บล/บลจ/ประกัน
จัดพอร์ตเกษียณ กระจายลงทุนหุ้นต่างประเทศ กับ ONE-UGERMF

            ทุกวันนี้ผลิตภัณฑ์การเงินและการลงทุนในประเทศไทยมีให้ประชาชนสามารถเลือกได้อย่างหลากหลาย อีกทั้งสถาบันการเงินต่างๆ ยังให้ความสำคัญกับการออกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการนักลงทุนเพื่อให้สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับเป้าหมายของตนเองได้ง่ายมากขึ้น

            และในช่วงปลายปีแบบนี้มักจะเป็นช่วงเวลาของการซื้อกองทุนที่ให้สิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี นั่นคือ กองทุนคู่แฝด LTF และ RMF ซึ่งสำหรับกองทุน LTF ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนที่เน้นหุ้นไทยอยู่แล้ว ดังนั้นการลงทุนในส่วนของกองทุน RMF ก็ควรจะกระจายลงทุนในสินทรัพย์การลงทุนที่หลากหลายมากขึ้น เช่น อสังหาริมทรัพย์ หุ้นต่างประเทศ เป็นต้น

 

กระจายพอร์ต RMF ลงทุนหุ้นต่างประเทศ

            บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด (บลจ.วรรณ) ได้แนะนำการจัดพอร์ตการลงทุนเพื่อเป้าหมายการเกษียณ ซึ่งจัดสรรน้ำหนักของสินทรัพย์การลงทุนต่างๆ ให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของคนในแต่ละช่วงวัย

            เนื่องจากเมื่ออายุเพิ่มขึ้นสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงก็จะเริ่มลดลง และแม้ว่าจะอยู่ในวัยใกล้เกษียณหรือเกษียณอายุไปแล้วก็ควรจะมีการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงหรือหุ้นอยู่เล็กน้อย เพื่อให้พอร์ตการลงทุนมีผลตอบแทนที่สามารถเอาชนะเงินเฟ้อในแต่ละปีได้

            โดยพอร์ตที่มีเป้าหมายเพื่อวัยเกษียณสำหรับคนที่พึ่งเริ่มต้นทำงาน ช่วงอายุประมาณ 25-35 ปี เป็นช่วงที่ยังสามารถรับความเสี่ยงได้ในระดับสูง ดังนั้นในพอร์ตการลงทุนจึงมีสัดส่วนของหุ้นอยู่ที่ประมาณ 82% โดยแบ่งเป็นการลงทุนกองทุนหุ้นไทย 65% และกองทุนหุ้นต่างประเทศอีก 17%

            ส่วนที่เหลือเป็นกองทุนตราสารหนี้ 15% รวมถึงกองทุนทองคำอีก 3% ซึ่งการลงทุนทองคำที่ต้องมีไว้บ้างก็เพราะเป็นตัว Hedging หรือช่วยป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตได้ โดยภาพรวมของการจัดพอร์ตลักษณะนี้จะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 9.9% ต่อปี

            ส่วนพอร์ตสำหรับคนวัยใกล้เกษียณ ช่วงอายุ 46-55 ปี ก็จะลดน้ำหนักของหุ้นลงเหลือเพียงแค่ 10% โดยแบ่งเป็นกองทุนหุ้นไทย 8% และกองทุนหุ้นต่งประเทศอีก 2% ขณะที่กองทุนตราสารหนี้มีสัดส่วนสูงถึง 87% ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาเงินต้นเป็นเป้าหมายสำคัญ และก็ยังคงต้องมีกองทุนทองคำติดพอร์ตไว้ประมาณ 3% เช่นกัน ซึ่งการจัดพอร์ตแบบนี้จะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 3.5% ต่อปี

            หลังจากเห็นภาพรวมการจัดพอร์ตลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ แล้ว การเลือกลงทุนในแต่ละสินทรัพย์ก็เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาในลำดับถัดมา ซึ่งในส่วนของกองทุนตราสารหนี้และกองทุนหุ้นไทยก็เลือกได้ไม่ยาก เพราะค่อนข้างใกล้ตัวเราอยู่แล้ว แต่ในส่วนของกองทุนต่างประเทศเป็นเรื่องที่หลายคนอาจจะคิดไม่ตกว่าจะลงทุนอะไร

            บลจ.วรรณ จึงได้นำเสนอแนวทางการลงทุนหุ้นต่างประเทศในระยะยาวที่น่าสนใจด้วย กองทุนเปิด วรรณ อัลติเมท โกลบอล อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ (ONE-UGERMF) ซึ่งเป็นกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือกองทุน RMF ที่มีนโยบายกระจายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศทั่วโลก ซึ่งจัดตั้งหรือมีผู้ออกหลักทรัพย์อยู่ในต่างประเทศ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว

 

