ข่าวประชาสัมพันธ์
สสธวท. เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพเอเชียแปซิฟิก 2561 ต้อนรับสตรีนักธุรกิจทั่วโลกราว 550 คน จาก 40 ประเทศ รวมพลังสร้างโอกาส นำเสนอแนวคิดสตรีในเวทีโลก

 

สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค (BPW International Asia-Pacific Regional Conference 2018) ต้อนรับสตรีผู้นำทางความคิดราว 550 คน จาก 48 ประเทศ  จัดขึ้นภายใต้แนวคิดการเสริมพลังสตรีเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน  จัดขึ้นในวันที่ 30 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน 2561  ที่ผ่านมา ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ

 

                  คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล  ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ (BPW Thailand) และประธานคณะกรรมการจัดงานการประชุมระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของ สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพสากล ปี 2561 หรือ BPW International Asia-Pacific Regional Conference 2018 (APRC 2018) เปิดเผยว่า นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ประเทศไทย โดย BPW Thailand ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพสากล ประจำปี 2561 ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 30 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน 2561 โดยประเทศไทยได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 24 ปี จึงถือเป็นความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทำหน้าที่ต้อนรับสตรีนักธุรกิจชั้นนำของโลกราว 550 ท่าน จาก 40 ประเทศ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนระดมความคิดและความรู้จากทั่วโลก   รับทราบวิสัยทัศน์ใหม่ๆ เกี่ยวกับบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาโลก 

                  การประชุมครั้งนี้ ได้รับพระมหากรุณาจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จทรงเปิดการประชุมในช่วงเช้าวันที่  30 ตุลาคม  พร้อมมีพระราชดำรัสว่าหัวข้อในการประชุมครั้งนี้ คือ การเสริมพลังสตรีให้ตระหนักถึงเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นหัวข้อที่สร้างแรงบันดาลใจในช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่ง เนื่องจากบทบาทของผู้หญิงในอดีตถูกจำกัดเฉพาะในครอบครัว น้อยคนนักที่จะได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียน และมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ทั้งๆ ที่ผู้หญิงเหล่านี้อาจมีความสามารถที่จะมีส่วนช่วยเหลือชุมชนมากกว่าที่จะช่วยแต่เฉพาะในครอบครัว

                  ปัจจุบัน บทบาทของผู้หญิงได้มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในหลายมิติ รวมทั้งวิธีคิด และผู้หญิงก็ยังมีบทบาทสำคัญในครอบครัว และมีส่วนร่วมในสังคมอย่างมากในการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาสังคมให้ก้าวไปข้างหน้า ผู้หญิงยุคใหม่มีโอกาสที่จะได้รับการศึกษาถึงระดับสูงสุด ดังนั้น การศึกษาจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพ และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของสตรี อย่างไรก็ตามยังมีผู้หญิงอีกจำนวนมากที่ไม่ได้รับโอกาส ให้ได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ พระองค์จึงได้สนับสนุนด้านการศึกษา ตัวอย่างเช่น ให้ผู้ต้องขังหญิงได้เรียนรู้ผ่านระบบสารสนเทศและห้องสมุดที่จัดตั้งขึ้นภายในเรือนจำหลายจังหวัด ส่งเสริมด้านวิชาชีพและทักษะให้กับผู้ต้องขังหญิงให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้หลังจากพ้นโทษ

                  และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงแสดงปาฐกถาพิเศษในวันที่ 31 ตุลาคม ในหัวข้อ “การนำ แบงค็อก รูลส์ ไปสู่การปฏิบัติ : ให้โอกาสครั้งที่ 2 แก่สตรี” มีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการพัฒนาที่ยั่งยืน คือ ความเท่าเทียมทางเพศ การส่งเสริมพลังสตรีและเด็กหญิง ซึ่งสตรีและเด็กหญิงนั้นต้องมีสิทธิและโอกาสที่เท่าเทียมกัน ปราศจากความรุนแรงและการแบ่งแยกชนชั้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน หากปราศจากสันติภาพ ความมั่นคง สิทธิมนุษยชน และธรรมาภิบาลที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานทางกฎหมายเราจะไม่สามารถพัฒนาประเทศสู่ความยั่งยืนได้

