INTERVIEW • CEO TALK

CEO Talk : ไพโรจน์ เหลืองเถลิงพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ไอร่า จำกัด (มหาชน)


ไพโรจน์ เหลืองเถลิงพงษ์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บล.ไอร่า จำกัด (มหาชน)
 
หนีแย่งเค้ก Red Ocean
รุกโกลบอลเทรด
ไพรเวตแบงก์

 

ปัจจุบันธุรกิจโบรกเกอร์เป็น Red Ocean เป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง ดังนั้น บล.ไอร่า จึงมองการลงทุนในต่างประเทศ ทั้ง โกลบอลเทรดดิ้ง และธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ด้วยการจับมือกับ FUCHs บิ๊กเนมจากยุโรป

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไอร่า จำกัด (มหาชน) หรือ AS สมาชิกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหมายเลข 48 หนึ่งในธุรกิจกลุ่มการเงิน บริษัท ไอร่า แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ AIRA ที่ปัจจุบันจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประกอบกิจการประเภทโฮลดิ้ง หรือลงทุนในบริษัทอื่น

บล.ไอร่า ถือเป็นธุรกิจเรือธง ของ ไอร่า แคปปิตอล (ถือหุ้น 99.9%) และเป็นจุดเริ่มต้นของอาณาจักรการเงินของกลุ่มไอร่าในเวลาต่อมา ซึ่งถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2549 โดยความร่วมมือระหว่าง ตระกูลจุฬางกูร และ นลินี งามเศรษฐมาศ ที่ได้ซื้อกิจการ บล.พรูเด็นสยาม จากตระกูลเทวอักษร ก่อนเปลี่ยนชื่อมาเป็น บล.ไอร่า ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 1,200 ล้านบาท โดยเป็นทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 1,100 ล้านบาท

ไพโรจน์ เหลืองเถลิงพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ การเงินธนาคาร ถึงนโยบายและทิศทางการทำธุรกิจของ บล.ไอร่า ว่า ต่อจากนี้ไปจะไม่พึ่งพาธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นไทยเพียงช่องทางเดียว แต่จะมีการใช้ใบอนุญาตที่มีอยู่ให้เต็มศักยภาพ โดยเฉพาะการพาลูกค้าออกสู่โลกที่กว้างขึ้นเพื่อหาโอกาสการลงทุน และต่อยอดความมั่งคั่ง

ไพโรจน์บอกถึงนโยบายของ กลุ่มไอร่า แคปปิตอล ว่า จะใช้กลยุทธ์การเติบโตจาก 2 ทางคือ การซื้อและควบรวมกิจการ หรือ M&A และการเติบโตจากการตั้งบริษัทใหม่

ปัจจุบัน บล.ไอร่า มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์หลายประเภท ได้แก่ การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ การค้าหลักทรัพย์ การเป็นที่ปรึกษาการลงทุน การเป็นที่ปรึกษาการเงินและจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ธุรกิจยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (เฉพาะ Principal) การเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าการจัดการกองทุนส่วนบุคคล และการเป็นตัวแทนสนับสนุนการขายกองทุน

 

ธุรกิจโบรกเกอร์เปลี่ยน

บล.ไอร่า” ต้องเปลี่ยน

ไพโรจน์ ผู้คร่ำหวอดในธุรกิจหลักทรัพย์มานาน ได้สะท้อนภาพความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจโบรกเกอร์ ว่า ในอดีตจะพึ่งพาความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่การตลาด หรือมาร์เก็ตติ้ง กับลูกค้า โดยมาร์เก็ตติ้งจะทำรายการสั่งซื้อขายหุ้น หรือคีย์ออเดอร์ ให้ลูกค้าทั้งหมด

แต่ปัจจุบันต้องยอมรับว่าธุรกิจนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว สะท้อนได้จาก บล.ไอร่า ที่พบว่าการทำรายการโดยมาร์เก็ตติ้ง ได้ลดลงเหลือประมาณ 20% ส่วนอีกกว่า 70% นักลงทุนจะตัดสินใจลงทุนส่งคำสั่งซื้อขายหรือเทรดด้วยตัวเอง

ต้องบอกว่า โลกเปลี่ยนไปแล้ว สมัยก่อนเมื่อนักลงทุนจะหาข้อมูลก็ต้องไปหาจากโบรกเกอร์ เนื่องจากไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีไลน์ แต่ปัจจุบันนี้ข้อมูลจากข้างนอกมีมากกว่าข้อมูลของโบรกเกอร์

