PERSONAL INVESTMENT • RETIRE RICH

จัดพอร์ตหลังเกษียณ ลงทุนอย่างไรให้ชนะเงินเฟ้อ

ผู้ที่เกษียณแล้วจะได้รับเงินจากหลายส่วน เช่น เงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินชดเชยการลาออกจากงาน เงินจากกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) บำเหน็จประกันสังคม ประกันชีวิตที่ครบกำหนด หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญราชการ (สำหรับข้าราชการเท่านั้น) เมื่อได้รับเงินก้อนนี้มาแล้ว อย่าใจร้อนใช้เงินอย่างหุนหันพลันแล่น จนลืมเก็บเงินไว้สำหรับชีวิตหลังเกษียณในวันข้างหน้า

เมื่อได้ประเมินจำนวนเงินที่ได้มาแล้วแนะนำให้พิจารณาถึงภาระค่าใช้จ่ายสำหรับตัวคุณเองว่า คุณมีความสามารถในการกันเงินบางส่วนเพื่อลงทุนในอนาคตหรือไม่ หากสามารถทำได้แนะนำกระจายเงินลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ หรือที่เรียกว่า จัดพอร์ตลงทุน เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนให้ดีกว่าการเก็บเงินไว้ในบัญชีเงินฝากทั่วไป

การจัดพอร์ตการลงทุนสำหรับผู้ที่เกษียณอายุแล้วควรเน้นลงทุนในตราสารที่มีความเสี่ยงต่ำเพื่อปกป้องมูลค่าของเงินลงทุนเป็นอันดับแรก รวมถึงควรมีเป้าหมายลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินเฟ้อ เพื่อเงินต้นจะได้ไม่หล่นหาย การลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ และมีความมั่นคงสูง สามารถทำได้โดยลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้บริษัทเอกชนที่มีอันดับความน่าเชื่อตั้งแต่ A+ ขึ้นไป

นอกจากนี้ ถ้าคุณรับความเสี่ยงได้สูง อาจแบ่งเงินลงทุนบางส่วนมาลงทุนในหุ้น และทองคำ เพื่อเพิ่มผลตอบแทนคาดหวังให้สูงขึ้น เพราะการลงทุนในเงินฝาก หรือตลาดเงินเพียงอย่างเดียวไม่ได้ช่วยให้คุณได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินเฟ้อ

สำหรับหุ้นกู้ รวมถึงพันธบัตรที่มีอายุยาวและให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย (Coupon) คงที่นั้น อาจมีราคาผันผวนได้ในช่วงอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น จึงต้องติดตามภาวะตลาดสม่ำเสมอ และคุณในฐานะผู้ลงทุนควรทำแบบประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน หลังจากคุณทำแบบทดสอบประเมินความเสี่ยงแล้ว แนะนำลงทุนผ่านกองทุนรวม เนื่องจากกองทุนรวมมีทีมผู้จัดการกองทุนซึ่งมีความรู้ความสามารถคอยบริหารกองทุนให้

โดยตัวอย่างพอร์ตการลงทุนสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้ อาจแบ่งเงินก้อนตอนเกษียณไว้ในเงินฝากและตลาดเงิน 25% หุ้นกู้และพันธบัตร 60% หุ้นไทย 10% และทองคำ 5 % ดังแสดงตามตาราง สำหรับการจัดพอร์ตลงทุนข้างต้นให้ผลตอบแทนคาดหวังเฉลี่ยประมาณ 3.82% มีความผันผวนของผลตอบแทนเท่ากับ 3.33% กล่าวคือมีโอกาสได้รับผลตอบแทนการลงทุนสูงสุดจากการลงทุนเท่ากับ 7.15% และมีโอกาสได้รับผลตอบแทนการลงทุนต่ำสุดเท่ากับ 0.49%

อนึ่ง การจัดพอร์ตการลงทุนตามตัวอย่างข้างต้น ใช้ข้อมูลเพียงวันที่ 30 กรกฎาคม 2554 ซึ่งผลตอบแทนในอดีต ไม่ได้ยืนยันผลตอบแทนในอนาคต ดังนั้น ก่อนการลงทุนควรศึกษาข้อมูล และขอคำแนะนำจากผู้ติดต่อผู้ลงทุน