บทวิเคราะห์
บทวิเคราะห์ ASL Fundamental Talk ประจำวันที่ 12 ตุลาคม 2561 โดยบริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด

รายงานบทวิเคราะห์ ASL Fundamental Talk ประจำวันที่ 12 ตุลาคม 2561 โดยบริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นเมื่อวานนี้ ปิดที่ 1,682.89 จุด ลดลง 38.93 จุด (-2.26%) มูลค่าการซื้อขาย 8.3 หมื่นล้านบาท ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรงเช่นเดียวกับตลาดภูมิภาค จากความกังวลของ Sentiment การลงทุนทั่วโลก หลัง Bond Yield สหรัฐปรับตัวขึ้น และทิศทางค่าเงินในเอเชียอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง การเคลื่อนไหวสำคัญของหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นไทยเมื่อวันก่อนมีดังนี้ หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด PTT, CPALL, PTTEP, PTTGC, IVL// หุ้นถูกชอร์ตเซล PTTEP, PTTGC, BANPU มีแรงชอร์ตเด่น // NVDR ซื้อสุทธิ GULF สวนทางแรงขายสุทธิ PTT, PTTGC // Big lot: KBANK มูลค่า 1,633 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 209.53 บาทต่อหุ้น

ด้านแนวโน้มตลาดหุ้นในวันนี้  คาดแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้จะแกว่งตัวในลักษณะ Sideway Down โดยตลาดจะยังคงมีปัจจัยลบอย่างต่อเนื่องจาก (1) Sentiment ในเชิงลบของตลาดหุ้นทั่วโลก ที่ยังมีแรงกดดันจากปัญหาด้านความแตกต่างของเศรษฐกิจ และนโยบายการเงินระหว่างกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว และกลุ่ม Emerging Market รวมถึงปัญหาของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยวานนี้ดัชนีความผันผวน (CBOE VIX) ซึ่งสะท้อนถึงความกลัวของคนในตลาดพุ่งสูงขึ้นเป็น 24.73 (+7.7%) ระดับที่สูงที่สุดในรอบ 6 ปี (2) แรงกดดันของหุ้นในกลุ่มพลังงานจากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบต่อเนื่อง หลังรายงานสต็อกน้ำมันดิบสัปดาห์ที่ผ่านมาของสหรัฐเพิ่มขึ้นเกือบ 6 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่ตลาดคาดไว้เพียง 2.6 ล้านบาร์เรล รวมถึงกรณีที่กลุ่ม OPEC ปรับลดคาดการณ์ Demand ของน้ำมัน ต่อเนื่องกันเป็นเดือนที่ 3 จากความกังวลของสงครามการค้า และความผันผวนของค่าเงินใน Emerging Market

อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นไทยยังคงมีปัจจัยบวกอยู่บ้างจาก (1) ปัจจัยพื้นฐานที่หนุนให้ต่างชาติชะลอแรงขายลง จากค่าเงิน Dollar Index และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ปรับตัวลง ภายหลังจากรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ก.ย. ของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นต่้ากว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้ตลาดคลายความกังวลลงในระยะสั้นเกี่ยวกับการเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยของ Fed (2) วานนี้ (11 ต.ค.) การปรับตัวลงของตลาดหุ้นไทยที่ 2.3% ถือว่าน้อยกว่าหลายประเทศภูมิภาคเช่น ญี่ปุ่น (-3.9%), เกาหลี (-4.4%), ฮ่องกง (-3.5%), ไต้หวัน (-6.3%), และ จีนเซี่ยงไฮ้ (5.2%) โดยเรายังมีมุมมองบวกต่อพื้นฐานเศรษฐกิจ และฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของไทย เมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มEmerging Market อื่นๆ

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในวันนี้ ยังคงแนะนำให้นักลงทุนเลือก Selective Buy โดยเน้น (1) กลุ่ม Domestic Play ที่รายได้อิงจากเศรษฐกิจในประเทศที่ยังคงแข็งแกร่งเป็นหลัก (2) กลุ่ม EEC และรับเหมาก่อสร้าง ที่ได้ประโยชน์จากการก่อสร้างโครงการพื้นฐาน โดยเราเลือก CPALL, BJC, GLOBAL, HMPRO, PLANB, SYNEX, WHA, STEC และ SEAFCO

ช่องทางการติดต่อ
facebook twitter line

Related News
@moneyandbanking