ข่าวรอบวัน
ยอดจอง “บัวหลวงทศพลเพื่อการเลี้ยงชีพ” กว่า 1,000 ล้านบาท ทำสถิติ IPO ของกอง RMF สูงสุดในรอบ 5 ปี

ยอดจองIPO “กองทุนเปิดบัวหลวงทศพลเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-TOPTENRMF)”ได้รับการตอบรับเหนือความคาดหมาย สามารถปิดยอดจองซื้อ IPO สูงถึง1,158 ล้านบาท ในการเปิดขายระหว่างวันที่ 10-16 พ.ค. ที่ผ่านมา

 

                นายพีรพงศ์ จิระเสวีจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด (กองทุนบัวหลวง) เปิดเผยว่า การเปิดเสนอขายหน่วยลงทุนให้ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ของกองทุนเปิดบัวหลวงทศพลเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-TOPTENRMF) ระหว่างวันที่ 10-16 พ.ค. ที่ผ่านมา ปรากฎว่า ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม มียอดจองซื้อเข้ามาประมาณ 1,158 ล้านบาท เป็นการทำสถิติสูงสุดในรอบ 5 ปี ของการเปิดจองซื้อ IPO กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพในอุตสาหกรรม นับตั้งแต่ปี2556 บ่งบอกถึงความมั่นใจของนักลงทุนที่มีต่อกองทุนบัวหลวง โดยเฉพาะต่อนโยบายการลงทุนของ “กองทุนเปิดบัวหลวงทศพล” ที่เปิดดำเนินการมานานกว่า 24 ปี และมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เมื่อเทียบกับกองทุนอื่นๆ ในอุตสาหกรรมกองทุนรวม

                โดยจะเน้นลงทุนในหุ้นเพียง 10 ตัวในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เรามองว่ามีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งที่สุดในช่วงนั้นๆ และมีศักยภาพที่จะให้ผลตอบแทนสูง ทั้งนี้ “บัวหลวงทศพลเพื่อการเลี้ยงชีพ” จะมีนโยบายการลงทุนเหมือน “บัวหลวงทศพล” ทุกประการ แต่จะเพิ่มทางเลือกให้นักลงทุนในการรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อนำไปวางแผนลดหย่อน รวมทั้งวางแผนการลงทุนรองรับวัยเกษียณด้วย

                นายพีรพงศ์ กล่าวว่า ความสำเร็จของการเปิดเสนอขายครั้งแรกของกองทุน B-TOPTENRMF คงจะไม่ได้มาไกลถึงขนาดนี้ หากว่าไม่ได้รับความร่วมมือร่วมใจ และความทุ่มเทจากทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายสาขาธนาคารกรุงเทพทุกสาขาทั่วประเทศและผู้สนับสนุนด้านช่องทางทุกแห่ง ซึ่งเป็นส่วนสนับสนุนหลักในการเป็นช่องทางจัดจำหน่ายของกองทุนบัวหลวงมาโดยตลอด และที่สำคัญที่สุด ต้องขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจกับการบริหารงานของกองทุนบัวหลวงด้วยดีเสมอมา” นายพีรพงศ์ กล่าว

                สำหรับนโยบายของกองทุนบัวหลวงในปีนี้ นายพีรพงศ์ กล่าวว่า จะให้ความสำคัญกับธีมการลงทุน “ตลอดสายซัพพลายเชน ตามเทรนด์อีคอมเมิร์ซและยานยนต์ไฟฟ้า” โดยจะถือครองหุ้นในกลุ่มธุรกิจเหล่านี้ ตามธีมการลงทุนที่วางไว้ เพราะเรามีความเชื่อมั่นสูงว่ากลุ่มธุรกิจเหล่านี้จะมีโอกาสเติบโตในอนาคต

                นายพีรพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้คาดการณ์ว่าจะเติบโต 4% ซึ่งฟื้นตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้วแต่ด้วยความที่หุ้นส่วนใหญ่ในตลาดไทยได้สะท้อนความคาดหวังต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไปพอสมควรแล้ว ทำให้ระดับ Valuation ของตลาดไทยอาจจะตึงตัวไปสักหน่อย ปีนี้จึงอาจจะเป็นปีที่ค่อนข้างท้าทายในการลงทุนตลาดหุ้นไทย และทิศทางตลาดหุ้นไทยโดยรวมอาจจะเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways Up/down

                 ดังนั้น เราเชื่อว่าการเลือกลงทุนหุ้นเฉพาะเป็นรายตัวอย่างพิถีพิถันเพียงไม่กี่ตัวน่าจะตอบโจทย์สำหรับการลงทุนในอนาคต 1-2 ปีนี้ได้ดี และนี่เป็นสิ่งที่กองทุนใหม่กองนี้น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่สามารถรับความเสี่ยงจากการกระจุกตัว (Concentration Risk) ของการลงทุนได้ ซึ่งนโยบายการลงทุนของกองทุนแบบบัวหลวงทศพลนี้ เป็นลักษณะสำคัญที่เป็นจุดเด่นของกองทุนประเภท Active Management ที่ต้องอาศัยความสามารถของผู้จัดการกองทุนเป็นหลัก

                ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลรายละเอียดกองทุน B-TOPTENRMF ได้ที่กองทุนบัวหลวงโทร. 0 2674 6488 กด 8 ซึ่งกองทุนดังกล่าว จะเปิดเสนอขายอีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 เป็นต้นไปผ่านตัวแทนขายต่างๆ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ, ตัวแทนขายของกรุงเทพประกันชีวิต, บมจ.หลักทรัพย์บัวหลวง, บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย พลัส, บมจ.หลักทรัพย์โนมูระ พัฒนสิน, บมจ.หลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) และบมจ.หลักทรัพย์ภัทร

 

ช่องทางการติดต่อ
facebook twitter line

Related News
@moneyandbanking