ปัจจุบัน บล.ไอร่า มีรายได้มาจากธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ 60% และอีก 25-30% เป็นรายได้จากดอกเบี้ยจากสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (มาร์จิ้นโลน) โดยสิ้นปี 2562 มีพอร์ตสินเชื่อ 1,400-1,500 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ เป็นรายได้จากค่าธรรมเนียมบริการซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ (GLOBAL TRADING)

 

หนีทะเลสีแดง หาโอกาสใหม่

ซีอีโอ บล.ไอร่า ซึ่งอยู่ในสังเวียนธุรกิจหลักทรัพย์มาหลายยุค ให้ความเห็นว่า ปัจจุบันธุรกิจโบรกเกอร์ เป็น Red Ocean หรือเป็นน่านน้ำสีแดงที่หมายถึงเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง

ดังนั้น บล.ไอร่า จึงมองการลงทุนในต่างประเทศ เช่น โกลบอลเทรดดิ้ง และธุรกิจบริหารความมั่งคั่งให้กับครอบครัวด้วยการจับมือกับบิ๊กเนมจากยุโรป

สำหรับธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ของ บล.ไอร่า ปัจจุบัน มีส่วนแบ่งตลาด 0.5-0.6% ขณะที่มีมาร์เก็ตติ้งกว่า 100 คน ลูกค้าเทรดแบบดั้งเดิม หรือส่งคำสั่งซื้อขายผ่านมาร์เก็ตติ้ง ในสัดส่วน 35% ส่วนอีก 65% เป็นการซื้อขายผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (เทรดออนไลน์)

 

บริการซื้อขายหุ้นต่างประเทศ

ครอบคลุม 17 ประเทศ

ซีอีโอ บล.ไอร่า กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทให้บริการซื้อขายหุ้นต่างประเทศผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ภายใต้สโลแกน “GLOBAL TRADING ที่ไอร่า... เราทำให้การลงทุนในหุ้นต่างประเทศ เป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ

เราทำโกลบอลเทรดมา 10 ปี แต่ในระยะ 3 ปีมานี้ลูกค้ามีการซื้อขายคึกคัก ขณะที่การลงทุนในตลาดหุ้น 3 ปีที่ผ่านมาพอร์ตติดลบ แต่ลงทุนหุ้นโลกพอร์ตเป็นบวก


นอกจากนี้ ไตรมาสแรกที่ผ่านมา ลูกค้าโกลบอลเทรดของบล.ไอร่า มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 170-290 บัญชี จากสิ้นปี 2562 ที่มีจำนวน 190 บัญชี โดยลูกค้าที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นการบอกต่อแบบปากต่อปาก และช่วงนี้มีนักลงทุนเน้นคุณค่าหรือ VI เข้ามาจำนวนมาก สาเหตุที่จำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการปรับพอร์ตลงทุนในสถานการณ์ที่โควิด-19 ระบาด

สำหรับช่วงนี้แม้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในต่างประเทศ จะปรับตัวขึ้นสูงแล้ว แต่ลูกค้าโกลบอลเทรดของ บล.ไอร่า ได้โอนเงินไปต่างประเทศ 3,000-4,000 ล้านบาท เพื่อรอลงทุนในช่วงที่หุ้นปรับตัวลงรอบที่สอง ไพโรจน์ ยังกล่าวอีกว่า โอกาสด้านโกลบอลเทรดของเรายังมีอีกมาก และในอนาคต บล.ไอร่า มีแนวคิดจะปล่อยมาร์จิ้นสำหรับซื้อหุ้นต่างประเทศ

ทั้งนี้ ปัจจุบัน Global Trading ของ บล.ไอร่า ให้บริการครอบคลุมถึงตลาดหุ้น 17 ประเทศทั่วโลก โดยสามารถดำเนินการซื้อขายได้ด้วยตนเอง ทุกที่ ทุกเวลา ด้วยระบบการส่งคำสั่งซื้อขายผ่านระบบ Interactive Brokers ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 200,000 บาท ในการเปิดบัญชี โดยนักลงทุนสามารถเลือกลงทุนในหุ้นของบริษัทชื่อดังระดับโลกได้โดยตรง ทั้ง Microsoft Facebook Amazon และบริษัทชั้นนำอื่นๆ อีกมากมาย


ทำไมต้องลงทุนหลักทรัพย์ต่างประเทศ ผ่าน บล.ไอร่า

       1. Single-Account/Multi-Currencies นักลงทุนสามารถเลือกสกุลเงินพื้นฐาน (Base Currency) 1 สกุลในตอนเปิดบัญชี และสามารถเปลี่ยนสกุลเงินเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ในเงินสกุลอื่นแบบเรียลไทม์

