INTERVIEW • CEO TALK

CEO Talk : วรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการ แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดภารกิจ Grab Financial Group “ฟินเทคโซลูชั่น ครบวงจร”

วรฉัตร ลักขณาโรจน์

กรรมการผู้จัดการ

แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ประเทศไทย

 

เปิดภารกิจ Grab Financial Group

ฟินเทคโซลูชั่น ครบวงจร

 ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2562 สตาร์ตอัพระดับยูนิคอร์นอย่างแกร็บ (Grab) ได้เปิดตัวบริการ GrabPay Wallet ในประเทศไทย โดยบริการนี้เป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้ในอีโคซิสเต็มส์ของแกร็บ และยังถือเป็นการนำร่องเพื่อขยายสู่ธุรกิจด้านการเงินเต็มตัว ภายใต้ร่มของ แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป โดยมีวิสัยทัศน์คือการเป็น ฟินเทคโซลูชั่น ครบวงจร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย

การเงินธนาคาร ได้สัมภาษณ์พิเศษ วรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการ แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ประเทศไทย ถึงการก้าวขึ้นสังเวียนฟินเทคในประเทศไทย การต่อยอดธุรกิจจากข้อมูลในอีโคซิสเต็มส์ที่ไหลเวียนในระบบกว่า 40 เทราไบต์ต่อวัน การให้สินเชื่อรูปแบบใหม่แบบ Data Driven Lendingเป้าหมายของ แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป และบริการทางการเงินใหม่ๆ ที่จะเปิดตัวในอนาคต

 

แกร็บลุย ไฟแนนเชียล เซอร์วิส

Wallet สินเชื่อ ประกัน มาครบ

วรฉัตร เริ่มให้สัมภาษณ์กับ การเงินธนาคาร ด้วยการย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นของแกร็บที่สร้างธุรกิจมาจากความต้องการที่จะแก้ไขปัญหาการใช้รถโดยสารของคนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และขยายไปถึงปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คน ทั้งการเดินทาง การสั่งอาหาร ส่งพัสดุ ด้วยการแก้ปัญหาที่ตรงจุด ตอบโจทย์ผู้ใช้ ส่งผลให้แกร็บเติบโตอย่างรวดเร็ว ก้าวขึ้นมาเป็นสตาร์ตอัพที่ประสบความสำเร็จระดับหัวแถวของโลกภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี

ธุรกิจของแกร็บถือได้ว่ามีพื้นฐานที่ค่อนข้างแข็งแรง แต่หากมองลึกลงไปจะยังพบ 3 ปัญหาที่แทรกอยู่นั่นคือ

      1. การใช้เงินสด ซึ่งการใช้เงินสดในอีโคซิสเต็มส์ของแกร็บ ทำให้เกิดความยุ่งยาก ไม่โปร่งใส นั่นจึงเป็นที่มาของการเปิดตัวบริการ GrabPay Wallet ที่จะทำให้การชำระเงินกลายเป็นเรื่องง่ายกว่าเดิม

      2. การเข้าถึงบริการทางการเงินของพาร์ตเนอร์ สิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจของแกร็บคือ พาร์ตเนอร์คนขับ หากพาร์ตเนอร์เกิดปัญหา เช่น รถเสีย สมาร์ตโฟนเสีย แต่ไม่มีเงินพอที่จะซ่อม ก็จะทำให้ไม่สามารถทำงานได้ การจะเข้าไปใช้บริการธนาคารก็เป็นเรื่องยาก เพราะพาร์ตเนอร์คนขับไม่มีหลักฐานยืนยันรายได้อย่างสลิปเงินเดือน

      3. ความปลอดภัยของคนที่อยู่ในอีโคซิสเต็มส์ของแกร็บ ทั้งพาร์ตเนอร์คนขับ ผู้โดยสาร ร้านอาหาร ร้านค้า โดยเฉพาะพาร์ตเนอร์คนขับที่ต้องขับรถบนถนน ทำให้มีความเสี่ยง ทั้งยังอาจมีปัจจัยหลายอย่างที่กระทบต่อพาร์ตเนอร์คนขับและร้านค้าต่างๆ

