NEWS UPDATE • MUTUAL FUND

เอไอเอ เปิดตัวบลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) เชื่อมโอกาสลงทุนผ่านเครือข่ายทั่วโลก

เอไอเอ ประเทศไทย ผู้นำในธุรกิจประกันชีวิตและผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked) ในประเทศไทย เปิดตัวบลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) (AIAIMT) ด้วยขนาดใหญ่อันดับ 3 มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) 8.47 แสนล้านบาท มุ่งเน้นบริหารจัดการกองทุนรวมภายใต้กรมธรรม์ยูนิต ลิงค์ นำความเชี่ยวชาญในการบริหารพอร์ตกว่า 30 ปี เชื่อมโอกาสการลงทุนผ่านเครือข่ายทั่วโลก

นายมาร์ค โคนิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายลงทุน กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า กลุ่มบริษัทเอไอเอ เล็งเห็นถึงศักยภาพในการบริหารสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามหาศาลของเอไอเอ ประเทศไทย ซึ่งลงทุนทั้งในตลาดตราสารหนี้ ตลาดตราสารทุน และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้การสนับสนุนด้านทรัพยากรหลายภาคส่วนจากกลุ่มบริษัทเอไอเอ ซึ่งตลอดระยะเวลา 82 ปีที่ เอไอเอ อยู่คู่คนไทยมานั้น เอไอเอ ได้พิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจที่สามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้เป็นอันดับหนึ่งของประเทศ โดยปัจจุบันกว่า 1 ใน 3 ของกรมธรรม์ประกันชีวิตในประเทศไทยเป็นกรมธรรม์ของเอไอเอ และถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดการลงทุนของไทย

สำหรับการเปิดบลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของกลุ่มบริษัทเอไอเอ อย่างเป็นทางการในวันนี้ จึงนับเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่งสำหรับเอไอเอในประเทศไทย โดยบลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) เป็นหนึ่งในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่ใหญ่ที่สุดของไทย ที่มีทีมผู้เชี่ยวชาญในการบริหารและจัดการกองทุนที่มีประสบการณ์ที่ยาวนาน และประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการการลงทุนทางการเงินมามากกว่า 3 ทศวรรษ 

บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) จะมุ่งเน้นการดำเนินงานตามนโยบายการลงทุนเพื่อความยั่งยืน (Sustainable investment) และการประกอบธุรกิจโดยยึดหลัก ESG (Environmental, Social and Governance) ที่คำนึงถึงการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล เช่นเดียวกับนโยบายของกลุ่มบริษัทเอไอเอที่เชื่อว่า การดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณภาพและคุณธรรมตามหลัก ESG จะสามารถเพิ่มโอกาสการสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างยั่งยืน


นายสุขวัฒน์ ประเสริฐยิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) ก่อตั้งขึ้นด้วยทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์เพื่อบริหารจัดการสินทรัพย์ของเอไอเอ ประเทศไทย และเงินลงทุนในกองทุนรวมจากกรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิต ลิงค์) ของเอไอเอ ประเทศไทย เพื่อมอบบริการด้านการลงทุนและผลประโยชน์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า 

ปัจจุบัน บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ โดยมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมมูลค่า 8.47 แสนล้านบาท พร้อมมีทีมผู้บริหารจัดการกองทุนที่มีประสบการณ์ด้านการลงทุนกว่า 30 ปี ทั้งในตลาดไทยและตลาดสากล ซึ่ง บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) จะประสานความร่วมมือกับเครือข่ายการลงทุนของกลุ่มบริษัทเอไอเอทั่วโลก ตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อบริหารการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม


การก่อตั้ง บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) จึงเป็นโอกาสอันดีที่ลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ของเราจะได้เปิดประตูสู่เครือข่ายการลงทุนระดับโลกของเอไอเอ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) ที่มุ่งมั่นลงทุนเคียงข้างลูกค้า บริหารจัดการสินทรัพย์ผ่านความชำนาญและประสบการณ์ระดับโลก  พร้อมการนำเทคโนโลยีการลงทุนขั้นสูงและมีความปลอดภัยสูงสุดมาใช้ในการทำงาน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้กับผู้ลงทุน 

"บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) จะเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้น ด้วยการขยายช่องทางในการลงทุนระดับสากล ผ่านเครือข่ายการลงทุนทั่วโลกและพันธมิตรทางธุรกิจที่มีชื่อเสียงยาวนานร่วมร้อยปี อาทิ BlackRock, Wellington Management และ Baillie Gifford เป็นต้น ซึ่ง บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) จะนำเงินลงทุนของลูกค้าไปลงทุนด้วยความใส่ใจ เสมือนเป็นเงินลงทุนของเราเอง" นายสุขวัฒน์ กล่าว

ทั้งนี้ บลจ.เอไอเอ (ประเทศไทย) ได้จัดตั้งกองทุนรวมจำนวน 9 กองทุน ประกอบด้วย กองทุนรวมที่ลงทุนในประเทศ 5 กองทุน และกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ 4 กองทุน โดยเน้นการลงทุนเพื่อผลตอบแทนในระยะยาว ครอบคลุมทุกอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีการบริหารความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ อย่างรอบคอบ 

เบื้องต้น ได้เปิดตัวกองทุนรวมในประเทศ 5 กองทุน และสำหรับกองทุนรวมต่างประเทศจะมีการเปิดตัวในเร็ว ๆ นี้ โดยตั้งเป้าเม็ดเงินลงทุนใหม่ไหลเข้า 5,000-6,000 ล้านบาทต่อปี

นายสุขวัฒน์ กล่าวว่า บลจ.เอไอเอฯตั้งเป้าที่จะมีกองทุนครอบคลุมทุกสินทรัพย์ภายใน 3-5 ปี โดยจะมีกองทุนทั้งหมดไม่เกิน 20 กองทุน ส่วนใหญ่จะเป็นกองทุนรวมที่เน้นการลงทุนในต่างประเทศ (FIF) เป็นหลัก เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าการลงทุนในต่างประเทศส่วนใหญ่จะให้ผลตอบแทนที่สูงว่าการลงทุนในประเทศ นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่มีความแตกต่างจากอุตสาหกรรมในประเทศออกมาให้ลงทุนอย่างต่อเนื่องด้วย

สำหรับมุมมองการลงทุนในปัจจุบันซีอีโอบลจ.เอไอเอฯระบุไม่ว่าจะเป็นหุ้น หรือตราสารหนี้ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยถือว่ามีราคาที่ค่อนข้างแพงแล้ว แต่อย่างไรก็ตามบริษัทมองการลงทุนระยะยาวจึงไม่ได้กังวล ยังสามารถเลือกลงทุนในหุ้นที่มีความเหมาะสมได้

 “ปัจจุบันแม้หุ้นแพง แต่อนาคตราคาก็อาจจะถูกลงได้ อย่างที่เคยเห็นการปรับตัวขึ้น ปรับตัวลงแบบในอดีต"นายสุขวัฒน์ กล่าว