NEWS UPDATE • SPECIAL ARTICLE

Q&A มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยเพิ่มเติม ระยะที่ 2 ของธนาคารแห่งประเทศไทย

จากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยเพิ่มเติม ระยะที่ 2 นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย และ นางธัญญนิตย์ นิยมการ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน  ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ตอบคำถาม ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าว

 

Q: ตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ลูกหนี้กลุ่มใดที่ความสามารถในการชำระหนี้ด้อยลง และนอกจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยแล้วมีมาตรการช่วยเหลือรายใหญ่เพิ่มเติมหรือไม่

A : ลูกหนี้รายใหญ่ยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก อาจเป็นเพราะมีการบริหารจัดการสภาพคล่องและตัวเองได้ดี ขณะที่ SMEs มี ... Softloan ที่ช่วยในการพักเงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือน ทำให้ลูกหนี้กลุ่มนี้ยังมีฐานะจัดชั้นปกติอยู่  อย่างไรก็ตามธปท. ไม่ได้นิ่งนอนใจโดยต้องพิจารณาในเรื่องของ Stress Test ลูกหนี้กลุ่มนี้หลังจากพักต้นพักดอกเบี้ยครบกำหนด 6 เดือนแล้ว ซึ่งสถาบันการเงินแต่ละแห่งต้องไปคุยกับลูกหนี้เป็นรายตัว โดยธปท. ได้มีการหารือกับฝ่ายจัดการของสถาบันการเงินในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา


Q: จากแนวโน้มที่ลูกหนี้มีความสามารถลดลงมาก ส่วนไหนที่ ธปท. กังวลมากที่สุด

A: Sector ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 โดยตรง เช่น การท่องเที่ยว และ ค้าส่งค้าปลีก ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ แต่เรื่องผลกระทบต้องประเมินเป็นรายวันเนื่องจากเมื่อมีการผ่อนคลายทำให้กิจการบางกิจการเริ่มมีสภาพคล่องดีขึ้น ตลอดจนในระยะต่อไปอาจมีเรื่องระบาดระยะที่สอง หรือมีมาตรการอื่นเข้ามา ซึ่งธปท. ไม่ได้นิ่งนอนใจ ต้องประเมินศักยภาพของของลูกหนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเรื่องของลูกหนี้ไม่ใช่เรื่องผลกระทบของ COVID-19 อย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องของผลกระทบอาจเกิดจาก New Normal เช่น ดิจิทัล และเรื่องอื่น ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันของลูกหนี้ด้วย

 

Q: ธปท. สนับสนุนให้ลูกหนี้ปรับโครงสร้างหนี้ ขณะที่ลูกหนี้บางส่วนยังเข้าไม่ถึงสินเชื่อและไม่สามารถปรับโครงสร้างหนี้ได้ ธปท. ได้คุยกับสถาบันการเงินในการสนับสนุนให้ลูกหนี้ปรับปรุงโครงสร้างหนี้หรือไม่

A: ในหนังสือเวียนที่เกี่ยวกับมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ระยะที่สอง ธปท. ได้ระบุชัดเจนในเรื่องของการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้ลูกหนี้ เช่น เรื่องการปรับ การยืดเวลาผ่อนชำระทำให้งวดการจ่ายสอดรับรายได้  ดังนั้นเพื่อให้เป็นรูปธรรม ธปท. ได้ให้สถาบันการเงินรายงานเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ต่อ ธปท. ตั้งแต่เดือน .. 2563 ว่ามีลูกหนี้เข้ามาดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงินมากแค่ไหน

 

Q: สำหรับลูกหนี้ปกติมีการหารือกับสถาบันการเงินเกี่ยวกับมาตรการออกเพิ่มเติม และรูปแบบที่จะช่วยเหลือลูกหนี้ปกติหรือไม่ อย่างไร

A: ในหนังสือเวียนที่เกี่ยวกับมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ระยะที่สอง ธปท. ได้ระบุไว้ 2 เรื่อง คือ การลดดอกเบี้ยทั้งระบบ และ การพิจารณาว่าสถาบันการเงินจะต้องมีสิ่งตอบแทนให้ลูกหนี้ที่มีประวัติการชำระดีเพื่อกระตุ้นให้เป็นลูกหนี้ดีต่อไป เช่น อาจมีแรงจูงใจในเรื่องของลดดอกเบี้ย หรือ cashback โดยสถาบันการเงินต้องไปพิจารณาหารางวัลให้กับลูกหนี้ดีเหล่านี้ตามความเหมาะสม

  นอกจากนี้จากการที่ธปท. ได้หารือกับผู้ประกอบธุรกิจในมาตรการแรก สาเหตุที่ลูกหนี้ที่มีความสามารถในการชำระหนี้ได้ไม่มาเข้ามาตรการเนื่องจากมองว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 เป็นเรื่องที่ไม่สามารถเดาได้  สิ่งที่ลูกหนี้กลัวคือต้องการรักษาเครดิตให้ดีไว้

