บทวิเคราะห์
บทวิเคราะห์ At The Open ประจำวันที่ 13 กันยายน 2561 โดยบมจ.หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)

รายงานบทวิเคราะห์ At The Open ประจำวันที่ 13 กันยายน 2561 โดยบมจ.หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นเมื่อวานนี้ SET มีความผันผวนสูง โดยในช่วงบ่าย SET เกิด Technical rebound นำโดยแรงวื้อเก็งกำไรในหุ้นใหญ่ อย่างกลุ่มธนาคาร SCB, KBANK, KTB และหุ้นใหญ่อย่าง PTT, PTTEP และหุ้นในโรงไฟฟ้า EGCO อย่างไรก็ตาม DATC เผชิญกับแรงขายภายหลังกสทช.มีมติไม่เยียวยา ณ สิ้นวัน SET ปิดที่ 1,679.36 จุด (+6.91 จุด) ด้วยมูลค่าการซื้อขายราว 5.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้าที่ 5.0 หมื่นล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยอย่างต่อเนื่องที่ 1,632 ล้านบาท แต่กลับมาเปิดสถานะ Long SET50 index future สูงกว่า 16,885 สัญญา

ด้านแนวโน้มตลาดหุ้นในวันนี้ เมื่อวานที่ผ่านมา กฎหมายการเลือกตั้งสำคัญ 2 ฉบับอย่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พ.ศ. 2561 ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเป็นที่เรียบร้อย (ซึ่งกำหนดการถือว่าอยู่ในกรอบ 90 วัน หลังจากที่นายกยื่น) ถือเป็นการนับหนึ่งเริ่มต้นการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ โดยลำดับถัดไป พ.ร.ป. การเลือกตั้ง ส.ส. จะมีผลบังคับใช้ 90 วัน หลังจากนี้ นั่นหมายถึงจะมีผลในช่วงกลางเดือนธันวาคม  ซึ่ง ณ เวลานั้น เราคาดคสช.จะเริ่มปลดล็อกให้พรรคการเมืองกลับมาเริ่มทำกิจกรรมพรรคการเมืองได้อีกครั้ง และกระบวนการสุดท้ายคือ กำหนดวันเลือกตั้งภายใน 150 วัน หลังจากพ.ร.ป. ส.ส. เริ่มมีผลบังคับใช้ เท่ากับว่ากรอบเลือกตั้งจะอยู่ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ถึงพฤกษภาคม เรามีมุมมองเป็นกลางต่อประเด็นดังกล่าว และให้น้ำหนักต่อปัจจัยต่างประเทศอย่างเรื่องสงครามการค้ามากกว่า โดยล่าสุดสหรัฐเตรียมนัดเจรจาการค้ากับจีนอีกครั้ง แนะนักลงทุนติดตามประเด็นดังกล่าว เนื่องจาก 2 ครั้งที่ผ่านมา การเจรจาล้มเหลวทั้งสิ้น

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในวันนี้ จากประเด็นที่กล่าวมาทำให้เราประเมินว่าวันนี้ SET อาจมี Sentiment บวกอ่อนๆ โดยประเมินแนวต้านบริเวณ 1,690 จุด +/- และแนวรับสำคัญที่ 1,650 จุด ซึ่งหากอิงกับ EPS18 ของ SET ที่ 107.8x (สมมติฐาน Bond yield 10 ปีที่ระดับ 2.74%) เป็นระดับ Earning yield Gap บริเวณ 3.79% เทียบเท่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี โดยสถานการณ์ปัจจุบันยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยต่างประเทศที่ยังไม่ชัดเจน แนะถือเงินสด 40% และทยอยสะสมหุ้นกลุ่ม Domestic นำโดย CPALL, STEC, BEM, SCB

ช่องทางการติดต่อ
facebook twitter line

Related News
@moneyandbanking