ข่าวรอบวัน
“เงินติดล้อ” เปิดแผนรุกตลาดปี 2561 ขยายสาขา-เจาะอาชีพอิสระ สร้างโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงินเป็นธรรม-โปร่งใส  [Advertorial]

บริษัท เงินติดล้อ จำกัด เผยแผนธุรกิจปี 2561 ขยายสาขากว่า 200 แห่งครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงินที่มีมาตรฐาน เป็นธรรม และโปร่งใส ให้แก่ลูกค้าได้มากขึ้น พร้อมบุกธุรกิจประกันภัยรถยนต์ ช่วยลูกค้าอาชีพอิสระไม่มีบัตรเครดิตผ่อนประกัน 0% นาน 6 เดือน 

นายปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด กล่าวว่า อุตสาหกรรมสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ ในปี 2561 จะเติบโตอย่างต่อเนื่องในอัตรา 3-7% จากปี 2560 และคาดว่าจะมีการเปิดสาขาเพิ่มอีกกว่า 1,000 สาขา โดย เงินติดล้อ ตั้งเป้าหมายเปิดสาขาเพิ่มอีก 200 สาขาทั่วประเทศ จากที่มีอยู่ในปัจจุบัน 593 สาขา

“สาขาของ เงินติดล้อ ทั่วประเทศเป็นลักษณะตึกแถว 1-2 คูหา ตกแต่งให้ดูเรียบง่าย เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นกันเอง สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ง่าย มีการกระจายสาขาอย่างทั่วถึง เพื่อสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงินที่มีมาตรฐาน เป็นธรรม และโปร่งใส ให้แก่ลูกค้าได้มากขึ้น โดยแต่ละสาขาจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1 ล้านบาท” นายปิยะศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ มูลค่าตลาดสินเชื่อจำนำรถทั้งอุตสาหกรรมอยู่ที่ 2 แสนล้านบาท โดยมีผู้ประกอบการรายใหญ่ 3 ราย มีมูลค่าธุรกิจรวม 6 - 7 หมื่นล้านบาท ที่เหลือเป็นผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ประกอบการท้องถิ่นทั่วประเทศที่มีอยู่กว่าหมื่นสาขา

ทั้งนี้ นายปิยะศักดิ์ ประเมินว่า ในปี 2560 ตลาดสินเชื่อจำนำรถมีการเติบโตขึ้นจากปี 2559 ประมาณ 20 – 30% ในขณะที่ เงินติดล้อ มีอัตราการเติบโตมากกว่า 20% เมื่อเทียบกับปี 2559 โดยที่ เงินติดล้อ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา ยังคงเป็นผู้นำธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ทุกประเภท และโบรกเกอร์จำหน่ายประกันวินาศภัยที่มีสาขามากที่สุด สามารถให้บริการทั้งประกันภัยรถยนต์ พ.ร.บ. ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล และประกันโรคมะเร็ง

“เมื่อมีผู้ประกอบการในธุรกิจนี้เป็นจำนวนมากก็ยิ่งทำให้ตลาดมีการแข่งขันสูงเพิ่มมากขึ้น ยิ่งมีการแข่งขันสูงผู้ที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดก็คือผู้บริโภค เพราะลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น และจะทำให้ดอกเบี้ยทยอยลดลง” นายปิยะศักดิ์ กล่าว

นอกจากนี้ ในปี 2561 เงินติดล้อ จะให้ความสำคัญกับการบริการด้านประกันภัยวินาศภัย โดยเฉพาะประกันรถยนต์มากขึ้น โดยเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีอาชีพอิสระ เพราะต้องการสร้างโอกาสการเข้าถึงประกันภัยให้แก่ผู้คนเพิ่มขึ้น

“การประกันภัยเป็นสิ่งที่สำคัญมาก แต่แทบไม่น่าเชื่อว่าประเทศไทยมีรถจดทะเบียนกว่า 15 ล้านคัน แต่มีเพียง 50% เท่านั้นที่ทำประกัน ในขณะที่การทำอาชีพอิสระไม่ได้แปลว่ามีรายรับน้อยเสมอไป แต่หมายถึงรายได้ในแต่ละเดือนไม่คงที่ มีความเสี่ยง คาดเดารายรับที่แน่นอนไม่ได้ จึงไม่กล้าซื้ออะไรที่ต้องใช้เงินก้อน เพราะต้องเก็บออมไว้เพื่อช่วงไหนหารายได้ไม่ดีก็ต้องดึงเงินออมมาใช้” นายปิยะศักดิ์ กล่าว

