บทวิเคราะห์
บทวิเคราะห์ At The Open ประจำวันที่ 11 กรกฎาคม 2561 โดยบมจ.หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)

รายงานบทวิเคราะห์ At The Open ประจำวันที่ 11 กรกฎาคม 2561 โดยบมจ.หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นเมื่อวานนี้ เมื่อวานที่ผ่านมา SET เป็นอีกวันที่มีแรงซื้อเด่น นำโดยกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรอย่าง TOP, SPRC, ESSO, PTTGC กลุ่มธนาคาร KBANK, SCB, KTB และกลุ่มพลังงานอย่าง PTTEP, BANPU และกลุ่มที่เคยปรับลงแรงอย่าง EA, CBG, RS อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่อิงการท่องเที่ยวอย่าง AOT, CENTEL, AAV เผชิญกับแรงขายเด่น ณ.สิ้นวัน SET กลับมาปิดที่ 1,643.6 จุด (+20.6 จุด) ด้วยมูลค่าการซื้อขายราว 5.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้าที่ 4.2 หมื่นล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยที่ 1,393 ล้านบาท แต่คงสถานะ Long SET50 index future ที่ 10,702 สัญญา

ด้านแนวโน้มตลาดหุ้นในวันนี้ ภายหลังการปรับขึ้นภาษีนำเข้าในหลายๆ สินค้าทั่วโลกเป็นวงกว้างอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะในสินค้าที่เป็นชิ้นส่วนหรือวัตถุดิบในการนำไปผลิต (ที่อยู่ใน Supply chain) ล่าสุดเราเริ่มเห็นผู้บริหารของหลายบริษัทชั้นนำของโลก เตรียมการปรับขึ้นของราคาสินค้าเช่น Tesla ในประเทศจีนเตรียมปรับขึ้น Model X, S ประมาณ 20%, BMW เองก็เตรียมปรับขึ้นราคาขายในประเทศจีนเช่นเดียวกัน ล่าสุด Trump ขู่เตรียมเก็บขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเป็นครั้งที่ 3 (ครั้งที่ 2 วงเงิน 1.6 หมื่นล้านเหรียญในปลายเดือน ก.ค.) เพิ่มอีก 2.0 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะมีการทำประชาพิจารณ์ในปลายเดือนสิงหาคม ซึ่งเราประเมินว่าหากยังไม่สามารถเจรจาหาข้อสรุปประเด็นการกีดกันทางการค้า ท้ายสุดจะนามาซึ่งการเร่งตัวของอัตราการเงินเฟ้อในประเทศนั้นๆ ซึ่งจะส่งผลอย่างมีนัยยะต่อทิศทางการดำเนินนโยบายการเงิน (Monetary policy) ของธนาคารกลางเช่น FED, ECB, PBoC กลับมาที่การ Preview ผลประกอบการไตรมาสสอง เบื้องต้นเราประเมินว่าตลาดจะผันผวนตามการ Preview นำโดย กลุ่มธนาคาร, กลุ่มพลังงาน และกลุ่มโรงกลั่น ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรวมสูงกว่า 40% ของมูลค่าตลาดหลักทรัพย์

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในวันนี้ สัปดาห์นี้เราประเมินกรอบ SET บริเวณ 1,630+/- จุดโดยมองว่าตลาดได้ Price in ประเด็นดอกเบี้ยสหรัฐผ่าน Dotplot และสงครามการค้าไปแล้วส่วนหนึ่ง (บนวงเงิน 3.4-5.0 หมื่นล้าน) ในขณะที่ดอลลาร์เริ่มกลับมาชะลอการแข็งค่า ถือเป็น Sentiment บวกอ่อนๆ ต่อการลงทุน โดยแนะจับตาการ Preview ผลประกอบการ 2Q18 พร้อมคงคำแนะนำทยอยสะสมกลุ่ม Domestic อย่างก่อสร้ าง (CK, STEC) กลุ่มธนาคาร BBL กลุ่มค้าปลีก BJC กลุ่มอสังหา GOLD


Related News