได้ไม่งง (ทำได้ใน Mobile Banking) ทีนี้พอมีรายได้เข้าบัญชีมาปุ๊บ เราก็กระจายเงินเข้าแต่ละบัญชีตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ ซึ่งขั้นตอนนี้จะสะดวกมากขึ้นอีกถ้ากำหนดให้เป็นรายการที่โอนเป็นประจำ จะได้ไม่ลืม

แต่ยังไม่จบกระบวนการ เพราะในบัญชีที่เป็นเงินลงทุนระยะยาว จะต้องออกไปลงทุนจริงๆ ไม่ปล่อยให้นอนพักสบายๆ ในบัญชีเงินฝาก ซึ่ง #มีเงินเก็บแล้วจะลงทุนอะไรก็ได้ จะเป็นหุ้น เป็นกองทุน เป็นอสังหาริมทรัพย์ ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคน แต่ถ้าต้องการความสะดวก (อีกแล้ว) แนะนำให้ลงทุนหุ้น หรือกองทุนรวมแบบเฉลี่ยต้นทุน (DCA) โดยการตัดเงินจาก “บัญชีลงทุนระยะยาว” แบบอัตโนมัติ

แบบนี้คงต้องขอบคุณบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ที่ช่วยให้การบริหารเงินทำได้... ง่ายนิดเดียว


Related News