NEWS UPDATE • RESEARCH

ดีดให้ได้พอหายใจหายคอกันบ้าง

วันนี้คาดตลาด รีบาวด์ในกรอบจำกัดประเมินแนวรับที่ 1,240 / 1,230 สำหรับแนวต้านอยู่ที่ 1,260 / 1,270 ตาม Sentiment เชิงบวกจากตลาดต่างประเทศเช้านี้เริ่มฟื้นตัวขึ้นบ้างแล้วเล็กน้อย หลังเมื่อคืนนี้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขยอดขายบ้านใหม่เพิ่มขึ้น 4.8% สู่ระดับ 1.011 ล้านยูนิตในเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา สูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2006 และสวนทางกับที่ตลาดคาด อีกทั้งตลาดได้รับแรงหนุนจากรายงานพรรค Democrats อยู่ระหว่างร่างมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวน 2.4 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งคาดว่าจะนำเข้าไปเจรจากับกับพรรค Republican และวางแผนจะนำร่างฉบับใหม่นี้เข้าสภาในสัปดาห์หน้า ช่วยกระตุ้นความหวังมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐจะสามารถบรรลุข้อตกลงดังกล่าว เป็นจิตวิทยาเชิงบวกกระตุ้นราคาสินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัวได้บ้างในระยะสั้น 

ผสานกับราคาสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI. และ BRT. เมื่อคืนนี้ฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับ 40.31 (+0.95%)และ 41.94 (0.41%) Usd/Bbl ตามลำดับ จากตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐปรับตัวลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน คาดจะช่วยกระตุ้นหุ้นในกลุ่มพลังงานรีบาวด์ในระยะสั้น อย่างไรก็ตามเรายังมีความกังวลต่อการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในไตรมาส 2 ในหลายๆ ประเทศในยุโรปที่มีแนวโน้มจะกลับมาให้มาตรการ lockdown อีกครั้ง คาดจะเป็นปัจจัยจำกัด Upside การฟื้นตัวของราคาน้ำมันได้อยู่

สำหรับปัจจัยภายในประเทศเรายังมีมุมมองเชิงบวกแนวโน้มรัฐบาลเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมโดยจะสนับสนุนให้มีการใช้จ่ายในรูปแบบเดียวกับโครงการ ช้อปช่วยชาติคาดจะเป็นความหวังการหมุนเวียนของเม็ดเงินในประเทศในช่วงปลายปีได้เพิ่มเติม เป็นจิตวิทยาเชิงบวกต่อทิศทางตลาดหุ้นไทยได้บ้างเพิ่มเติมจากการทยอยออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในระยะนี้

อย่างไรก็ตามเรายังมีความเป็นห่วงแนวโน้มความวุ่นวายทางการเมืองที่มีโอกาสกลับมาเป็น Noise รบกวนตลาดได้อีกครั้ง หลังเมื่อวานนี้การประชุมร่วมรัฐสภามีมติให้ตั้งกรรมธิการพิจารณาก่อนรับหลักการณ์เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะทำให้การพิจารณแก้ไขรัฐธรรมนูญล้าช้าออกไปราว 1 เดือน คาดจะทำให้เกิดการชุมนุมได้ใหม่อีกครั้งในช่วงเดือนหน้า จะเป็น Noise เข้ารบกวนตลาดได้บ้าง     

อีกทั้งเรายังกังวลแรงขายทำกำไรลดความเสี่ยงจากการที่เกณฑ์ Short-Sell และ Ceiling-Floor 30% จะเริ่มกลับมาใช้ได้ตามปกติตั้งแต่ 1 ต.ค. นี้ คาดจะเป็นปัจจัยสร้างความผันผวนรวมทั้งกดดัน-จำกัดการฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทยให้อ่อนตัวลงได้อีกครั้ง

รวมทั้งเรายังกังวลแรงขายของนักลงทุนประเภทสถาบันจากการต้องกันเงินสดส่วนนึงเพื่อจองหุ้น SCGP ในช่วงวันที่ 28 ก.ย. 2 ต.ค. โดยในส่วนของสถาบันได้รับสิทธิจองซื้อราว 600 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าราว 20,550 ล้านบาท คาดจะกดดดันทิศทางตลาดได้ต่อ


ธีมการลงทุน     เราเริ่มแนะนำให้นักลงทุนให้นักลงทุนทยอยขายทำกำไร ลดความเสี่ยง ใน Monthly Report ตั้งแต่เดือน ก.ค. ที่ผ่านมา โดยปัจจุบันเรามองตลาดในโซน 1,2751,215 เริ่มเป็นจุดที่มีความน่าสนใจในการทยอยเข้าซื้อสะสมเพียงแค่หุ้นในกลุ่มที่คาดกำไรในช่วงไตรมาส 3 มีแนวโน้มออกมา ฟื้นตัวขึ้นได้เช่น CPF, TKN, GFPT, PTG และ SAWAD

หุ้นแนะนำ         PTG คาดผลการดำเนินงาน 3Q/63 จะยังคงได้รับประโยชน์จากค่าการตลาดที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยค่าการตลาดของน้ำมันดีเซลจากข้อมูลของ EPPO ในช่วง 3Q/63TD อยู่ที่ 2.20 บาทต่อลิตร เทียบกับ 1.89 บาทต่อลิตรในช่วง 2Q/63 จากราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง จึงไม่ส่งผลกดดันค่าการตลาดมากนัก โดยฐานลูกค้าของ PTG เป็นผู้ใช้น้ำมันดีเซลเป็นหลัก

กลยุทธ์             ทยอยเข้าซื้อสะสม แนวรับ 18.00 / 17.80 เป้าหมาย 19.50 Stop 17.30

https://www.aira.co.th/upload/Market_1600999823_68228.pdf