ลงทุนกองต่างประเทศทั้งแบบ Active และ Passive

            สำหรับกลยุทธ์การลงทุนของกองทุน ONE-UGERMF เนื่องจากจดทะเบียนเป็น Fund of Funds จึงกระจายการลงทุนผ่านกองทุนหุ้นทั่วโลก (Global Equity Fund) โดยปัจจุบันเน้นลงทุนผ่านกองทุนหุ้นแบบ Active ที่มีศักยภาพเติบโตระยะยาว คือ กองทุน Baillie Gifford Long Term Global Growth Fund (LTGG) ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 50-70% ของพอร์ต

            นอกจากนี้กองทุน ONE-UGERMF ยังมีการกระจายความเสี่ยงการลงทุนผ่านกองทุนหุ้นแบบ Passive เช่น SPDR MSCI ACWI UCITS ETF และ iShares MSCI ACWI ETF คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30-50% ของพอร์ต

            ด้านกองทุน Baillie Gifford Long Term Global Growth Fund ที่ปัจจุบันเป็นส่วนสำคัญของพอร์ต มีปรัชญาในการลงทุนที่สำคัญ 3 ประการ ดังนี้

            1.มีเป้าหมายลงทุนระยะยาว (Long Term)

          โดยมองว่า การลงทุนจะประสบความสำเร็จได้จะต้องเป็นการถือครองหุ้นในระยะยาวเพื่อก้าวข้ามวัฎจักรเศรษฐกิจต่างๆ (Competitive advantage in patient) เพื่อขจัดผลของอารมณ์และพฤติกรรมในช่วงที่ตลาดหุ้นมีความผันผวน และด้วยแนวคิดนี้จึงทำให้ผลการดำเนินงานของกองทุนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ได้สะท้อนภาพเชิงบวกของการลงทุนระยะยาว และพบว่ามากกว่า 10 ปีขึ้นไปมักให้ผลตอบแทนที่ดี

            2.กระจายลงทุนหุ้นทั่วโลก (Global Equity)

            กองทุนจะไม่ลงทุนในภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งโดยเฉพาะ (Geographical) รวมถึงไม่ได้มีการจำกัดขนาดของหุ้นตามมูลค่าราคาตลาด (Market Capitalization) แต่จะคัดเลือกหุ้นที่มีศักยภาพในการเติบโตเท่านั้น (Potential Upside)

            3.เลือกลงทุนหุ้นที่มีการเติบโต (Growth Stock)

            ผู้จัดการกองทุนจะพยายามแสวงหาบริษัทที่มีนวัตกรรมหรือสร้างการเปลี่ยนแปลง อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตรองรับกับผู้บริโภคในอนาคต เช่น กลุ่มนวัตกรรมการแพทย์ กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ปฏิวัติเทคโนโลยี กลุ่มค้าปลีกออนไลน์ เป็นต้น

ปลายวัฎจักรแต่หุ้นยังให้ผลตอบแทนดี

            ทางด้านมุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก ของ บลจ.วรรณ ประเมินว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ช่วงปลายของวัฏจักร ซึ่งทำให้เป็นช่วงที่อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกเริ่มปรับตัวสูงขึ้น ส่วนทิศทางการดำเนินนโยบายการเงิน (Monetary Policy) ของธนาคารกลางในประเทศหลักก็เริ่มเห็นการลดการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย และมีแนวโน้มกลับสู่ภาวะปกติมากขึ้น

            อย่างไรก็ตาม บลจ.วรรณ มองว่า ในช่วงเวลาปลายวัฎจักรเศรษฐกิจเช่นนี้ หุ้นยังเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นที่สุด แม้ว่าอาจจะต้องเผชิญความผันผวนมากก็ตาม

            ส่วนแนวโน้มของหุ้นในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของพอร์ตกองทุน ONE-UGERMF หลังจาก ผลประกอบการของหุ้นบริษัทจดทะเบียนในตลาดสหรัฐฯ ที่มีความโดดเด่น ทั้ง หุ้นกลุ่มการเงิน กลุ่มเทคโนโลยี (IT) และกลุ่มการบริโภค ซึ่งสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นได้

            โดยคาดการณ์ EPS ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ในระดับที่เหนือกว่าตลาดอื่นๆ ขณะที่ประมาณการ EPS ของตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) รวมถึงตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีแนวโน้มชะลอตัวลง

            ทั้งนี้ แม้ว่ามูลค่าหุ้นหรือ Valuations ของหุ้นทั่วโลกจะอยู่ในระดับที่ไม่ถูก แต่สำหรับหุ้นยุโรป และหุ้นเอเชีย มีระดับราคาที่ถือว่ายังไม่แพง เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมองว่าในหลายตลาดน่าจะมีการปรับประมาณการกำไร

            สำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของกองทุน ONE-UGERMF ตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2559 มีผลตอบแทนย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้งกองทุนอยู่ที่ 18.50% ส่วนผลตอบแทนย้อนหลังในช่วง 1 ปี อยู่ที่ 15.01% (ข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2561)

ช่องทางการติดต่อ
facebook twitter line

Related News
@moneyandbanking