INTERVIEW • CEO TALK

CEO Talk : ธนพล ศิริธนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Country CEO) บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

ธนพล ศิริธนชัย

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Country CEO)

บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

อสังหาฯ ครบวงจร แพลตฟอร์มที่ยั่งยืน


การผนึกกำลังรวมกลุ่มธุรกิจไว้ใน One Platform ภายใต้แบรนด์ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจให้แก่บริษัทในระดับสากล และยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดการแบ่งปันความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ระหว่างกลุ่มธุรกิจ ซึ่งจะช่วยต่อยอดและสร้างการเติบโตให้แก่องค์กรได้อย่างแข็งแกร่งในระยะยาว

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก จากผลกระทบของโควิด-19 ความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ รวมถึงต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ แต่ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย หรือ “FPT” ยังคงเดินหน้าเปิดเกมรุกธุรกิจในฐานะผู้นำบริการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรรายแรกในประเทศไทย ด้วยการสร้าง One Platform ภายใต้แบรนด์ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ที่มีประสบการณ์และชื่อเสียงในระดับโลก โดยผสานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 3 กลุ่ม ครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม เข้าไว้ในแพลตฟอร์มเดียวกัน ด้วยการนำของแม่ทัพใหญ่ ธนพล ศิริธนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Country CEO) บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ “FPT”

 

เส้นทางของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้

สู่การเป็นผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์

ธนพล เล่าย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นกว่าจะเป็น เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ในวันนี้ว่า เมื่อ 137 ปีที่แล้วบริษัท Fraser & Neave Limited หรือ F&N ซึ่งก่อตั้งในประเทศสิงคโปร์ ได้เริ่มธุรกิจจากการผลิตน้ำอัดลมและขยายการลงทุนไปยังธุรกิจอีกหลากหลายประเภท รวมถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งทีซีซีกรุ๊ป ได้เล็งเห็นศักยภาพการเติบโตจึงได้เข้าซื้อกิจการในปี 2556 และได้จัดตั้ง บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด แยกออกมาเพื่อดูแลด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะในเวลาต่อมา ปัจจุบันเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด หรือ กลุ่มเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลกในกว่า  50 ประเทศ 70 เมือง ด้วยสินทรัพย์มูลค่ารวมกว่า 900,000 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2563)

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ได้ขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ รวมถึงได้ขยายการลงทุนเข้ามาในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้ให้บริการครบวงจรรายแรกของประเทศ ในปี 2559 ได้เข้าซื้อกิจการของ บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TICON ซึ่งเป็นผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม ซึ่งต่อมาได้ทำการรีแบรนด์เป็น เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยในปีพ.ศ. 2562 และในปีเดียวกันนี้ ได้ทำการควบรวมกิจการกับบริษัทแผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ โกลเด้นแลนด์ซึ่งเป็นผู้นำการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและเชิงพาณิชยกรรมที่มีมาตรฐานชั้นนำ ทำให้ปัจจุบัน เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย เป็นผู้นำบริการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรรายแรกของประเทศไทยที่รวมทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจ ครอบคลุมประเภทที่พักอาศัย อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรมไว้บนแพลตฟอร์มเดียว หรือ One Platform โดยหลังจากการรวมกิจการครั้งนี้ทำให้สินทรัพย์ของ FPT มีมูลค่ารวม 100,000 ล้านบาท มีรายได้รวม 14,000 ล้านบาท (มกราคม-กันยายน 2563) และมีจำนวนพนักงานเพิ่มจาก 500 คน เป็น 1,500 คน

การผนึกกำลังรวมกลุ่มธุรกิจไว้ใน One Platform ภายใต้แบรนด์ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจให้แก่บริษัทในระดับสากล และยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดการแบ่งปันความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ระหว่างกลุ่มธุรกิจ ซึ่งจะช่วยต่อยอดและสร้างการเติบโตให้แก่องค์กรได้อย่างแข็งแกร่งในระยะยาว


ขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาฯ อย่างแข็งแกร่ง

และยั่งยืนด้วย One Platform

ธนพลกล่าวว่า การผนึก 3 กลุ่มธุรกิจไว้ในแพลตฟอร์มเดียวกัน จะสร้างความแข็งแกร่งและส่งเสริมการเติบโตทางธุรกิจของ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ในบทบาทของผู้ขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศ ด้วยพอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์ครบวงจรนี้ บริษัทจะสามารถขยายขีดความสามารถในการส่งมอบสินค้าและบริการ พร้อมทั้งข้อเสนอทางการตลาดที่โดดเด่นและแตกต่างจากผู้พัฒนอสังหาริมทรัพย์รายอื่น

