วารสารการเงินธนาคาร
Young millionaires : อิศราดร หะริณสุต ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานบริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท โอมิเซะ จำกัด (Omise)

อิศราดร หะริณสุต

ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานบริหารฝ่ายปฏิบัติการ

บริษัท โอมิเซะ จำกัด (Omise)

 

Omiseก้าวกระโดดด้วย Blockchain

จาก Payment Gateway แห่งเอเชีย

สู่ Internet of Payment ของโลก

 

จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถแลกเปลี่ยน “มูลค่า” ของ Digital Asset ทุกอย่างบนโลกใบนี้ได้ สามารถนำคะแนนสะสมจากบัตรต่างๆ ไปซื้อก๋วยเตี๋ยวได้ ใช้ไอเทมในเกมซื้อของในร้านสะดวกซื้อได้ ด้วยขั้นตอนง่ายๆ ใช้เวลาไม่กี่วินาที และที่สำคัญคือ ค่าธรรมเนียมต่ำ... เหมือนจะเป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่สิ่งเหล่านี้กำลังจะทำได้จริงด้วยเครือข่าย OmiseGO ที่พัฒนาโดย บริษัท โอมิเซะ จำกัด (Omise) สตาร์ตอัพด้านระบบการชำระเงินออนไลน์ของไทย

จากความพยายามแก้ปัญหาด้านการชำระเงินในธุรกิจ e-Commerce ของตัวเองให้สะดวกรวดเร็ว และปลอดภัย กลับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Omiseมุ่งหน้าสู่การเป็น Payment Gateway แห่งเอเชีย โดยให้บริการระบบรับชำระเงินออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบใน 3 ประเทศหลัก ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ และญี่ปุ่น รวมทั้งอยู่ระหว่างทดลองให้บริการในอินโดนีเซีย ซึ่งลูกค้า 90% เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม อาหาร อสังหาริมทรัพย์ ยานยนต์ ประกัน และค้าปลีก

นอกจากนี้ นับจากก่อตั้งบริษัทเมื่อปี 2556สามารถระดมทุนได้กว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,700 ล้านบาท

ดอน - อิศราดร หะริณสุต ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานบริหารฝ่ายปฏิบัติการ โอมิเซะ กล่าวว่า “ในปัจจุบัน แม้เราจะให้บริการชำระเงินอย่างเต็มรูปแบบ แต่บางอย่างยังต้องพึ่งพาเครือข่ายอื่นๆ เช่น การชำระด้วยบัตร ยังต้องพึ่งพาสถาบันทางการเงิน และเครือข่ายบัตรต่างๆ เราจึงเริ่มศึกษามาตั้งแต่ปี 2558 ว่า จะนำเทคโนโลยี Blockchainมาใช้ในธุรกิจด้านการชำระเงินของ Omiseได้อย่างไร”

จนกระทั่งปี 2560 จึงเกิดเป็น OmiseGO(อ่านว่า โอ-มิ-เซะ-โก) ซึ่งเป็นเครือข่ายที่สามารถส่ง “มูลค่า” อะไรก็ได้ผ่านอินเทอร์เน็ต เพราะในปัจจุบันมี Digital Asset มากมาย ซึ่งไม่ใช่แค่เงินเพียงอย่างเดียว เช่น คะแนนสะสมจากการซื้อสินค้าและใช้บริการ (Royalty Program) ไมล์สะสมจากการบิน คะแนนสะสมจากการใช้บัตรเครดิต หรืออะไรบางอย่างที่คนเห็นว่ามีค่า

“Digital Asset ทุกอย่างมีมูลค่าในตัวเอง แต่ทุกวันนี้ไม่สามารถแลกเปลี่ยนข้ามกันได้ (Silo) เราเลยคิดว่าจะมี Network อะไรบางอย่างที่สามารถแลกมูลค่าของ Digital Asset เหล่านี้ข้ามกันได้โดยไม่มีตัวกลาง โดยสาเหตุที่ทำให้ต้องมีตัวกลางในการแลก เพราะตัวกลางจะเป็นคนบอกว่า นี่เป็นการแลกที่ถูกต้อง เนื่องจากไม่มีระบบบัญชีที่สามารถเชื่อใจกันและกันได้ แต่เทคโนโลยี Blockchainทำให้เราเชื่อใจกันได้ สามารถแลกมูลค่ากันได้มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะไม่โกงกัน โดยไม่ต้องมีตัวกลาง”

นั่นคือ OmiseGO Network ที่เชื่อมต่อกับ EthereumMainnetซึ่งทำให้สามารถทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ได้โดยไม่ต้องมีตัวกลาง ด้วยต้นทุนต่ำ

แต่เพื่อให้เครือข่ายสามารถทำงานได้ OmiseGO จำเป็นต้องสร้างเหรียญ (Token) ขึ้นมาและเสนอขายสู่สาธารณะ (Initial Coin Offering หรือ ICO) เพื่อให้สาธารณชนใช้เหรียญนี้มาวางเป็นหลักประกันสำหรับการตรวจสอบรายการธุรกรรมที่เกิดขึ้นในเครือข่าย OmiseGO ขณะที่ผู้ถือเหรียญ OmiseGO จะได้รับค่าธรรมเนียมจากการร่วมเป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรม (กระบวนการนี้เรียกว่า Proof of Stake)

“เพราะฉะนั้นประเด็นหลักของการ ICO คือ ความปลอดภัยของเครือข่าย แต่สิ่งที่ตามมาคือ เรื่องการระดมเงินทุน” อิศราดรเล่าถึงที่มาของการระดมทุนแบบ ICO ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของธุรกิจไทยที่ใช้การระดมทุนด้วยวิธีดังกล่าว

“ตอนที่ทำ ICO เรากำหนดเพดานการระดมทุนไว้ที่ 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จริงๆ แล้วเราจะระดมทุนมากกว่านี้ก็ได้ เพราะตอนที่เปิดขายมียอดซื้อเข้ามากว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกินจากที่ต้องการไปถึง 10 เท่า แต่เราไม่เอา เพราะรู้ว่าแค่ 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐก็เพียงพอแล้วที่เราจะสามารถสร้าง OmiseGO Network ขึ้นมาได้”

หาก OmiseGO Network สามารถทำได้ตามแผนที่วางไว้จริง OmiseGO จะกลายเป็น Internet of Payment ของโลก และถือเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญของ Omiseและยิ่งกว่านั้นคือ การเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมการเงินของโลก

 

ติดตามคอลัมน์ Young millionaires ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนมีนาคม 2561 ฉบับที่ 431 บนแผงหนังสือชั้นนำทั้่วประเทศ 

และในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi

ช่องทางการติดต่อ
facebook twitter line

Related News
@moneyandbanking