วารสารการเงินธนาคาร
Young millionaires : ปุณยธร สุทธิพงษ์ชัย ผู้จัดการหุ้นส่วน กองทุนร่วมลงทุน Creative Ventures

ปุณยธร สุทธิพงษ์ชัย

ผู้จัดการหุ้นส่วน

กองทุนร่วมลงทุน Creative Ventures

 ระดมเงินพันล้าน

ร่วมลงทุนธุรกิจสตาร์ทอัพ

แก้ปัญหา Mega Trend ของโลก

การขาดแคลนแรงงาน, ผู้สูงอายุมีจำนวนมากขึ้น และภาวะโลกร้อน เป็น 3 ปัญหาใหญ่ที่เป็น Mega Trend ของโลก ซึ่งมีผลกระทบกับหลายอุตสาหกรรม และไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยเทคโนโลยีแบบเดิมๆ กองทุนร่วมลงทุน(Venture Capitalist : VC) ที่จัดตั้งโดย บริษัท ครีเอทีฟเวนจอร์ จำกัด (Creative Ventures) จึงเลือกที่จะลงทุนธุรกิจสตาร์ทอัพ ที่มีนวัตกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง(Deep Technology)เพื่อช่วยให้มนุษย์มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น และแก้ไขปัญหาสำคัญของโลกได้แก่

  1. ธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีที่ช่วยดูแลคุณภาพชีวิตประชากรผู้สูงวัย
  2. ธุรกิจเทคโนโลยีที่จะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน
  3. ธุรกิจที่ดูแลหรือแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ ภาวะโลกร้อน (Climate change) ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับภาคการผลิตอุตสาหกรรม การเกษตร และการบริการดูแลสุขภาพ

จากซิลิคอนวัลเลย์

ถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ปุณยธร สุทธิพงษ์ชัย หรือ “แชมป์” ผู้จัดการหุ้นส่วน บริษัท Creative Ventures และยังเป็นคนไทยคนแรกที่เป็นผู้ก่อตั้ง VC ในซิลิคอนวัลเลย์ กล่าวว่า ในซิลิคอนวัลเลย์ สหรัฐอเมริกาจะเป็นศูนย์รวมของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเทคโนโลยีขั้นสูง ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ AI, หุ่นยนต์(Robotics), คอมพิวเตอร์ วิชั่น, เทคโนโลยีเซนเซอร์ขั้นสูง และชีววิทยาสังเคราะห์ เพื่อตอบสนองการดำเนินธุรกิจในสาขาต่างๆ อยู่มากมาย

ขณะที่ ธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกฉียงใต้ โดยเฉพาะธุรกิจครอบครัวยังขาดเทคโนโลยีขั้นสูงที่มาช่วยแก้ปัญหาที่เป็นMega Trend  ของโลก

“Creative Venturesจึงตั้งกองทุนเพื่อเข้าร่วมลงทุนกับบริษัทสตาร์ทอัพ ในสหรัฐอเมริกา ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงและยังไม่เคยเกิดขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

การร่วมทุนของ Creative Venturesไม่ได้เพียงแค่ให้เงินทุนกับบริษัทสตาร์ทอัพเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยพัฒนาธุรกิจให้แก่สตาร์ทอัพ ทั้งด้านการผลิต และการตลาด นอกจากนี้ยังช่วยให้ธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงเหล่านี้ด้วย

“โลกมีปัญหาที่เป็น Mega Trend สิ่งเหล่านี้ต้องให้ Deep Tech ช่วยแก้ปัญหา เราจึงลงทุนใน Deep Tech ขณะที่สหรัฐอเมริกามี Deep Tech และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ต้องการ Deep Tech เราจึงเป็นเหมือนสะพานเชื่อมระหว่าง ซิลิคอนวัลเลย์ กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เป็นอย่างดี”

ปุณยธรยังกล่าวอีกว่า จุดเด่นของ ธุรกิจที่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงขึ้นมาได้คือ คู่แข่งลอกเลียนแบบได้ยาก   

“แม้จะรู้ว่าทำได้อย่างไร แต่ก็เลียนแบบไม่ได้” ปุณยธร กล่าว

กองทุนแรกพิสูจน์คอนเซ็ปต์

ปุณยธรเล่าว่า เขาเริ่มจากการเป็น Angle Investor โดยไม่รู้ตัว เพราะในระหว่างเรียนที่ Berkeley-Haas School of Business, University of California มีเพื่อนหลายคนที่ทำสตาร์ทอัพ ขณะที่เขาเองก็ไปเรียนหลักสูตร Innovation Consulting ที่จะทำอย่างไรให้บริษัทใน Fortune500 สร้างนวัตกรรมขึ้นมาได้ 

“ในระหว่างที่เรียนก็เริ่มคิดที่จะลงทุน ก็ไปดูๆ เพื่อนที่ทำสตาร์ทอัพ แต่ดูแบบไม่ให้เขารู้ตัว พอเรียนจบก็ลงทุนกับเพื่อน ทำให้มีอาชีพใหม่ เป็น Angle Investorโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นกลางวันทำงานบริษัท กลางคืนเป็น Angel Investorเสาร์อาทิตย์ไปเรียนภาคค่ำ ทำให้ได้เรียนรู้ทั้งจากมุมมองของคนทำธุรกิจและนักลงทุน”

จนกระทั่งมาเป็น Creative Venturesโดยการนำ “จุดแข็ง” ของหุ้นส่วนทั้ง 3 คน คือ ปุณยธร, Alastair Truegerและ James Wang มาผสมผสานกันอย่างลงตัว

 

ติดตามคอลัมน์ Young millionaires ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือน พฤศจิกายน 2560 ฉบับที่ 427 บนแผงหนังสือชั้นนำทั้่วประเทศ และในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi


Related News