        2. ระบบส่งคำสั่งซื้อขายแบบ DMA (Direct Market Access) ผ่าน Interactive Brokers ซึ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำติด 1 ใน 3 ของสหรัฐอเมริกา และจดทะเบียนในตลาด NASDAQ มีเครือข่ายครอบคลุมมากถึง 17 ประเทศ

        3. ลูกค้าสามารถส่งคำสั่งซื้อขายเองผ่านระบบอินเทอร์เน็ตหรือผ่านเจ้าหน้าที่การตลาด

        4. Smart Routing ให้ความมั่นใจว่าจะได้ราคาดีที่สุดในเวลานั้น โดยระบบจะวิ่งไปจับคู่ราคาที่ดีที่สุดในตลาดที่มีการซื้อขายหุ้นตัวนั้นอยู่ในขณะนั้น

        5. Low Cost ค่าธรรมเนียมการซื้อขายต่ำที่สุดเปรียบเทียบกับคู่แข่งในตลาด ซึ่งช่วยลดต้นทุน และเพิ่มผลตอบแทน

        6. Trader Workstation (TWS) โปรแกรมส่งคำสั่งซื้อขายที่มีประสิทธิภาพสูงและง่ายต่อการใช้งาน และสามารถรองรับคำสั่งซื้อขายได้มากกว่า 50 ประเภท รวมทั้งโปรแกรม Algorithmic Trading มีเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ เช่น Chart, Market Scanner, Fundamental, Real-time News

        7. Multiple Trading Platforms ระบบสามารถรองรับการซื้อขายผ่าน PC, iPad, Smartphone

        8.วงเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 200,000 บาท

 

จับมือบิ๊กเนมยุโรป

รุกธุรกิจ ไพรเวตแบงก์"

อีกหนึ่งไฮไลต์ และเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นสำหรับการสัมภาษณ์ซีอีโอ บล.ไอร่า ครั้งนี้ เขาบอกว่า ไอร่า กำลังรุกธุรกิจใหม่ นั่นก็คือ การให้บริการที่ปรึกษาแนะนำการบริหารจัดการสินทรัพย์และการลงทุน หรือ ธุรกิจไพรเวตแบงกิ้ง ด้วยการจับมือกับพันธมิตรชื่อดังในยุโรป นั่นก็คือ FUCHs

ไพโรจน์กล่าวว่า ความร่วมมือกับ FUCHs ครั้งนี้ จะเป็นการให้บริการเพิ่มศักยภาพและเครือข่าย การให้บริการระดับนานาชาติ สร้างความพร้อมให้บริการที่ปรึกษาแนะนำการบริหารจัดการสินทรัพย์และการลงทุน ให้กับกลุ่มธุรกิจ ครอบครัว และบุคคล

โดย Fuchs & Associés ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ในการให้คำแนะนำ คัดสรรผลิตภัณฑ์และผู้ให้บริการ เพื่อบริหารจัดการทางด้าน การเงินการลงทุน ในระดับบุคคล องค์กร โดยเฉพาะ ความยั่งยืนของทรัพย์สินของครอบครัวในระดับ World Class (European Way)

 

เปิดโปรไฟล์ FUCHs

พันธมิตรใหม่ บล.ไอร่า

ไพโรจน์ ยังได้กล่าวถึง FUCHs พันธมิตรใหม่ว่า มีความเชี่ยวชาญ ความเข้าใจ ความน่าเชื่อถือ มีเครือข่ายที่กว้างขวางในยุโรป โดยผู้ก่อตั้ง คือ Jean FUCHs ผู้ประกอบการที่อยู่ในธุรกิจการบริหารความมั่งคั่ง ระดับบุคคล ระดับครอบครัว และ ระดับธุรกิจ มากว่า 40 ปี

นอกจากนี้ มีความเชี่ยวชาญในการให้บริการกับกลุ่มลูกค้าในยุโรป มีเครือข่ายทั้งทางด้านผู้เชี่ยวชาญ ผู้ให้บริการ ตลอดจนสถาบันทางด้านการเงิน การลงทุน โดยเข้าใจถึงความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าพร้อมทางเลือกที่ได้รับการคัดสรร ตรวจสอบ มีมุมมอง และความเข้าใจในธุรกิจ ตลอดจนเข้าใจความต้องการ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดการธุรกิจ สืบต่อความมั่งคั่งของครอบครัวและของธุรกิจ ให้บริการ Generation to Generation โดยเป็นแพลตฟอร์มแบบ Open Architecture มีความเป็นอิสระและหลากหลาย

