วารสารการเงินธนาคาร
CEO Talk : พัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

พัชร สมะลาภา

กรรมการผู้จัดการ

ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

 

ปั้น One Team ปลุกความเชื่อใจ

บริการทุกระดับประทับใจที่สัมผัสได้

 

พัชร สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี Bachelor of Science in Industrial Management จาก Carnegie Mellon University, Pittsburgh, PA ประเทศสหรัฐอเมริกา และ ปริญญาโท ด้านบริหารธุรกิจจาก Massachusetts Institute of Technology ประเทศสหรัฐอเมริกา เริ่มทำงานที่ บริษัท Deutsche Morgan Grenfell Securities (UK) ก่อนจะมาร่วมงานกับ บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด และย้ายไปที่บริษัท เมอร์ริลลินซ์ แอนด์ โก อิงค์ ประเทศออสเตรเลีย และกลับมาที่ บริษัท เมอร์ริลลินซ์ ประเทศไทย

พัชร เข้ามาร่วมงานกับเครือธนาคารกสิกรไทย ด้วยการเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด จากนั้นเริ่มเข้าทำงานที่ธนาคารกสิกรไทยเมื่อปี 2555 ดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ทำหน้าที่ผู้บริหารสายงานธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการ และได้รับมอบหมายให้รักษาการผู้บริหารสายงานธุรกิจลูกค้าบรรษัท

ต่อมาเป็นรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ดูแลสายงานธุรกิจลูกค้าผู้ประกอบการ สายงานธุรกิจลูกค้าบรรษัท และสายงานธุรกิจลูกค้าบุคคลและเครือข่ายบริการ ก่อนได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้จัดการในต้นปี 2561 นับเป็นกรรมการผู้จัดการคนที่ 11 ของธนาคารกสิกรไทย

พัชรเล่าว่า ในการเป็นกรรมการผู้จัดการของธนาคารกสิกรไทย ไม่ได้มีภารกิจอะไรที่เหนือกว่ากรรมการผู้จัดการอีก 3 คน แต่อาจจะมีความแตกต่างกับกรรมการผู้จัดการคนอื่นอย่างเห็นได้ชัดเจน ในเรื่องบุคลิกส่วนตัว และความแตกต่างนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่ทางคณะกรรมการธนาคารที่นำโดย บัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ อยากให้เข้ามาพลิกโฉมขององค์กร (Transformation)

“กรรมการผู้จัดการทั้ง 4 คน ของธนาคารกสิกรไทย มีบทบาทหน้าที่ที่แตกต่างกันออกไป แต่ในฐานะที่เป็นหนึ่งในกรรมการผู้จัดการคนหนึ่ง ซึ่งต้องดูแลผู้มีส่วนสำคัญสำหรับองค์กรนั้นคือลูกค้าและพนักงาน หากทั้งได้องค์ประกอบใน 2 ส่วนนี้ดีขึ้นก็จะส่งไปต่อไปยังผู้ถือหุ้น”

 

ทดลอง “One Team

ปฏิวัติการทำงานใหม่

พัชรเล่าว่า โครงการที่จะปฏิวัติภาพลักษณ์ของธนาคารกสิกรไทยใหม่มีชื่อว่า “One Team” ซึ่งเรื่องแรกของโครงการนี้จะเป็นการทลายกำแพงที่แบ่งหน้าที่ของคนในองค์กรออกไป เพื่อไม่ให้มีแค่สายงานใดสายงานหนึ่งในแต่ละสาขา จนเกิดการแบ่งแยกแบบปัจจุบัน แต่ต่อไปสาขาทุกสาขาจะต้องทำงานแบบครบวงจรเป็นเหมือนกับมีธนาคารกสิกรไทยในทุกที่เพื่อดูแลลูกค้าได้อย่างเบ็ดเสร็จ

เรื่องที่สอง คือ การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน โดยได้เริ่มเปลี่ยนการคิดในสาขาจังหวัดเล็กๆ ไปแล้ว 8 จังหวัด โดยก่อนหน้านี้ในแต่ละสาขาจะแบ่งเป็นสายงานรายย่อย และสายงานเอสเอ็มอี โดยทั้งสองสายงานจะมีเป้าหมายที่ได้รับของแต่ละคน แต่ก็ทำให้เกิดการแย่งลูกค้ากันเองแม้จะเป็นคนในองค์กรเดียวกัน

แต่จากนี้ไปจะเปลี่ยนใหม่โดยทั้งสายงานเอสเอ็มอีหรือรายย่อยจะรวมกันและมีเป้าหมายร่วมกัน หากทั้งจังหวัดทำได้ถึงเป้าหมาย นับว่าทำได้ดีทุกคน ไม่ใช่แค่ผลงานของใครคนใดคนหนึ่ง แม้จะดูว่าดีแต่ก็มีมุมมองว่าเกิดการเกี่ยงงานทำกัน เพราะบางคนมองว่าอีกคนทำบางคนไม่ทำ

“ซึ่งเรื่องเหล่านี้ค่อยๆ ปรับความคิดไปเรื่อยๆ ว่าแต่ละคนล้วนมีหน้าที่ของตัวเอง ทั้ง 8 จังหวัดนำร่องก็ค่อยนวดให้เปลี่ยนความคิด เพราะเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับคนที่ต้องกล้าหันมาคุยกันเองและปรับความเข้าใจ ซึ่งคนที่เป็นหัวหน้าต้องมีความเด็ดเดี่ยวมากพอ One Team จึงเป็นโครงการที่ต้องเปลี่ยนความคิดของคนตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ”

 

ติดตามคอลัมน์  CEO Talk ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนมิถุนายน 2561 ฉบับที่ 434 บนแผงหนังสือชั้นนำทั้่วประเทศ 

และในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi

ช่องทางการติดต่อ
facebook twitter line

Related News
@moneyandbanking