นอกจากนี้ One Platform จะช่วยสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงจากภายในให้กับ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ด้วยการเพิ่มความสามารถด้านการกระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจจากการบริหารสินทรัพย์หลากหลายประเภทที่มีลูกค้าหลายกลุ่ม (Diversification) พร้อมส่งเสริมให้ธุรกิจเติบโตบนแพลตฟอร์มที่เป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อต่อยอดสร้างเป็น Ecosystem ที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ (Synergy) อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความสามารถในการบริหารจัดการให้มีความยืดหยุ่น ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลง และพร้อมรับมือต่อสถานการณ์ที่ท้าทายต่างๆ ได้เป็นอย่างดี (Resilience)

หัวใจสำคัญของการสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดด คือ กลยุทธ์ One Platformที่เป็นการรวมทุกกลุ่มธุรกิจไว้บนแพลตฟอร์มเดียวกัน ทำให้เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย สามารถให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างครอบคลุม ตรงโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ซึ่งจะเป็นการช่วยสร้างความมั่นคงให้แก่บริษัท ด้วยรายได้จากหลายช่องทางพร้อมกับรายได้ประจำที่เพิ่มมากขึ้น

 

เจาะแผน One-To-Three

ผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืน

ธนพลกล่าวว่า บริษัทจะดำเนินการตามแผน One-To-Three เพื่อเป็นการสร้างการเติบโตในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า ซึ่งแผนดังกล่าวนี้หมายถึง “ONE platform TOwards being a trusted brand and the top THREE in all asset classes” หรือ การรวมธุรกิจเป็นหนึ่งเดียวด้วยแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เพื่อมุ่งสู่การเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับ Top 3 ของทุกกลุ่มธุรกิจในปี 2566


รายละเอียดของแผน One-To-Three คือ : 

        - One ย่อมาจาก One Platform ในปี 2021 หมายถึง การรวม 3 กลุ่มธุรกิจ ไว้บนแพลตฟอร์มเดียกันเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้องค์กร ด้วยการเป็นผู้ให้บริการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรรายแรกของประเทศไทย 

        - To ย่อมาจาก Towards a Trusted Brand ในปี 2022 หมายถึง การมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการประสานความร่วมมือระหว่างกลุ่มธุรกิจ เพื่อสร้างรายได้จากหลากหลายช่องทาง 

        - Three ย่อมาจาก Top Three ในปี 2023 หมายถึง การมุ่งหน้าสู่การเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในประเทศไทยที่ติดอันดับ Top 3 ของทุกกลุ่มธุรกิจ

แม้ว่า แนวโน้มเศรษฐกิจทั้งในไทยและทั่วโลกในปี 2021 จะยังเป็นปีที่มีความท้าทายสูง ประกอบกับสถานการณ์โควิด-19 แต่บริษัทจะยังคงเป้าหมายในการรักษารายได้ (Revenue) หรือ Sustain Growth ไว้ให้ไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท  โดยมั่นใจว่าด้วยการปรับตัวเตรียมความพร้อมสร้างความแข็งแกร่ง ประกอบกับศักยภาพของบริษัทที่เพิ่มขึ้นนี้ จะพาองค์กรให้เติบโตและก้าวผ่านสถานการณ์ท้าทายต่างๆไปได้ การผสานพลังระหว่างกลุ่มธุรกิจของเราเกิดขึ้นในจังหวะที่ดี ทำให้เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย มีพอร์ตโฟลิโอธุรกิจที่หลากหลาย ซึ่งช่วยสร้างความมั่นคงและเป็นเกราะกำบังในการรับมือกับความท้าทายในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี


One Platform ขับเคลื่อนอสังหาฯ ครบวงจร

ปัจจุบัน เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย นับเป็นผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรรายแรกในประเทศไทย ที่สามารถให้บริการครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม ใน 3 กลุ่มธุรกิจคือ

