บทวิเคราะห์
บทวิเคราะห์ ASL Fundamental Talk ประจำวันที่ 11 ตุลาคม 2561 โดยบริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด

รายงานบทวิเคราะห์ ASL Fundamental Talk ประจำวันที่ 11 ตุลาคม 2561 โดยบริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นเมื่อวานนี้ ปิดที่ 1,721.82 จุด เพิ่มขึ้น 24.9 จุด (+1.47%) มูลค่าการซื้อขาย 4.69 หมื่นล้านบาท ตลาดหุ้นไทยกลับมาฟื้นตัว จากแรงซื้อกลับเข้ามาในกลุ่มพลังงาน รวมไปถึงความเชื่อมั่นต่อปัจจัยด้านเศรษฐกิจในประเทศที่เพิ่มขึ้นหลัง IMF เพิ่มความเชื่อมั่นต่อ GDP ไทย ขณะที่ US. Bond Yield เริ่มปรับลดลง ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เริ่มอ่อนค่า ชะลอความกังวลต่อ Fund Flow ที่จะไหลออกได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวของตลาด หลังปรับลดลงไปกว่า 63.55 จุด (-3.6%) ในช่วง 6 วันทำการที่ผ่านมา แต่การฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทย ท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่ไม่มาก ยังคงสะท้อนถึงความไม่แน่นอนในการลงทุน การเคลื่อนไหวส าคัญของหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นไทยเมื่อวันก่อนมีดังนี้ หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด PTT, PTTEP, PTTGC, CPALL, KBANK // หุ้นถูกชอร์ตเซล PTTEP, KBANK, KTC มีแรงชอร์ตเด่น // NVDR ซื้อสุทธิ PTT, KBANK สวนทางแรงขายสุทธิ PTTEP // Big lot: PTT มูลค่า 565 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 53.83 บาทต่อหุ้น

ด้านแนวโน้มตลาดหุ้นในวันนี้  เราคาดว่าวันนี้แนวโน้มตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวในลักษณะ Sideway Down แม้วานนี้ (10 ต.ค.) ตลาดหุ้นไทยจะรีบาวด์ได้แรง แต่ยังขาดปริมาณการซื้อขายสนับสนุนรวมไปถึง Sentiment เชิงลบจากต่างประเทศไทย

     (1) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้ง Dow Jones และ Nasdaq ปรับตัวลงกว่า 3.15% และ 4.08% ตามลำดับ จากความกังวลต่อ Bond Yield ที่ยังอยู่ในระดับสูง (ล่าสุด US10YY อยู่ที่ 3.174%) การปรับลดลงสะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในอัตราเร่ง หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนี PPI ทั่วไปปรับตัวขึ้น 0.2% MoM สู่ระดับ 2.6% บ่งชี้ว่า Fed อาจเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

     (2) ความกังวลต่อแรงขายหุ้นในกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบ WTI ล่าสุดปรับลดลง 2.4% หลัง API รายงานปริมาณส้ารองน้้ามันดิบปรับเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ

รวมไปถึงวันนี้ (11 ต.ค.) PTT จะทำการขึ้นเครื่องหมาย XD (0.80 บาทต่อหุ้น) เรายังคงมุมมองเชิงลบต่อ SET Index เดือน ต.ค.จากความกังวลต่อ (1) ปัญหาสงครามการค้าของสหรัฐ และจีน (2) ปัญหาความแตกต่างระหว่างของภาวะเศรษฐกิจ และการเงินระหว่าง Developed Market และ Emerging Market ซึ่งกระทบให้เกิดความผันผวนของค่าเงินในกลุ่ม Emerging Market (3) การขาดสภาพคล่องจากการลดปริมาณ QE ของยุโรป และ (4) ปัญหาความกังวลในกลุ่มการท่องเที่ยวของไทยเอง ทั้งนี้กรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index ในสัปดาห์นี้เรายังคงคาดไว้ที่ 1,670 – 1,730 จุด // ติดตาม (1) ติดตามการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐ (CPI) ของสหรัฐในวันนี้ (ช่วงค่ำวันที่ 11 ต.ค.) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI เดือน ก.ย. จะเพิ่มขึ้น 0.2% และ (2) สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐจากทาง EIA ในคืนนี้ต่อไป

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในวันนี้ ยังคงแนะนำให้นักลงทุนเลือก Selective Buy โดยเน้น (1) กลุ่ม Domestic Play จากเศรษฐกิจในประเทศที่ยังคงแข็งแกร่ง (2) กลุ่มส่งออก ที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า โดยเราเลือก GLOBAL, HMPRO, PLANB, COM7, SYNEX, WHA, HANA และ NYT

ช่องทางการติดต่อ
facebook twitter line

Related News
@moneyandbanking