วางแผนการเงิน การออม เกษียณ
วางแผนการเงิน ฉบับ พ่อ-แม่มือใหม่

เมื่อกลายเป็นพ่อ-แม่แล้ว สิ่งที่ตามมาก็คงจะหนีไม่พ้น ภาระค่าใช้จ่ายที่จะต้องเพิ่มขึ้น ไหนจะค่านม ค่าแพมเพิร์ส ค่าเลี้ยงดู ค่าเรียนที่จะต้องส่งเสียตั้งแต่ระดับอนุบาล-มหาวิทยาลัย

เป็นพ่อ-แม่กันแล้วจะใช้เงินสบายๆ ซื้อของ กิน เที่ยว ชอป แบบเดิมไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เพราะสิ่งที่ต้องคิดถึงก่อนเป็นอันดับแรก คือ ลูก แต่แค่พ่อ-แม่ มือใหม่ มีเป้าหมาย และวางแผนการเงินเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ แค่นี้ก็สามารถมีเงินเก็บไว้ ให้ครอบครัว-อนาคตของลูกได้สบายๆ

แจกแจง “เป้าหมายการเงิน” ของครอบครัว

หลายครอบครัว เป้าหมายการเงินเปลี่ยน หลังปรับสถานะเป็นพ่อคน แม่คน ดังนั้นเพื่อให้การบริหารเงินของครอบครัวมีประสิทธิภาพ สามี - ภรรยา ควรพูดคุยกันถึง “เป้าหมายร่วม” ของครอบครัว แล้วจัดลำดับความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น การศึกษาบุตร การเกษียณของตน หรือแม้แต่การผ่อนบ้าน

ใช้เงินตามงบ

สิ่งที่สำคัญกว่าการใช้เงิน คือ “การตั้งงบประมาณที่ตรงกับความจริงมากที่สุด” โดยคำนวณ จากไลฟ์สไตล์ และค่าใช้จ่ายจริงในชีวิตประจำวัน ที่มักเพิ่มขึ้นหลังมีเจ้าตัวน้อย หลังจากนั้นจงทำตามสิ่งที่ตั้งใจไว้ มีวินัยกับมัน เพราะจะทำให้เรารู้ว่าเงินของเราหมดไปกับอะไร มากน้อยแค่ไหน หากตึงไปควรลดค่าใช้จ่ายใด

ที่สำคัญ...ไม่ควรโกหกตัวเองแล้วไปตั้งงบต่ำๆ สุดท้ายก็ต้องไปควักเงินจากกระเป๋านู้น บัญชีนั้น มาใช้ แล้วก็ทำให้ไม่สามารถเราวางแผนการเงินส่วนอื่นได้เลย ดังนั้น “จงซื่อสัตย์กับค่าใช้จ่ายของตนเอง”

 “ตั้งเงินสำรองฉุกเฉิน”

เงินสด หรือเงินที่มีสภาพคล่องสูง 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน คือสิ่งที่จำเป็นสำหรับพ่อ- แม่ มือใหม่ทุกคน เพราะบางครั้งค่าใช้จ่ายหลายอย่างอาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดคิด ทั้งในส่วนของลูกน้อย และพ่อ- แม่

ทำเรื่องออมและหนี้ให้เป็น “อัตโนมัติ”

หลังจากตั้ง “เป้าหมายร่วม” (ข้อ 1) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ง่ายที่สุดก็คือทำทุกอย่างให้เป็นอัตโนมัติ ทั้งการผ่อนบ้าน ชำระหนี้ ออมเงิน ลงทุนเพื่อลูก ฯลฯ เพราะสิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าเรากำลังเดินไปตามเส้นทางของ “เป้าหมายร่วม” ที่ตั้งไว้อย่างเคร่งครัด 

ซื้อ “ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ” และวางแผนเรื่อง “บ้าน”

สิ่งแรกหลังจากรู้ว่าเป็นคุณพ่อ - คุณแม่ ก็คือการซื้อประกันชีวิตแบบตลอดชีพ เนื่องจากมีเบี้ยที่ไม่สูงนัก แต่เป็นประกันเพื่อคนข้างหลัง (ลูก) อย่างแท้จริง แต่ก็ไม่ควรซื้อเกินกว่าความจำเป็นหรือศักยภาพของตน

โดยทุนประกันควรอยู่ที่ 10 เท่าของรายได้ต่อปี หรือคำนวณจากค่าใช้จ่ายที่ลูกต้องใช้จนถึงการเรียนระดับมหาวิทยาลัย รวมถึงมูลหนี้ของบ้าน ในกรณีที่เราจากไปก่อนวัยอันควรด้วย

 

ช่องทางการติดต่อ
facebook twitter line

Related News
@moneyandbanking