       กลุ่มธุรกิจ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮม ซี่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยในแนวราบ ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ โดยในอนาคตตั้งเป้าที่จะขยายไปยังจังหวัดต่างๆ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาปรับใช้เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้อยู่อาศัย ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้พัฒนาโครงการที่พักอาศัยคุณภาพสูงรวม 59 โครงการในหลายทำเล ครอบคลุมทุกระดับราคา ภายใต้แบรนด์โกลเด้น เช่น โกลเด้นทาวน์, โกลเด้นซิตี้, โกลเด้น นีโอโกลเด้น วิลเลจ, โกลเด้น อเวนิว, โกลเด้น เพรสทีจ และ เดอะ แกรนด์  โดยในส่วนของธุรกิจกลุ่มโฮม  มีมูลค่าสินทรัพย์รวม 70,000 ล้านบาท และในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2563 (มกราคม - กันยายน)  มีรายได้รวม 11,100 ล้านบาท และอยู่ในอันดับ Top 5 สำหรับกลุ่มธุรกิจเพื่อที่อยู่อาศัย

        - กลุ่มธุรกิจ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ อินดัสเทรียล ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมแบบครบวงจรเพื่ออุตสาหกรรมยุคใหม่    ที่เน้นการพัฒนาโซลูชั่นเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าแต่ละราย ซึ่งโรงงานและคลังสินค้าของ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ อินดัสเทรียล โดยมีทั้งแบบพร้อมให้เช่า (Ready-Built) และแบบสร้างตามความต้องการของลูกค้า (Built-to-Suit) บนทำเลยุทธศาสตร์กว่า 50 ทำเล ทั้งในนิคมอุตสาหกรรม สวนอุตสาหกรรม เขตอุตสาหกรรม เขตส่งเสริมอุตสาหกรรม และพื้นที่อื่นๆ ที่มีศักยภาพในประเทศไทย โดยในปัจจุบันมีพื้นที่โรงงานรวม 1.2 ล้านตารางเมตร พื้นที่คลังสินค้ารวม 1.8 ล้านตารางเมตร คิดเป็นพื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการรวม 3 ล้านตารางเมตร และมีรายได้ 9 เดือนแรกของปี 2563 (มกราคม - กันยายน) รวม 1,700 ล้านบาท

        - กลุ่มธุรกิจ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ คอมเมอร์เชียล อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชยกรรมประกอบด้วย อาคารสำนักงานให้เช่า รีเทล โรงแรมและเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ รวมถึงโครงการมิกซ์ยูส ใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ ได้แก่ อาคารโครงการสามย่านมิตรทาวน์, อาคารเอฟวายไอ เซ็นเตอร์,อาคารสาทรสแควร์, อาคารปาร์คเวนเชอร์, อาคารโกลเด้นแลนด์, โรงแรม ดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ และ ดิ แอสคอท สาทรแบงคอก ซึ่งปัจจุบันกลุ่มคอมเมอร์เชียล มีอาคารสำนักงาน และโครงการมิกซ์ยูสรวม 5 แห่ง คิดเป็นพื้นที่รวม 240,000 ตารางเมตร และมีห้องในโรงแรมและเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ จำนวน 1,100 ห้อง และมีรายได้ 9 เดือนแรกของปี 2563 (มกราคม - กันยายน) รวม 1,200 ล้านบาท

นอกจากนี้ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ยังเป็นผู้สนับสนุนและเป็นผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ หรือ FTREIT ซึ่งเป็นกองทรัสต์อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ภายใต้การจัดการ มากกว่า 42,000 ล้านบาท โดยมีประเภทของทรัพย์สินคือโรงงานและคลังสินค้ารวม 620 ยูนิต โดยปัจจุบัน FTREIT  ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือหรือเครดิตเรทติ้งที่ระดับ A/Stable ซึ่งถือว่าเป็นอันดับความน่าเชื่อถือที่สูงสุดสำหรับกองทรัสต์ในประเทศไทย

หัวใจสำคัญของการสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดด คือ กลยุทธ์ One Platform ที่เป็นการรวมทุกกลุ่มธุรกิจไว้บนแพลตฟอร์มเดียวกัน ทำให้ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย สามารถให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างครอบคลุม ตรงโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าหลากหลายกลุ่ม ซึ่งจะเป็นการช่วยสร้างความมั่นคงให้แก่บริษัท ด้วยรายได้จากหลายช่องทางพร้อมกับรายได้ประจำที่เพิ่มมากขึ้น

ติดตามคอลัมน์ CEO Talk  ได้ในวารสารการเงินธนาคาร ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2563 ฉบับที่ 463 บนแผงหนังสือชั้นนำทั้่วประเทศและในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi