วารสารการเงินธนาคาร
Family Business : ศิรเดช โทณวณิก กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาศัย โฮลดิ้งส์ จำกัด

ศิรเดช โทณวณิก

กรรมการผู้จัดการ

บริษัท อาศัย โฮลดิ้งส์ จำกัด

ปั้น “อาศัย” เพื่อนักเดินทางรุ่นใหม่

มุ่งประสบการณ์ Live Local

            ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ได้เปิดตัวโรงแรมแบรนด์ใหม่ในชื่อ “อาศัย” (ASAI) โดยผู้ที่เป็นหัวหอกสำคัญในการเดินหน้าโครงการนี้คือ ศิรเดช โทณวณิก กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาศัย โฮลดิ้งส์ จำกัด ทายาทของ ชนินทธ์ โทณวณิก ประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ.ดุสิตธานี

            ศิรเดช เล่าถึงภาพรวมของโรงแรมแบรนด์ใหม่ว่า อาศัย เป็นโรงแรมที่อยู่ในกลุ่ม Affordable หรือโรงแรมกลุ่มไลฟ์สไตล์ในราคาที่จับต้องได้ ซึ่งเป็น Segment ที่ดุสิตธานียังไม่เคยทำมาก่อน ด้วยเล็งเห็นโอกาสการเติบโตของลูกค้าในกลุ่ม Affordable ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ใหญ่มากและมีการเติบโตสูง

            โดยจากสถิติในปีที่ผ่านมา คนกลุ่มมิลเลนเนียลมีนักเดินทางสูงถึง 190 ล้านคน และมีการประเมินว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 300 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30% ของนักเดินทางทั่วโลกทั้งหมด ทำให้นอกจากจะเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตมากที่สุดแล้ว ยังเป็นกลุ่มตลาดที่มีความน่าสนใจอีกด้วย

            “อาศัยมีเป้าหมายสร้างโรงแรมให้ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ที่มีแนวคิดแบบ Millennial Mindset ซึ่งมีไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวที่ต่างไปจากรูปแบบเดิม เพราะเรามองว่าลูกค้ากลุ่มนี้ต้องการหาประสบการณ์ใหม่ๆ โดยการออกแบบตกแต่งโรงแรมจะมีกลิ่นอายของชุมชนที่ตั้งและสะท้อนตัวตนของท้องถิ่นนั้นๆ เข้าไปด้วย”

            และหากพิจารณาจากพฤติกรรมการใช้จ่ายของนักเดินทางปัจจุบันที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไป ช่องทางออนไลน์หรือดิจิทัลเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เราจึงพยายามพัฒนาเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มเพื่อทำให้การบริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคิดจากมุมของลูกค้าว่า ถ้าเดินเข้ามาในโรงแรมลูกค้าจะต้องการอะไร

            ยกตัวอย่างเช่น ในอดีตอาจจะต้องมีล็อบบี้สำหรับต้อนรับแขกและเช็กอิน-เช็กเอาต์ แต่จากพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายและเทคโนโลยีที่พัฒนามากขึ้นฟังก์ชั่นงานเหล่านี้อาจจะไม่จำเป็นแล้ว โรงแรมอาศัยจึงไม่มีพื้นที่ส่วนล็อบบี้

            “ช่วงแรกที่คิดโปรเจ็กต์นี้ก็มีการตั้งคำถามกับหลายๆ ประเด็นในเรื่องบริการของเรา เพื่อสร้างกระบวนการใหม่ๆ และเป็นการมองไปอีก 5-10 ปีข้างหน้าว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แล้วเราจะตอบสนองต่อสิ่งเหล่านั้นอย่างไร เรื่องที่โรงแรมอาศัยไม่มีล็อบบี้ เราก็มองว่าไม่มีความจำเป็น เพราะสามารถหาแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการในเรื่องเหล่านี้แทนได้ และการไม่มีล็อบบี้ยังช่วยในแง่การประหยัดต้นทุนและเพิ่มพื้นที่การใช้สอยอีกด้วย”

 

ติดตามคอลัมน์ Family Business ในวารสารการเงินธนาคาร ฉบับเดือนมิถุนายน 2561 ฉบับที่ 434 บนแผงหนังสือชั้นนำทั้่วประเทศ 

และในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi


Related News