วารสารการเงินธนาคาร
People : ถิรพันธุ์ สรรพกิจ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 ถิรพันธุ์ สรรพกิจ

รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 

สร้าง 4 แพลตฟอร์มหลัก

หนุนโลกตลาดทุนดิจิทัล

 

            ในโลกดิจิทัลที่ทุกอย่างขับเคลื่อนโดยข้อมูล ส่งผลให้ปัจจัยทางธุรกิจหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปโดยเฉพาะพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตรงกับความต้องการของตัวเองมากขึ้น เพราะเวลานี้ผู้บริโภคมีตัวเลือกในการค้นหาสิ่งที่ตัวเองต้องการมากที่สุดได้อย่างง่ายดาย ส่งผลให้โลกธุรกิจเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการใช้เครื่องมือดิจิทัลมาต่อยอดจากข้อมูลและสร้างเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ๆขึ้นมาเพื่อสนองต่อความต้องการของลูกค้ายุคดิจิทัล

            การเงินธนาคาร ได้สัมภาษณ์พิเศษ ถิรพันธุ์ สรรพกิจรองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยถึงภาพรวมของตลาดทุนในยุคดิจิทัล แนวคิดและภารกิจในการสร้าง 4 แพลตฟอร์มรองรับอนาคต ไปจนถึงความพร้อมของตลาดหลักทรัพย์ในการเผชิญหน้ากับความท้าทาย

            4 Platform for Capital Market

          ต่อยอดสู่การลงทุนยุคใหม่

          ถิรพันธุ์กล่าวว่า ปัจจุบันความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัลได้สร้างผลกระทบในวงกว้างให้กับโลกธุรกิจ เทคโนโลยีได้กลายเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรต่างๆ ผลิตภัณฑ์และบริการที่ส่งมอบถึงลูกค้าจำเป็นต้องมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ซึ่งสถานการณ์นี้เกิดขึ้นกับทุกอุตสาหกรรมรวมถึงภาพใหญ่ของตลาดทุนด้วย

            ในมุมของตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็จำเป็นต้องปรับปรุงเพื่อรองรับกับความเปลี่ยนแปลงนี้เช่นกัน หากมองในมุมธุรกิจ แม้ว่าผลิตภัณฑ์จะไม่ได้ถูกส่งมอบไปยังนักลงทุนโดยตรง แต่เมื่อพฤติกรรมของนักลงทุนเปลี่ยนไป มีตัวเลือกในการลงทุนมากขึ้น ตลาดหลักทรัพย์ฯก็จำเป็นต้องปรับตัวเพื่อช่วยสนับสนุนให้บริษัทหลักทรัพย์สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่นักลงทุนต้องการได้

            “เป้าหมายของตลาดหลักทรัพย์คือการเป็นแพลตฟอร์มสำหรับ Thailand capital market เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน และสู้กับต่างประเทศได้ ถึงวันหนึ่งคงเลี่ยงไม่ได้ที่ธนาคารต่างชาติ บริษัทหลักทรัพย์ต่างชาติจะเข้ามา แต่ตลาดหลักทรัพย์ฯจะสนับสนุนให้ผู้เล่นใน Eco System นี้แข็งแรงขึ้น และสู้กับต่างชาติได้ นี่คือโจทย์สำคัญ”

            ถิรพันธุ์เปิดเผยว่า ทิศทางการพัฒนาของตลาดหลักทรัพย์ฯคือการสร้างแพลตฟอร์มที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน เนื่องจากการมีแพลตฟอร์มโครงสร้างที่ดีจะช่วยให้มีการต่อยอดและขยายการพัฒนาออกไปได้เยอะ โดยการพัฒนาของตลาดหลักทรัพย์ฯ แบ่งออกเป็น 4 แพลตฟอร์มดังนี้

  1. FundConnextPlatformเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการซื้อขายกองทุนรวมเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อเดือน กรกฎาคม 2560 เป็นระบบที่ทำให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการการลงทุน และนายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุนต่างๆที่มาเชื่อมต่อกับ FundConnext เพื่อเข้าถึงกองทุนทุกประเภทได้ในที่เดียว ซึ่งทำให้เกิดการต่อยอดนำไปสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่เกิดประโยชน์สำหรับนักลงทุนได้
  2. Payment Platform ตลาดหลักทรัพย์ฯยังได้พัฒนาPayment Platform สำหรับตลาดทุน โดยแพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้บริษัทหลักทรัพย์สามารถเชื่อมกับทุกธนาคารได้ในที่เดียว ส่งผลให้ต้นทุนของ
  3. National Digital ID Platformตลาดหลักทรัพย์ยังได้เตรียมการเพื่อรองรับโครงการ National Digital ID (NDID) ซึ่งเป็น แพลตฟอร์มระดับประเทศ ที่จะทำให้เกิดการยืนยันตัวตนแบบE-KYC โดยตลาดหลักทรัพย์ฯได้สร้างแพลตฟอร์มกลางเชื่อมต่อไปที่ NDID เพื่อให้บริษัทหลักทรัพย์มาใช้แพลตฟอร์มนี้ได้ โดยที่มีต้นทุนที่ต่ำกว่าการไปเชื่อมต่อเองโดยตรง
  4. Data Platformปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐิ์หรือ AI เข้ามาเปลี่ยนแปลงบริการของภาคธุรกิจไปอย่างมาก รวมถึงฝั่งตลาดทุนด้วย โดยตลาดหลักทรัพย์ฯมองว่า AI จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้บริษัทหลักทรัพย์ต่างๆให้บริการลูกค้าดีขึ้น รู้จักลูกค้าแบบรายบุคคล ดังนั้นบทบาทของตลาดหลักทรัพย์คือการสนับสนุนข้อมูลเพื่อให้ AI จากบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

            “เรากำลังสร้าง Data Platform เพื่อป้อนข้อมูลให้กับบริษัทหลักทรัพย์และคู่ค้าของเรา โดยจะเปิดให้ AI คู่ค้าสามารถเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯผ่าน API ได้ มีลักษณะการทำงานแบบอัตโนมัติ Machine to Machine ทำให้บริษัทหลักทรัพย์ต่างๆสามารถนำไปพัฒนาต่อยอด สร้างประโยชน์ให้กับนักลงทุนได้”

 

ติดตามคอลัมน์ People ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนกันยายน 2561 ฉบับที่ 437 บนแผงหนังสือชั้นนำทั้่วประเทศ 
และในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi

 

ช่องทางการติดต่อ
facebook twitter line

Related News
@moneyandbanking