Good Living for Aging Society
ที่อยู่อาศัยสำหรับคนหลายช่วงอายุตามแนวคิดการออกแบบเพื่อมวลชน (Universal design)

จากรายงานของ Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ ในหัวข้อ “ปรับเกมกลยุทธ์ธุรกิจอสังหาฯ พิชิตใจผู้บริโภคยุค 4.0” ได้ระบุว่า ความต้องการที่อยู่อาศัยสำหรับคนหลายช่วงอายุ (Multigeneration house) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุมาจากการที่ผู้บริโภคกลุ่มมิลเลนเนียลมีแนวโน้มกลับไปอาศัยอยู่กับบิดา-มารดามากขึ้น ทำให้เกิดความต้องการที่อยู่อาศัยที่เหมาะสำหรับคนหลายช่วงอายุ

            ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดของ Pew Research Center และ U.S. Census Bureau ณ สิ้นปี 2016 พบว่ามีประชากรสหรัฐฯ ราว 20% หรือมีประมาณ 64 ล้านคนที่อยู่อาศัยร่วมกับคนตั้งแต่ 2 รุ่นขึ้นไป ซึ่งสัดส่วนดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1990 เป็นต้นมา แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการอยู่อาศัยของครัวเรือนในสหรัฐฯ ได้เป็นอย่างดี

            แนวคิดการออกแบบที่อยู่อาศัยสำหรับคนหลายช่วงอายุจึงถูกพัฒนาจนกลายเป็นการสร้างชุมชนที่เหมาะสมกับคนทุกช่วงวัย โดยมีต้นแบบมาจากเยอรมนีและสวีเดน ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  โดยแนวคิดนี้ถูกคิดค้นในสวีเดนและถูกนำมาปรับใช้ในเยอรมนีในปี 2003 และขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้ปัจจุบันเกือบทุกชุมชนในเยอรมนีกว่า 450 ชุมชน ได้รับการออกแบบในลักษณะนี้

การออกแบบที่อยู่อาศัยแบบอเนกประสงค์ (Universal design)

            แนวคิดการพัฒนาในประเทศเยอรมนีและสวีเดน ถูกออกแบบโดยผสานข้อดีของที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุและที่อยู่อาศัยสำหรับคนหลายช่วงวัยเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นแนวคิดการออกแบบโครงการที่อยู่อาศัยในรูปแบบอเนกประสงค์ (Universal design) โดยให้ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุเป็นจุดศูนย์กลางของชุมชน เน้นการออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ

            ขณะเดียวกันยังมีพื้นที่สีเขียวและสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ห้องอาหาร ห้องพยาบาล สวนสาธารณะ รวมถึงพื้นที่ที่รองรับความต้องการของคนวัยอื่นๆ ด้วย เช่น สนามเด็กเล่น และห้องอเนกประสงค์ที่ใช้จัดกิจกรรม ได้ก่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนทุกวัยในชุมชนผ่านการทำกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นในโครงการ ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและมีสุขภาพจิตโดยรวมที่ดีขึ้น และยังช่วยให้เกิดปฏิสัมพันธ์ในชุมชนและส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กอีกด้วย

            อย่างไรก็ตาม ตลาดที่อยู่อาศัยสำหรับคนหลายช่วงอายุยังเป็นตลาดเฉพาะกลุ่มที่เน้นเจาะกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง เนื่องจากมีต้นทุนในการพัฒนาที่สูงกว่าที่อยู่อาศัยทั่วไป ส่งผลให้มีราคาค่อนข้างสูง จากความจำเป็นด้านการออกแบบที่ต้องมีพื้นที่ขนาดใหญ่เพียงพอเพื่อรองรับสมาชิกในครอบครัวจำนวนมาก

            อีกทั้งยังต้องมีการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อให้ มีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับความต้องการสำหรับคนทุกวัย ขณะเดียวกันก็ต้องมีพื้นที่ส่วนตัวสำหรับสมาชิกในครอบครัวแต่ละคนด้วย ส่งผลให้ที่อยู่อาศัยลักษณะนี้ในสหรัฐฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบ้านเดี่ยวจะมีราคาขายต่อตารางเมตรสูงกว่าบ้านเดี่ยวลักษณะทั่วไปตั้งแต่ 15% ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับทำเล ขนาด สิ่งอำนวยความสะดวกและต้นทุนในการก่อสร้างในแต่ละเมือง โดยจุดเด่นคือการออกแบบให้มีพื้นที่ส่วนตัวสำหรับครอบครัวผู้สูงอายุ เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ ครัว พื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่จอดรถ แยกออกจากพื้นที่ส่วนรวม เพื่อความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

 

ช่องทางการติดต่อ
facebook twitter line

Related News
@moneyandbanking