วิสัยทัศน์ของเราคือการเป็นบริษัทฟินเทคโซลูชั่นครบวงจร เพราะแกร็บเป็นบริษัทเทคโนโลยี การเข้ามาในตลาดผู้ให้บริการทางการเงิน เราจะใช้เทคโนโลยีเต็มที่เพื่อให้เกิดบริการที่ครบวงจร ทั้งการชำระเงิน การขอสินเชื่อ และการซื้อประกัน เราจะมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มคนที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการด้านการเงินทั่วไป ให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เราจะทำคุณภาพชีวิตของผู้ใช้ให้ดีขึ้น

วรฉัตรอธิบายว่า จากวิสัยทัศน์นี้ แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป จะมุ่งเน้นให้บริการทางการเงินใน 3 บริการคือ 1. บริการ GrabPay 2. บริการสินเชื่อไมโคร 3. ผลิตภัณฑ์ประกัน โดยที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2562 GrabPay มีการเติบโตสูงถึง 7 เท่า ส่งผลให้ 50% ของธุรกรรมบนแพลตฟอร์มของแกร็บเป็นธุรกรรมไร้เงินสด ทำให้การใช้บริการของแกร็บมีประสิทธิภาพมากขึ้น ใช้เวลาน้อยลง ไม่มีปัญหาเรื่องการถือเงินสดจำนวนมาก

วันนี้เรียกรถผ่านแกร็บเมื่อถึงปลายทางตัดเงินผ่าน GrabPay หรือการสั่งอาหาร พาร์ตเนอร์คนขับก็ไม่ต้องสนใจว่าจะหาเงินสดที่ไหนมาจ่ายให้ร้านค้า มีหน้าที่แค่วิ่งไปร้านอาหารและนำอาหารมาส่งให้เร็วที่สุด นี่คือประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นรากฐานที่เราสร้างขึ้น นอกจากนี้ GrabPay และยังเป็นแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพสูงมากในด้านการให้บริการธุรกรรมแบบไร้เงินสดอีกด้วย

 

Data Driven Lending รายแรกในไทย

ทุ่ม 3,000 ล้านลุยสินเชื่อไมโคร

วรฉัตรกล่าวว่า ปัจจุบันแกร็บมีข้อมูลผู้ใช้ไหลเวียนในระบบมากถึง 40 เทราไบต์ต่อวัน โดยเป็นข้อมูลที่ได้มาจากผู้โดยสาร พาร์ตเนอร์คนขับ แล้วก็ร้านอาหาร ทำให้เห็นพฤติกรรมการใช้งาน การสั่งอาหาร การชำระเงิน ซึ่งแกร็บนำข้อมูลเหล่านี้มาทำความเข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริงและต่อยอดเพื่อออกเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ ต่อไป

แกร็บสัมผัสกับพาร์ตเนอร์คนขับอย่างใกล้ชิด เราคุยกับเขาทุกวัน เรารู้ว่าเขาชอบหรือไม่ชอบอะไร มีพฤติกรรมอย่างไร ทำงานแบบไหนทำงานประจำอย่างไร ส่วนพาร์ตเนอร์ร้านอาหาร เขามีพฤติกรรมอย่างไร รับออร์เดอร์ผ่านทางแกร็บอย่างไร มีเงินหมุนผ่านระบบที่สั่งอาหารผ่านแกร็บมากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้ยังทราบว่าลูกค้าชอบทานอะไร นั่งรถไปที่ไหน ชำระเงินด้วยวิธีใด ชำระแต่ละครั้งมากน้อยแค่ไหน มีความถี่ในการชำระอย่างไร นั่นจึงทำให้เราใกล้ชิดกับลูกค้าและพาร์ตเนอร์อย่างลึกซึ้ง

