วารสารการเงินธนาคาร
Special Interview : จุมพล สายมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล

จุมพล สายมาลา

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล

 

Sharing the Secrets of Retirement Readiness

 

จุมพล สายมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล กล่าวว่าหากจะพัฒนาการออมเพื่อการเกษียณให้ยั่งยืนต้องเน้นไปที่การออมภาคสมัครใจ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่ในปัจจุบันกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในประเทศไทยมีมูลค่า1.1 ล้านล้านบาท ขณะที่สมาชิกกองทุนมีอยู่3.31ล้านคน เพราะฉะนั้นเท่ากับ 334,000 บาทต่อคนซึ่งหากประเมินว่า โดยเฉลี่ยจะใช้ชีวิตไปอีก 25 ปีหลังเกษียณ เงินจำนวนนี้จะไม่เพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตในวัยเกษียณแน่นอน

“ดังนั้นเพื่อทำให้คนไทยมีการออมที่เพียงพอสำหรับวัยเกษียณ เราต้องรณรงค์ให้บริษัทต่างๆมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้พนักงานในองค์กรมากขึ้น โดยในปัจจุบันมีบริษัทเอกชนมากกว่า 600,000 แห่ง แต่มีเพียง 20,000 แห่งเท่านั้นที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้กับลูกจ้างซึ่งถือเป็นจำนวนที่น้อยมาก”

“เท่านั้นยังไม่พอ พนักงาน หรือ สมาชิกกองทุน จะต้องมีความรู้มากขึ้นในการเลือกนโยบายลงทุนที่เหมาะสม เพราะในปัจจุบันสมาชิกกองทุนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าจะเลือกอะไรก็เลือก Default Policy (นโยบายที่เป็นค่าเริ่มต้นสำหรับสมาชิกกองทุนที่ไม่เลือกนโยบายลงทุน) ซึ่งส่วนใหญ่จะมีความเสี่ยงต่ำที่สุด หรือ หากเลือกนโยบายที่มีหุ้นอย่างเดียว หากถึงวัยเกษียณหุ้นตกเงินที่มีก็จะไม่พอ จึงเกิดแนวคิดการลงทุนแบบ Target Date หรือ สมดุลตามอายุ ซึ่งเป็นการผสมของกลุ่มทรัพย์สินให้มีความผันผวนต่ำในขณะที่มีโอกาสได้ผลตอบแทนที่เหมาะสำหรับการออมเพื่อการเกษียณ”

 

Target Date Fund

เคล็ดลับความมั่งคั่งวัยเกษียณ

แม้ว่า ในปัจจุบันการออมเพื่อการเกษียณของประเทศไทยจะยังมีไม่เพียงพอ แต่จุมพลมั่นใจว่าในอนาคตจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน โดยเฉพาะจากการนำนโยบายการลงทุนแบบ Target Date มาใช้ในการลงทุนเพื่อการเกษียณ

“คนไทยเริ่มตื่นตัวกับ Aging Society มากขึ้น เพราะในปี 2568 ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างแท้จริง ขณะที่ภาครัฐให้การสนับสนุนมากขึ้น รวมทั้งการจัดตั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) จะทำให้ระบบการออมเพื่อการเกษียณของไทยดีขึ้นซึ่งภาครัฐก็มีแนวคิดคล้ายๆ กับเราว่า Default Policy ควรเป็น Target Dateนอกจากนี้ การเลือกนโยบายการลงทุนของสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมามีการพัฒนาไปค่อนข้างมาก”

จุมพล กล่าวอีกว่า ในปัจจุบัน บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิลเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ที่ลงทุนแบบสมดุลตามอายุ (Target Date Fund) นั่นคือ “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล สมดุลตามอายุ ซึ่งจดทะเบียนแล้ว” โดยมีโมเดลต้นแบบจากกลุ่ม Principal Financial Group หนึ่งในผู้ถือหุ้นของ บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิลซึ่งเป็นผู้นำด้านการบริหารจัดการ Retirement Services ชั้นนำระดับโลกและให้บริการมานานกว่า 134 ปี

“การพัฒนาโมเดลการลงทุนแบบ Target Date ที่เหมาะสมไม่ใช่เรื่องง่ายอาจจะดูเหมือนเป็นการจัดพอร์ตง่ายๆ แต่จริงๆ แล้วต้องใช้ข้อมูลจำนวนมากและใช้เวลานาน เพราะมีหลายปัจจัยที่มีรายละเอียดและซับซ้อนค่อนข้างมาก ตั้งแต่การคัดเลือกกลุ่มทรัพย์สินดูความเสี่ยงที่เหมาะสมและการบริหารความเสี่ยงให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงอายุ”

นอกจากนี้ จุมพลกล่าวว่า นโยบายการลงทุนแบบ Target Dateที่ บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล นำใช้บริหารจัดการกองทุนนั้นเป็นการประยุกต์และปรับให้เข้ากับสังคมไทยมากขึ้น เนื่องจากระดับการยอมรับความเสี่ยงของคนในแต่ละภูมิภาคมีความแตกต่างกัน โดยในประเทศที่พัฒนาแล้วมักจะรับความเสี่ยงได้มากกว่า ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาจะรับความเสี่ยงได้ต่ำกว่า

“ที่ผ่านมาถือว่า กองทุนTarget Date ของเราได้รับการตอบรับที่ดี โดยบริษัทขนาดกลางและเล็กจะลงทุนในกองทุนร่วมทุน (Pooled Fund) ขณะที่องค์กรขนาดใหญ่หลายแห่งวางใจให้เราเป็นผู้บริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย และ บริษัท การบินไทย”

จุมพลกล่าวอีกว่า “ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาTarget DateProvident Fund มีการเติบโตขึ้นกว่าเท่าตัวในทุกๆ ปี เพราะเราเริ่มจากมูลค่าสินทรัพย์ 600 ล้านบาท เป็น 2,000 ล้านบาท และจนถึงตอนนี้มีสินทรัพย์สุทธิกว่า5,000 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นอัตราการเติบโตที่ค่อนข้างดีและยังมีโอกาสเติบโตอีกมากในขณะที่อุตสาหกรรมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยเพียง 8-9% ต่อปีเท่านั้น”

ทั้งนี้ ในปัจจุบันธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ของ บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล มีส่วนแบ่งทางการตลาด7.98% อยู่ในอันดับ7ของอุตสาหกรรม 

“แต่ไม่ว่าส่วนแบ่งการตลาดจะอยู่อันดับที่เท่าไรไม่ใช่ประเด็นที่เราให้ความสนใจ สิ่งที่เราสนใจคือ ทำให้กองทุนTarget Date ซึ่งเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ดีและเหมาะสมสำหรับลูกค้าเติบโตต่อเนื่องเพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเน้นคือความเข้าใจของลูกค้าว่า Target Date คืออะไรและเลือกใช้อย่างไร... ผมว่าตรงนี้เป็นจุดสำคัญมากกว่าจะมองว่าองค์กรจะใหญ่แค่ไหนถูกจัดอันดับอย่างไร เพราะเป้าหมายของเราคือ เน้นคุณภาพสร้างผลตอบแทนที่ดี และความพึงพอใจของลูกค้า”

 

ติดตามคอลัมน์  Special Interview ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนมิถุนายน 2561 ฉบับที่ 434 บนแผงหนังสือชั้นนำทั้่วประเทศ 

และในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi

ช่องทางการติดต่อ
facebook twitter line

Related News
@moneyandbanking