ดังนั้นหากมีแรงจูงใจให้ชำระหนี้ได้ตามปกติลูกหนี้จะจ่ายเนื่องจากมุ่งหวังว่าโอกาสข้างหน้าอาจต้องขอวงเงินเพิ่มหรือสิทธิพิเศษเพิ่มและถ้าเขาเป็นลูกหนี้ที่ดีเขาจะขอวงเงินได้ง่าย โดยบริษัท non-bank แห่งหนึ่งที่ให้สินเชื่อกับประชาชนรากหญ้าให้ข้อสังเกตว่าประชาชนรากหญ้าที่ได้รับเงินเยียวยาจะนำเงินเยียวยามาชำระหนี้ เพราะต้องการรักษาเครดิตไว้ให้มีประวัติการชำระหนี้ที่ดีเพื่อรองรับวงเงินหรือสิ่งที่จะขอจากแบงก์หรือบริษัทในอนาคต


Q: ธปท. มีการประเมินหรือไม่ว่ามาตรการระยะที่ 2 จะการช่วยเหลือลูกหนี้เพิ่มเติมจากมาตรการขั้นต่ำจากมาตรการแรกได้มากน้อยแค่ไหน

A:  มาตรการช่วยเหลือในระยะแรกได้ช่วยลูกหนี้ไปแล้ว 13 ล้านราย สำหรับมาตรการระยะที่ 2 ธปท.คาดหวังว่าไม่ควรจะต่ำกว่านั้น อย่างไรก็ตามลูกหนี้บางกลุ่มอาจจะได้รับความช่วยเหลือพอสมควรแล้วอาจไม่ได้เข้าร่วมระยะที่สอง  ขณะเดียวกันแต่มีลูกหนี้อีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือจากระยะแรกและมาขอความช่วยเหลือระยะที่สอง  นอกจากนี้ลูกหนี้ที่เคยได้รับมาตรการแรกหากยังได้รับผลกระทบอยู่สามารถต่อมาตรการที่สองได้

อย่างไรก็ตามมาตรการระยะที่หนึ่งและระยะที่สองเป็นเรื่องของการเยียวยาว เป็นมาตรการชั่วคราวที่จะตอบโจทย์ของผลกระทบของ COVID-19 ซึ่งในระยะต่อไปสิ่งที่ธปท. และสถาบันการเงินเห็นร่วมกันคือต้องหามาตรการฟื้นฟู การเสริมรายได้ให้กับลูกหนี้ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดูแลต่อไปหลังจากมาตรการเยียวยาจบไป ดังนั้นลูกหนี้กลุ่มนี้อาจจะจำเป็นต้องดูแลวิธีการให้งวดการชำระเงินสอดรับกับรายได้ของลูกหนี้หลัง COVID-19 ไม่เช่นนั้นลูกหนี้กลุ่มนี้อาจจะไปต่อไม่ได้

 

Q: มาตรการสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อบ้านที่เลื่อนไปได้อีก 3 เดือน สำหรับลูกหนี้บางรายที่ยังไม่สามารถชำระหนี้ได้สามารถได้รับขยายเวลาไปอีกสามเดือนหลังจากครบกำหนด .. 63 ใช่หรือไม่

A:  ใช่ มาตรการนี้รองรับลูกหนี้ทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นลูกหนี้เก่าที่ได้รับสิทธิในมาตรการแรกไปแล้วหรือกำลังจะครบกำหนดสามารถต่อมาตรการที่ 2 ได้ ขณะที่ลูกหนี้ที่ไม่เคยเข้ามาตรการก็สามารถเข้ามาตรการนี้ได้  เช่นเดียวกัน โดยมาตรการระยะแรกสินเชื่อเช่าซื้อมีการจำกัดวงเงินไว้แต่ในระยะที่สองไม่ได้จำกัด มีการขยายไปครอบคลุมทุกคน  ซึ่งมาตรการนี้เป็นมาตรการขั้นต่ำที่ธปท. และสถาบันการเงินเห็นร่วมกัน  อย่างไรก็ตามสถาบันการเงินบางแห่งอาจให้มาตรการช่วยเหลือที่สูงกว่ามาตรการขั้นต่ำที่ธปท. กำหนดไว้ 

 

Q: มาตรการพักหนี้เดิมของบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลยังมีอยู่หรือไม่ และแม้ว่ามาตรการที่สองมีการลดดอกเบี้ยไปแล้วยังต้องควบคู่ไปกับการพักชำระหนี้ด้วยหรือไม่

A: มาตรการเดิมอาจจะมีการทยอยครบกำหนดดังนั้นอาจจะมีการซ้อนกับมาตรการระยะที่สอง  แม้ว่าระยะที่สองเราไม่มีพูดถึงการเรื่องพักหนี้แต่ว่ามาตรการที่ออกมานี้เป็นมาตรการขั้นต่ำหากผู้ประกอบธุรกิจรายใดอยากทำมากกว่านี้ หรือเห็นว่าลูกหนี้บางกลุ่มไม่มีความสามารถจริงๆ ก็สามารถจัดได้ตามความเหมาะสมของลูกหนี้

 

Q: ธปท. มีการช่วยเหลือลูกหนี้ที่เป็นหนี้เสียแล้ว เช่น คลินิกแก้หนี้ แต่คนที่เป็น NPL ใหม่ๆ มีโอกาสเห็นการขยายมาตรการคลินิกแก้หนี้เพิ่มเติม เพื่อรองรับ NPL ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้จาก COVID-19 หรือไม่

A: ในมาตรการระยะที่สองก่อนจะไปคลินิกแก้หนี้  สถาบันการเงินสามารถปรับโครงสร้างหนี้ได้เลยไม่ว่าจะเป็น NPL แล้วหรือยังไม่เป็น NPL ก็ตาม  โดยให้ใช้ลักษณะเดียวกับคลินิกแก้หนี้ได้เลย