การให้คำแนะนำ บริการแบบ Tailor-Made Management จัดหา Customized Services และ Solutions ให้ตรงและตอบโจทย์ความต้องการแบบเฉพาะรายลูกค้า โดยมีเครือข่ายเชื่อมต่อกับผู้ให้ผลิตภัณฑ์และบริการทั้งภายในและภายนอก ที่เป็นที่ยอมรับในยุโรป อย่างเป็นอิสระและหลากหลาย

ปัจจุบัน FUCHs มีสำนักให้บริการที่ ลักเซมเบิร์กเจนีวา (สวิส)บรัสเซลส์ (เบลเยียม) อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของหน่วยงานกำกับของแต่ละประเทศอย่างเคร่งครัด โดยมีผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลลูกค้ากว่า 150 คน ให้บริการแบบเฉพาะตัวกับลูกค้ากว่า 2 พันรายในยุโรป มีมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหารจัดการแนะนำ กว่า 6 พันล้านยูโร

 

ธุรกิจบริการซื้อขาย

กองทุนต่างประเทศ

สำหรับอีกธุรกิจที่ บล.ไอร่า จะเติมเต็มให้กับพอร์ตธุรกิจ นั่นก็คือ บริการซื้อขายกองทุนต่างประเทศ เหตุผลที่ทำธุรกิจดังกล่าว เพื่อเพิ่มช่องทางการให้บริการที่มีความหลากหลายและครอบคลุมการลงทุนกองทุนรวมในต่างประเทศ

ปัจจุบัน บล.ไอร่า ในฐานะผู้จัดจำหน่าย หรือ Distributor อยู่ระหว่างการจะเปิดให้บริการการซื้อขายกองทุนรวมที่กระจายทั่วโลก ผ่าน MFEX Mutual Funds Exchange จากประเทศสวีเดน ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มกองทุนรวม ( Fund Platform ) ที่เติบโตทั้งในยุโรป และเอเชีย กว่า 51 ประเทศ การเป็น Digital Fund Distribution ที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร ถึง 2.6 แสนล้านยูโร จากจำนวนกองทุนมากกว่า 72,000 กองทุน และ 920 บริษัทจัดการ เช่น JPMorgan (Fund currency : EUR), Fullerton (Fund currency : USD), ChinaAMC (Fund currency : HKD) etc.

จากความน่าเชื่อถือ สินทรัพย์ภายใต้การดูแล เทคโนโลยี ความโปร่งใส ของ MFEX ที่เป็นแพลฟอร์ม เชื่อมโยงระหว่างลูกค้าและบริษัทจัดการ บล.ไอร่า ในฐานะ Distributor เล็งเห็นว่า MFEX น่าจะเป็น Global Fund Platform ที่สามารถสร้างโอกาสผลตอบแทนการลงทุนให้กับนักลงทุน ในก้าวแรกหากนักลงทุนที่สนใจการลงทุนดังกล่าว สามารถเปิดบัญชีกองทุนส่วนบุคคล หรือไพรเวทฟันด์ ภายใต้การดูแลของ บล.ไอร่า


ธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน

การดำเนินธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน หรือวาณิชธนกิจ ถือเป็นอีกขาที่แข็งแกร่งของกลุ่มไอร่า แคปปิตอล โดยมีจุดเริ่มมาจาก บริษัทที่ปรึกษาธรรมนิติแอนด์ทูช ของ นลินี ที่ดำเนินธุรกิจหลักที่ปรึกษาปรับโครงสร้างหนี้ หลังจากเดือนมีนาคม 2550 ได้เป็นบริษัทย่อยของ บล.ไอร่า จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ไอร่า แอดไวเซอรี่ จำกัด (AD)

ปัจจุบัน AD ประกอบธุรกิจให้บริการที่ปรึกษาทางธุรกิจแบบครบวงจร ซึ่งเน้นทำธุรกิจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ การครอบงำกิจการ และการให้ความเห็นอิสระในรายการเกี่ยวโยงกันและการได้มาและจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ การซื้อขายและควบรวมกิจการ

 

ติดตามคอลัมน์ CEO Talk  ได้ใน วารสารการเงินธนาคาร ฉบับเดือนมิถุนายน 2563 ฉบับที่ 458 บนแผงหนังสือชั้นนำทั้่วประเทศและในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi