เทคโนโลยีการเงิน
“ไม่สนใจแล้ว” ดีแทคยันไม่มีแผนกลับมาให้บริการทางการเงิน

 

           ที่ผ่านมามีคนพูดถึงบทบาทของธุรกิจเทลโก ในการเข้ามาในแอเรียด้านการให้บริการทางการเงินอยู่บ่อยครั้ง โดยถูกหยิบยกขึ้นเป็น 1 ในคู่แข่งคนสำคัญของธนาคาร ด้วยศักยภาพของข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน การเข้าถึงลูกค้า จึงทำให้ธนาคารหลายแห่งทั่วโลกจับตาดูอุตสาหกรรมนี้อย่างใกล้ชิด โดยในประเทศไทยนั้น บทบาทของโอเปอร์เรเตอร์ในธุรกิจบริการทางการเงินก็ค่อยๆชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ มีการสร้างแพลตฟอร์มเพื่อให้เกิดการใช้จ่ายผ่าน E-Wallet ข้ามประเทศ และอาจพัฒนาไปถึงการให้บริการสินเชื่อกับผู้ใช้ได้อีกด้วย

            แต่โอเปอร์เรเตอร์อย่างดีแทค ซึ่งตัดสินใจขายธุรกิจการให้บริการทางการเงินออกไปเมื่อช่วงกลางปี 2560  มองว่าตลาดการให้บริการทางการเงินของไทยค่อนข้างเข้มแข็ง โครงสร้างพื้นฐานพร้อม แม้ว่าเทลโกหรือนอนแบงก์อื่นๆจะมีโอกาสเข้าไปเติมช่องว่างนั้นได้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่ดี

 

ปานเทพย์ นิลสินธพ

 

            ปานเทพย์ นิลสินธพ รักษาการรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มดิจิทัล บอกว่า ตั้งแต่ดีแทคตัดสินใจขายธุรกิจการให้บริการทางการเงินและยกเลิกการให้บริการ E-Wallet ไปนั้น ดีแทคไม่มีความสนใจที่จะให้บริการลักษณะนี้อีกแล้ว เพราะดีแทคต้องการโฟกัสคือการลงทุนที่เสริมสร้างศักยภาพให้กับธุรกิจหลักมากกว่า แต่ยอมรับว่าการให้บริการทางการเงินนั้นเป็นธุรกิจที่ดี แต่ก็มีความท้าทายเฉพาะตัว เพราะการเป็นนอนแบงก์นั้นจะมีความยากในการให้บริการ โดยเฉพาะเมื่อบริการที่ออกมาจากธนาคารค่อนข้างจะครอบคลุมการใช้งานของผู้ใช้ส่วนใหญ่อยู่แล้ว และผู้คนก็มีความคุ้นเคยกับการเข้าธนาคารมากกว่า ดังนั้นการที่นอนแบงก์จะโตได้อย่างยั่งยืนนั้นมีโอกาสน้อย อีกทั้งดีแทคมองว่าการให้บริการทางการเงินนั้นมีความเชื่อมโยงกับธุรกิจของดีแทคน้อยกว่าผู้ให้บริการรายอื่นๆ

            มุมมองของดีแทคจะแตกต่างจากคนอื่น โอเปอร์เรเตอร์รายอื่นที่ให้บริการทางการเงินเวลานี้ ก็จะไม่ได้ให้บริการในเชิงของเทลโก แต่ให้บริการในแบบ Full Financial Service Platform ซึ่งมองว่าเป็นวิธีที่ถูกต้องแล้ว เพราะหากจะทำด้วยตัวเองคนเดียวคงไม่ได้ แต่สำหรับดีแทคนั้นมองว่าอยากทำอะไรที่เชื่อมโยงกับธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมมากกว่า

            “ณ เวลานี้เรายังไม่มีความสนใจที่จะกลับมาให้บริการทางการเงิน เพราะเราอยากจะลงทุน หรือพัฒนาสิ่งใหม่ๆที่เกี่ยวข้องกับคอร์บิสิเนสของเรา”

            ปานเทพย์  บอกอีกว่า จะเห็นแนวโน้มว่าผู้ให้บริการนอนแบงก์รายอื่นๆก็มีท่าทีที่จะเปลี่ยนมุมของการให้บริการแล้ว การที่จะมุ่งเน้นให้บริการ E-Wallet เหมือนในอดีต หรือบริการที่ส่งให้กับผู้บริโภคโดยตรงนั้น ไม่สามารถสร้างผลกำไรได้มากนัก และยังลดลงเรื่อยๆด้วยการแข่งขันที่สูงมาก ทำให้มีผู้ให้บริการบางรายที่เริ่มถอยออกจากตลาดไปบ้างแล้ว  

            ส่วนศักยภาพของโอเปอร์เรเตอร์ในการให้บริการทางการเงินนั้น มองว่า ถ้ามีการลงทุนอย่างจริงจัง มุ่งเน้นการสร้าง Ecosystem ให้สมบูรณ์ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะสามารถประสบความสำเร็จ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน เพราะโครงสร้างพื้นฐานด้านการให้บริการทางการเงินของประเทศไทยค่อนข้างที่จะแข็งแรง แม้จะมีช่องว่างอยู่ ซึ่งนอนแบงก์อาจเข้าไปเติมได้ แต่ก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่ดี หรือการที่นอนแบงก์จะเข้ามาร่วมใช้โครงสร้างพื้นฐานการให้บริการทางการเงิน ที่ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์เป็นเจ้าของ ก็จะมีกำแพงข้อจำกัดอยู่ การจะเข้าไปใช้ค่อนข้างยาก เพราะเป็น Ecosystem ของธนาคาร ระเบียบข้อบังคับระหว่างธนาคารกับนอนแบงก์ค่อนข้างแตกต่างกันมาก

            ส่วนการที่นอนแบงก์จะสร้าง Ecosystem ของตัวเอง ก็จะทำให้กลายเป็นการลงทุนใน 2 แพลตฟอร์มที่คล้ายกัน ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทยก็คงไม่อยากให้เกิดภาพนี้มากนัก

ช่องทางการติดต่อ
facebook twitter line

Related News
@moneyandbanking