                  ทั้งนี้ พระองค์มีความสนใจในด้านสิทธิมนุษยชน กฎหมายระหว่างประเทศ และการเสริมพลังผู้ด้อยโอกาส ตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา และเมื่อทำงานในระบบยุติธรรมก็ได้พบกับปัญหาของผู้ต้องขังหญิง ในประเทศไทยจำนวนผู้ต้องขังหญิงสูงสุดเป็นที่ 2 ของโลก และร้อยละ 90 เป็นผู้ต้องขังที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งได้รับความยากลำบากในขณะถูกคุมขัง ทั้งในด้านสวัสดิการที่ไม่เหมาะสมกับความต้องการ ขาดการเตรียมความพร้อม เพื่อกลับสู่ครอบครัวและสังคมหลังการปล่อยตัว

                   ในปี 2549 ได้มีการริเริ่มดำเนินโครงการกำลังใจ มีเป้าหมายในการให้โอกาสแก่ผู้ด้อยโอกาสรวมทั้งผู้ต้องขัง และผู้ที่มีปัญหาทางกฎหมาย ให้สามารถกลับมาเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคม ต่อมาในปี 2551 ได้จัดตั้งโครงการ ELFI เพื่อรณรงค์ในระดับสากลเพื่อให้เกิดมาตรฐานระดับสหประชาชาติ ในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงจนได้มีการยกร่างกฎแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงหรือที่เรียกว่า เดอะแบงค็อก รูลส์ หรือ ข้อกำหนดกรุงเทพฯ ในปี 2553 ที่ประชุมสมัชชาแห่งสหประชาชาติได้มีมติให้เป็นกฎหมายระหว่างประเทศที่ต้องบังคับใช้ทั่วโลก เพื่อยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง

                  ในช่วงค่ำของวันที่ 1 พฤศจิกายน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ  เสด็จเป็นประธานในงานกาล่าดินเนอร์  พร้อมทอดพระเนตรการแสดงชุดงามภูษา งามพัสตราทรงคุณค่าพลังสตรี (The Elegance of Women Power) พร้อมแฟชั่นโชว์ 3 ชุด

                  นอกจากนี้ภายในงานยังมีการบรรยายและเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้ในหัวข้อ “Financial  Inclusion for Gender  Equality and Poverty Alleviation” จากนายมงคล  ลีลาธรรม  กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย  (SME Bank) นางสาวฐิตินันท์  วัธนเวคิน  รองประธาน BPW Thailand และ Ambica  Shrestra  ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพ ประเทศเนปาล ตลอดจน Masako    Hiramatsu   ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพ ประเทศญี่ปุ่น และมีการทำ Workshop อาทิ Intercultural  Understanding for Business Growth, Interactive Networking Opportunities, How to Dress in Thai Tradition

                  คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล  กล่าวเพิ่มเติมว่า “สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพสากล เป็นเครือข่ายสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพที่เข้มแข็ง มีวัตถุประสงค์ในการทำงานเพื่อให้เกิดความก้าวหน้าทางสังคมและเศรษฐกิจของโลกโดยผสานพลังความร่วมมือจากสตรีทั่วโลกและสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพสากล มีวาระครบรอบ 88 ปี ในปีนี้ สมาชิกของสหพันธ์ฯ ยังคงทำงานร่วมกับองค์กรทั้งภาครัฐ องค์การสหประชาชาติ สภายุโรป และองค์กรภาคเอกชนในอีก 100 ประเทศ  สำหรับสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจ และสำหรับสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นโดยกลุ่มนักธุรกิจสตรีที่มีชื่อเสียง

                  โดยในปีนี้ มีวาระครบรอบ 45 ปี ซึ่งในปัจจุบัน มีองค์กรสมาชิก 21 แห่งทั่วประเทศ มีพันธกิจที่มุ่งสนับสนุนการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนและสอดคล้องกับความต้องการในปัจจุบันของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย  สะท้อนให้โลกเห็นว่า ผู้หญิงยุคใหม่กำลังก้าวพ้นความท้าทายและความยากลำบากในอดีต  ผู้หญิงในวันนี้ แข็งแกร่งขึ้น  กล้าหาญขึ้น และมีความมั่นใจมากขึ้น  และรับรู้ว่าลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้หญิงคือความเข้มแข็ง ไม่ใช่ความอ่อนแอ การรวมตัวของผู้หญิงทั่วโลกที่ร่วมกันต่อสู้ เป็นอาวุธที่ดีที่สุด ดังภาษิตที่ว่าหากเราร่วมกันก็จะสามารถจะสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นได้”

ช่องทางการติดต่อ
facebook twitter line

Related News
@moneyandbanking