เงินติดล้อ จึงนำเสนอประกันภัยรถยนต์ ที่สามารถผ่อนชำระค่าเบี้ยประกัน  0% สูงสุด 6 งวด โดยไม่ต้องมีบัตรเครดิต และคุ้มครองทันที ซึ่ง เงินติดล้อ เป็นเจ้าแรกที่ให้ลูกค้าผ่อนเบี้ยประกันด้วยดอกเบี้ย 0% และในปัจจุบัน เงินติดล้อ ทุกสาขาสามารถขายประกันภัยรถยนต์ให้กับลูกค้าได้ทั้งประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2 ประกันชั้น 2+ ประกันชั้น 3 และประกันชั้น 3+

นอกจากนี้ เงินติดล้อ ยังมีโครงการ “แจกฟรี PA ให้แก่ลูกค้าสินเชื่อมอเตอร์ไซค์ทุกคัน” เพื่อสร้างโอกาสให้ลูกค้าได้รับความคุ้มครอง และยังเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนทางด้านการเงินให้แก่กลุ่มลูกค้า เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือความสูญเสีย ซึ่งที่ผ่านมาแจกไปมากกว่า 480,000 กรมธรรม์ และมูลค่าการเคลมประกันเกือบ 40 ล้านบาท  

นายปิยะศักดิ์ กล่าวอีกว่า “อีกกลยุทธ์หนึ่งในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งสอดคล้องแบรนด์ของเราที่สร้างองค์กรด้วยความจริงใจกับลูกค้า หวังดีกับลูกค้า คือ ทำให้พนักงานทุกคนมีความรู้ทางการเงิน ผ่านการอบรมวิธีการบริหารจัดการทางการเงิน เพื่อเป็นผู้แนะนำที่ดีให้กับลูกค้า ซึ่งเราเชื่อว่า ในระยะยาวส่งผลดีทั้งตัวพนักงานและลูกค้า

“เมื่อเรามีโจทย์ที่ชัดว่า อยากจะสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินที่เป็นธรรมและโปร่งใส สิ่งที่ต้องทำต่อคือ ทำให้การสร้างโอกาสนี้กระจายไปถึงพนักงานทุกระดับ ปีนี้เราเน้นไปที่การสร้างค่านิยมองค์กร เพื่อให้พนักงานทั่วประเทศสามารถสร้างโอกาสทางการเงินกับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และผู้มีอาชีพอิสระได้อย่างยั่งยืน” นายปิยะศักดิ์ กล่าว

นอกจากนี้ เงินติดล้อ ยังมีโครงการให้ความรู้ทางการเงินกับลูกค้าในชุมชน ในโรงงาน พ่อค้าแม่ค้าในตลาดสด โดยจัดอบรมเกี่ยวกับการออมเงินอย่างไร ถ้าต้องการใช้สินเชื่อแหล่งเงินตรงไหนถูกที่สุดและเหมาะที่สุด

นายปิยะศักดิ์ กล่าวอีกว่า ผลสำรวจของรัฐบาล จากการลงทะเบียนคนจนในช่วงที่ผ่านมา พบว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีหนี้นอกระบบ มูลค่าสูงถึง 9 หมื่นล้านบาท

“ขณะที่เราเคยทำวิจัยกลุ่มลูกค้าของเงินติดล้อ ที่มีมากกว่า 300,000 ราย พบว่า ประมาณ 40-50% จะนำเงินจากสินเชื่อจำนำทะเบียนไปปิดหนี้นอกระบบ บางส่วนนำเงินไปจ่ายค่าเทอม จ่ายค่ารักษาพยาบาล เพราะปัญหาของผู้มีรายได้ ไม่ได้มีแค่รายได้น้อยอย่างเดียว แต่ยังไม่รายได้ไม่สม่ำเสมอ ทำให้บางช่วงอาจจะขาดกระแสเงินสด แต่ถ้าคิดจะกู้นอกระบบแนะนำให้มาหาเรา ถือทะเบียนรถเข้ามา แล้วเราปล่อยสินเชื่อให้” นายปิยะศักดิ์ กล่าว


Related News