Financial Expert
ลงทุนแบบ DCA เหมือนจะง่าย แต่ยาก... ถ้าไม่มีวินัย

การลงทุนแบบ Dollar Cost Average (DCA) เป็นวิธีการลงทุนที่ทำได้ง่าย ถ้าเลือกหุ้น หรือ กองทุนเป็น และมีวินัยการลงทุน เพราะ DCA มีแบบแผนชัดเจน คือ การลงทุนเป็นประจำ อย่างสม่ำเสมอ โดยไม่สนใจว่า ราคาหุ้นจะเป็นเท่าไร และการคาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ยระยะยาว 7-8% ต่อปี เป็นไปได้

 

แต่ความมีแบบแผนนี่เองที่ทำให้การลงทุนแบบ DCA มันไม่ง่าย เพราะปัญหาคือ หลายคนอยากรวยเร็ว ทำให้ออกนอกแผน ไม่ได้ทำตามแผนที่วางไว้

มันมี “มารดำ” และ “มารขาว” มาคอยกระซิบอยู่ตลอด เพราะฉะนั้นการตัดบัญชีแบบอัตโนมัติจะช่วยได้มาก พอเงินเดือนก็ตัดเงินในบัญชีออกไปลงทุน เป็นการสร้างวินัยได้

เพราะถ้าคิดจะลงทุนเอง พอเงินเดือนออกอาจจะลืมซื้อ หรือ พอถึงเวลาที่ต้องซื้ออาจจะไม่กล้าซื้อ เพราะกลัวจะซื้อแพงไปบ้าง กลัวซื้อแล้วราคาจะลดบ้าง หรือถ้าหุ้นกำลังขึ้นแบบนี้ อาจจะอยากรีบซื้อเร็วกว่าแผนที่วางไว้ หรือ คิดว่าจะขายออกไปก่อนแล้วรอราคาปรับลดลงค่อยกลับมาซื้อใหม่

จริงๆ แล้ว ถ้าเป็น “DCA ขั้น Advance” อาจจะออกนอกแผนการลงทุนที่วางไว้ได้บ้าง แต่ต้องตระหนักอยู่เสมอว่า “การออกนอกแผนไม่ว่าจะซื้อ หรือ ขาย ทำให้บาดเจ็บได้” เพราะอาจจะทำให้…

  • ติดดอย ถ้าทุ่มเงินซื้อ โดยเข้าใจว่า เป็นช่วงที่ดีที่จะซื้อ แต่ราคาอาจจะปรับลดลงไปอีกก็ได้ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการประเมินมูลค่าหุ้นไม่รอบคอบ
  • ขายหมู ถ้าขายออกไปแล้ว ราคาหุ้นยังปรับขึ้นต่อเนื่อง แม้แต่การขายออกไปแล้วจะหาจังหวะกลับมาซื้ออีกรอบก็จะมีความเสี่ยง

“เวลาที่มีคนมาปรึกษาว่า จะขายออกไปก่อนดีไหม ผมจะถามว่า ขายแล้วจะทำอะไรต่อกับเงินก้อนนี้ ถ้าบอกว่า ขายแล้วจะกลับมาซื้อหุ้นตัวเดิม ก็จะถามกลับไปว่า แล้วจะขายทำไม เพราะทุกครั้งที่หุ้นขึ้นจะมีปัญหาอยู่ 2 แบบคือ หุ้นกำลังจะขึ้น ขายทำกำไรไปก่อนเลยดีไหม กับ หุ้นกำลังจะขึ้น ซื้อตัวไหนดี”

ถ้าไม่อยากยุ่งยาก ไม่ต้องใช้ท่ายาก ลงทุนแบบ DCA ธรรมดาๆ ซื้อไปตามแผนที่วางไว้ และมีวินัยการลงทุน ไม่หวังว่าจะเก็งกำไรระยะสั้น ซึ่งเป็น “Pure DCA” และรับความเสี่ยงเฉพาะสินทรัพย์ที่ลงทุน ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงได้โดยการเลือกลงทุนสินทรัพย์ที่ดีมีอนาคต เช่น การเลือกหุ้นดี โดยส่วนตัวจะพิจารณาจาก

  1. เทรนด์ในอนาคต ดูว่า อะไรเป็นเทรนด์ มีโอกาสเติบโตในอนาคต เช่น กลุ่มท่องเที่ยว ผู้สูงอายุ โดยที่เอาพื้นฐานความเป็นจริงมาดูว่า หุ้นในกลุ่มไหนที่ตอบโจทย์ตามเทรนด์ที่มองไว้
  2. เมื่อได้หุ้นที่ตอบโจทย์แล้วมาดูที่ผลดำเนินงานที่ผ่านมาว่า ธุรกิจสร้างผลกำไรจากการทำธุรกิจนั้นได้ ได้จริงไหม เพราะแม้ว่า เป็นธุรกิจที่อยู่ในเทรนด์เติบโต แต่ยังบริษัทอาจจะขาดทุนก็ได้

ขณะที่การลงทุนกองทุนด้วยวิธีการ DCA ก็ต้องเลือกกองทุนที่ดีเช่นกัน โดยดูจากผลการดำเนินงาน ดูลงไปถึงนโยบายการลงทุนว่า ลงทุนอะไร ตอบโจทย์ในสิ่งที่ต้องการหรือไม่ และผลงานที่ผ่านมาของกองทุนเป็นอย่างไร

จริงๆ แล้วถ้าเป็น “DCA ขั้น Advance” สามารถออกนอกแผนบ้าง หรือ ใช้สไตล์การลงทุนอื่นมาผสม เช่น ใช้วิธีการประเมินราคาหุ้นแบบ Value Investor (VI) หรือ อาจจะใช้ปัจจัยทางเทคนิคมาใช้ในการทำกำไรระยะสั้น นอกจากนี้ ยังอาจใช้การ Rebalance พอร์ตร่วมด้วย จะทำให้พอร์ตมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ต้องรู้เรื่องนั้นอย่างถ่องแท้ และตระหนักถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น

ถ้าไม่มีความรู้อย่างถ่องแท้ ไม่แนะนำให้ผสมสไตล์การลงทุนอื่นๆ กับการลงทุนแบบ DCA เพราะจะทำให้เสียวินัย ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของ DCA ไป

 

โดย กวิน สุวรรณตระกูล (Tar Kawin)

ผู้ร่วมก่อตั้ง aomMONEY.com

นักลงทุนในแนวทาง DCA เจ้าของหนังสือ ออมหุ้น ออมสุข


Related News