NEWS UPDATE • INSURANCE

อลิอันซ์ฯ ฉายภาพประกันภัยหลังโควิด ผู้บริโภคตื่นรับความเสี่ยงดันธุรกิจฟื้น

อลิอันซ์ เผยปี 2563 เป็นปีแห่งความท้าทายของธุรกิจประกันภัยในเอเชีย แต่จะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากความตื่นตัวต่อความเสี่ยง ความต้องการความคุ้มครองที่พุ่งสูงขึ้นของผู้บริโภค จะช่วยขับเคลื่อนตลาดเอเชียให้กลับมาแข็งแกร่งในอีก 10 ปีข้างหน้า 

นายลูโดวิค เซอร์บราน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของอลิอันซ์ เปิดเผยถึงรายงานจากอลิอันซ์ โกลบอล อินชัวรันส์ 2020 ฉบับล่าสุด เกี่ยวกับสถานการณ์ตลาดประกันทั่วโลก โดยทำการศึกษาผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาและประเมินทิศทางของการเติบโตในอนาคต พร้อมชี้ธุรกิจประกันในประเทศไทยอนาคตสดใสเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตมากที่สุดในภูมิภาค ว่า ในปี 2563 อุตสาหกรรมประกันโลกมีอัตราการเติบโตที่ดีหลังจากปี 2562 ซึ่งมียอดรวมเบี้ยประกันเพิ่มขึ้น 4.4% นับเป็นการเติบโตที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 4 ปี โดยเป็นการเติบโตจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตซึ่งมีเบี้ยประกันรวมเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2561 ซึ่งอยู่ที่ 4.4% เนื่องจากจีนได้ผ่านช่วงเวลาที่หน่วยงานรัฐมีการออกกฏที่ไม่เอื้อต่อธุรกิจไปแล้ว อีกทั้งตลาดสามารถปรับตัวให้เข้ากับอัตราดอกเบี้ยต่ำ 

ขณะที่ประกันภัยทรัพย์สินเติบโตในอัตราใกล้เคียงกับอัตราเดิม (4.3%) ลดลงจาก 5.4% ในปี 2561 และเป็นครั้งแรกที่ประกันชีวิตโตมากกว่าประกันภัยทรัพย์สิน แม้จะมากกว่าเพียงเล็กน้อย ส่วนรายได้จากเบี้ยประกันทั่วโลกอยู่ที่ 3.906 ล้านล้านยูโร (หรือประมาณ 136.71 ล้านล้านบาท ในปี 2562 ซึ่งเป็นประกันชีวิต 2.399 ล้านล้านยูโร (หรือประมาณ 83.96 ล้านล้านบาท) และประกันภัยทรัพย์สิน 1.507 ล้านล้านยูโร (หรือประมาณ 52.74 ล้านล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของโควิด 19 ที่ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อเศรษฐกิจโลก ทำให้เกิดการชะงักงันของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกและทำให้อุปสงค์ของการประกันลดลงเช่นกันที่คาดการณ์ว่ารายได้จากเบี้ยประกันทั่วโลกจะหดตัวลง 3.8% ในปี 2563  โดยประกันชีวิตจะได้รับผลกระทบมากกว่าประกันภัยทรัพย์สิน เห็นได้จากอัตราการเติบโตหดตัว -4.4% และ -2.9% ตามลำดับ 

ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่าผลกระทบของโควิด19 รุนแรงยิ่งกว่าวิกฤติการณ์ทางการเงินโลก จนทำให้รายได้จากเบี้ยประกันทั่วโลกลดลง 1.0% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด19 จะแพร่ระบาด และยอดรวมของเบี้ยประกันทั่วโลกจะลดลงประมาณ 3.6 แสนล้านยูโร (หรือประมาณ 1.26 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นประกันชีวิต 2.50 แสนล้านยูโร (หรือประมาณ 8.75 ล้านล้านบาท) และประกันภัยทรัพย์สิน 1.10 แสนล้านยูโร (หรือประมาณ 3.85 ล้านล้านบาท)

นายลูโดวิค กล่าวว่า ในปี 2563 ธุรกิจประกันทั่วโลกถูกไวรัสเล่นงานอย่างไม่ต้องสงสัยเลย สิ่งที่น่าสนใจคือ อะไรจะเกิดขึ้นหลังจากโควิด19 โดยอลิอันซ์มองเห็นสามกระแสหลักซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วและจะกลับมาอีกในอนาคต นั่นคือ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของโมเดลธุรกิจ การหันเหความสนใจมาที่เอเชีย และองค์ประกอบด้านการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และ ธรรมาภิบาล (Governance) หรือ ESG Factors ที่จะมีความสำคัญมากขึ้น โดยเอเชียจะครอบครองอุตสาหกรรมประกันโลก เนื่องจากครัวเรือนในเอเชียจะเป็นผู้บริโภคกลุ่มหลักที่ช่วยขับเคลื่อนอุปสงค์ของการประกันทั่วโลก

