วารสารการเงินธนาคาร
CEO Talk : เกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

เกศรา มัญชุศรี

กรรมการและผู้จัดการ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 

วางรากฐานสู่โลกการเงินยุคใหม่

สร้างตลาดทุนไทยเติบโตมั่นคง

 

          ในยุคที่โลกการเงินกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ซึ่งเป็นผลมาจากความก้าวหน้าของนวัตกรรมและเทคโนโลยี ตลาดทุนไทยภายใต้การนำของ เกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ก็ได้มีการพัฒนาและปรับตัวเพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ รวมถึงเตรียมองค์กรให้มีความพร้อมสำหรับการเติบโตที่สอดรับกับสภาพแวดล้อมในอนาคต

 

หนุนตลาดทุนไทยโตทุกด้าน

มุ่งเน้นคุณภาพและความมั่นคง

            เกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า พัฒนาการของตลาดทุนไทยที่ผ่านมา ถือว่ามีความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ตลาดหุ้นมีการเติบโตแบบมั่นคงแข็งแรง ขณะที่คนที่อยู่ในตลาดหุ้นหรือผู้ลงทุนเองก็มีความเข้าใจ และยอมรับความเสี่ยงได้มากขึ้น เพราะคนที่ขาดทุนก็รับรู้ว่าทุกอย่างเป็นการตัดสินใจด้วยตัวเอง

            “ผู้ลงทุนในตลาดหุ้นเติบโตขึ้นอย่าง Maturity ส่วนคนที่เข้ามาใหม่แล้ว อาจจะยังไม่รู้หรือไม่มีประสบการณ์ ตลาดหลักทรัพย์ฯได้เพิ่มช่องทางการเรียนรู้ออนไลน์ในเรื่องการลงทุน ซึ่งตอนนี้มีแนวโน้มที่ผู้ลงทุนชื่นชอบการสอนในหัวข้อที่ซับซ้อนและเข้มข้นมากขึ้น”

            เนื่องจากทุกคนเริ่มรู้ตัวแล้วว่า ต้องมีการเก็บออมเงินเพื่อให้มีชีวิตวัยเกษียณที่ดี การพูดเรื่องการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน หรือ DCA (Dollar Cost Average) หรือการออมผ่านการลงทุนหุ้น คนก็มีความเข้าใจมากขึ้น และส่วนใหญ่มักจะมีคำถามว่าถ้ามีเงินอยู่เท่านี้ควรจะบริหารจัดการอย่างไร แต่ไม่ค่อยมีใครสงสัยแล้วว่าทำไมต้องออมเงิน

            ดังนั้น มองว่าคนไทยที่อยู่ในกลุ่มพนักงานประจำ หรือมนุษย์เงินเดือน ส่วนใหญ่จะมีความตระหนักถึงความสำคัญของการออมการลงทุนเพื่อการเกษียณแล้ว ในฐานะที่เป็นตลาดหลักทรัพย์ฯหากเป็นคนที่เริ่มมีเงินเก็บแล้ว เราก็ต้องช่วยแนะนำ หรือให้ความรู้แก่คนเหล่านั้น ให้สามารถบริหารจัดการเงินลงทุนของตนเองได้อย่างเหมาะสม

            ด้านผู้ประกอบการตัวกลางที่เป็นบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หรือโบรกเกอร์ ก็แข่งขันกันในตลาดที่เปิดเสรี ต่างชาติสามารถเข้ามาทำธุรกิจโดยถือหุ้นได้ 100% ทำให้อุตสาหกรรมโบรกเกอร์มีการแข่งขันค่อนข้างดุเดือด ค่าคอมมิสชั่นในปัจจุบันจึงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ และในส่วนของการซื้อตัวเจ้าหน้าที่ผ่านการตลาดหรือมาร์เก็ตติ้งก็ยังมีอยู่บ้าง

            “วันนี้การแข่งขันของโบรกเกอร์จากที่เคยแข่งกันแย่งตัวมาร์เก็ตติ้งก็ค่อยๆ ลดลง เพราะว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จำนวนมาร์เก็ตติ้งในอุตสาหกรรมไม่ค่อยมีการเปลี่ยนจากระดับประมาณกว่า 6,000 ราย โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการซื้อขายหุ้นผ่านช่องทางออนไลน์ที่เพิ่มมากขึ้นเป็น 70% ของการซื้อขายในกลุ่มผู้ลงทุนรายย่อยจากอดีตอยู่ที่ระดับประมาณ 30% เป็นเหตุให้จำนวนมาร์เก็ตติ้งไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก”

            โดยภาพรวมผู้ประกอบการตัวกลางเล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน และมีความตื่นตัว คาดว่าในอนาคตน่าจะเห็นบริษัทตัวกลางรูปแบบใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น เพราะใบอนุญาตมีการปรับเงื่อนไขใหม่ซึ่งทำให้มีคู่แข่งเพิ่มมากขึ้น แต่ต้องรอดูต่อไปว่าการแข่งขันจะเป็นอย่างไร ทั้งนี้ มองว่าผู้ประกอบการรายใหม่ที่จะเข้ามาต้องมีจุดเด่นของตนเองหรือมี Niche เพราะถ้าหากเข้ามาแข่งในรูปแบบเดิมที่มีอยู่แล้วคงเป็นไปได้ยาก

            ในแง่ของผลิตภัณฑ์การลงทุนก็มีความหลากหลาย โดยปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์ฯมีทางเลือกให้สามารถลงทุนได้ทั้งหุ้น อนุพันธ์ กองทุนรวม กองทุนอสังหาริมทรัพย์ รีทส์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และอื่นๆ ซึ่งทำให้ตลาดมีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้น

            “พัฒนาการที่เกิดขึ้นมาจากการเปิดเสรีในทุกด้านซึ่งสนับสนุนให้ภาคธุรกิจได้พัฒนา และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบตัวเองไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการตัวกลางหรือผู้ลงทุน”

 

ติดตามคอลัมน์ CEO TALK ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนพฤษภาคม 2561 ฉบับที่ 433 บนแผงหนังสือชั้นนำทั้่วประเทศ 

และในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi

 

 


Related News