เห็นได้จาก อัตราการเติบโตของเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) ในปี 2562 ที่มีอัตราการเติบโต 6.8%  ซึ่งมากกว่าอัตราการเติบโตของปีที่แล้วเกือบสองเท่า อีกทั้งกลุ่มประกันชีวิตและประกันภัยทรัพย์สินซึ่งส่งผลต่อการเติบโตของเบี้ยประกัน โดยกลุ่มประกันชีวิตโต 6.5% และประกันภัยทรัพย์สิน 7.5% และเบี้ยประกันรวมสูงถึง 9.47 แสนล้านยูโรในเอเชีย (หรือประมาณ หรือประมาณ 331 ล้านล้านบาท) เกือบครึ่งหนึ่งของการเติบโตนี้มาจากประเทศจีน 

ขณะที่ในปี 2563 จะเป็นปีที่ท้าทายสำหรับเอเชีย เนื่องจากรายได้จากเบี้ยประกันคาดว่าจะลดลง 0.7% ประกันชีวิตลดลง 1.8% แต่ประกันภัยทรัพย์สินจะยังคงโตเล็กน้อยที่ 1.9% สำหรับการคาดการณ์ในระยะยาว เอเชียจะกลับมาโตในอัตรา “ปกติ” และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 8.1%ต่อปีจนถึงปี 2573 เบี้ยประกันชีวิตและประกันภัยทรัพย์สินคาดว่าจะโตในอัตราที่ใกล้เคียงกับอัตราเดิม หรือเกือบสองเท่าของอัตราของตลาดโลก (4.4%)

ด้านนายมิคาเอล กริม นักเศรษฐศาสตร์อลิอันซ์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และผู้ร่วมเขียนรายงานกอลิอันซ์ โกลบอล อินชัวรันส์ 2020 ฉบับล่าสุด เกี่ยวกับสถานการณ์ตลาดประกันทั่วโลกฯ  เปิดเผยว่าความตื่นตัวต่อความเสี่ยงที่มากขึ้น และความต้องการความคุ้มครองที่พุ่งสูงขึ้นของผู้บริโภค จะเป็นสิ่งที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต โดยมีประเทศจีนเป็นผู้นำ ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า โดยคาดว่าจะเห็นการเติบโตของรายได้จากเบี้ยประกันในอัตราตัวเลขสองหลักในตลาดจีน จนถึงปี 2573 ยอดรวมเบี้ยประกันของจีนจะเพิ่มสูงถึง 7.77 แสนล้านยูโร (หรือประมาณ 27 ล้านล้านบาท) ซึ่งเท่ากับขนาดของตลาดอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี และอิตาลีรวมกัน จีนและเอเชียจะฟื้นตัวกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิมจากวิกฤติการณ์ในปัจจุบัน

ขณะที่ในปี 2562 ตลาดประกันในประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจทำให้รายได้จากเบี้ยประกันลดลง 0.2% โดยนับเป็นครั้งแรกในระยะเวลากว่า 20 ปีที่ตลาดประกันชีวิตในประเทศไทยหดตัว และในปี 2563 จะยิ่งเผชิญกับความท้าทายที่มากขึ้น เนื่องจากรายได้จากเบี้ยประกันจะลดลง 0.9% แสดงให้เห็นถึงผลประกอบการที่ไม่ดีนักของกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันภัยทรัพย์สิน 


อย่างไรก็ตามคาดว่า ในปี 2564 ตลาดประกันในประเทศไทยจะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ด้วยอัตราการเติบโตประมาณ 8% โดยในช่วง 10 ปีจากนี้ไปจนถึงปี 2573 ประเทศไทยจะมีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นเป็น 4.8% ต่อปี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดประกันในประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่โตมากที่สุดตลาดหนึ่งในภูมิภาค โดยเบี้ยประกันต่อหัวอยู่ที่ 326 ยูโร (หรือประมาณ 11,410 บาท) ในปี 2562 (ตัวเลขเฉลี่ยของภูมิภาค 255 ยูโร หรือประมาณ 8,925 บาท) และมีอัตราการเข้าถึงประกัน(สัดส่วนของเบี้ยประกันต่อจีดีพี) อยู่ที่ 4.5%

อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 26 มิถุนายน 2563 : 1 ยูโร = 35 บาท