วรฉัตร บอกว่า บริการ GrabPay นั้นเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดสู่บริการอื่นๆ เพราะทำให้เกิด Power of Data ต่อยอดธุรกิจออกไปได้หลากหลาย จึงเป็นที่มาของ แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ที่ในปีนี้ต้องการผลักดันบริการสินเชื่อที่ใช้ข้อมูลเป็นหัวใจสำคัญ (Data Driven Lending) ซึ่งจะเป็นรายแรกในประเทศไทย และแกร็บจะทำให้ทุกอย่างง่ายที่สุด ไม่มีกระบวนการยุ่งยาก ไม่มีเอกสาร หรือวิธีการสมัครที่ซับซ้อน

แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ต้องการแก้ปัญหาให้กับพาร์ตเนอร์ ทำให้สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินที่สะดวก ทุกวันนี้ถ้าพาร์ตเนอร์ของเราต้องการใช้บริการทางการเงิน เขาไม่มีทางเลือกเลยนอกจากไปใช้บริการหนี้นอกระบบ ซึ่งนั่นจะเป็นสิ่งที่ทำให้เขามีปัญหาชีวิตมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน แกร็บ ไฟแนนเชียล มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อย (Nano Finance) และ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan) โดยได้เริ่มทดลองให้บริการสินเชื่อแบบ Data Driven Lending กับลูกค้าประมาณ 20,000 ราย วงเงิน 500 ล้านบาทไปแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 ผ่านสินเชื่อ 3 รูปแบบคือ

      1. สินเชื่อเงินสด เป็นบริการที่เน้นตอบโจทย์พาร์ตเนอร์คนขับ โดย แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป จะมีข้อมูลของพาร์ตเนอร์คนขับแต่ละรายอยู่แล้ว ตั้งแต่รายได้ เวลาที่ใช้ทำงาน ปริมาณงานแต่ละวัน รายได้เฉลี่ยต่อเที่ยว ความสม่ำเสมอในการทำงาน จนถึงความคิดเห็นของลูกค้าที่มาใช้บริการ และจะนำข้อมูลเหล่านี้มาประมวลผล ทำการพิจารณาการให้สินเชื่อและทำเครดิตสกอร์

วรฉัตร อธิบายว่า เครดิตสกอร์ของ แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป จะแตกต่างจากที่อื่น เนื่องจากเป็นการประมวลผลจากข้อมูลที่มีการเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา มีการปรับโมเดลทุกวัน โดยมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเป็นคนดูแลข้อมูลขนาดใหญ่อย่างใกล้ชิด ทำให้สามารถให้บริการสินเชื่อรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน เป็นสินเชื่อที่ไม่ต้องสมัคร ไม่ต้องใช้เอกสาร ให้วงเงินอัตโนมัติกับพาร์ตเนอร์ เป็นวงเงินที่เหมาะสมกับรายได้ เฉลี่ยอยู่ที่ 20,000-30,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท และคิดการชำระคืนเป็นรายวัน

วงเงินจะอยู่ในแอปฯลูกค้าไม่จำเป็นต้องสมัคร ทันทีที่ลูกค้าอยู่ในเงื่อนไขคือ การอยู่ในระบบ 3 เดือนจนมีเครดิตสกอร์ ระบบจะเสนอให้ทันทีเป็นวงเงินสำรองที่หากมีเรื่องเดือดร้อนก็สามารถเข้าไปกดรับสินเชื่อได้เลย จากนั้นเงินสดจะถูกโอนเข้าบัญชีลูกค้าโดยอัตโนมัติ

ด้านการชำระคืนนั้นจะรับชำระคืนเป็นรายวัน อัตราดอกเบี้ย 36% ต่อปี (แต่ระยะเวลาในการผ่อนชำระสูงสุดของแกร็บคือ 6 เดือน ทำให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 18% ต่อระยะเวลา 6 เดือน) ซึ่งการให้สินเชื่อลักษณะนี้ไม่ใช่การเพิ่มภาระหนี้ แต่เป็นการเพิ่มโซลูชั่นในการแก้ปัญหายามเดือดร้อน

ด้านวงเงินที่ให้ก็เป็นวงเงินที่เหมาะสมกับรายได้ ไม่ใช่วงเงินสูงสุดที่นำไปสู่การซื้อของฟุ่มเฟือยและยากต่อการชำระคืนโดยพาร์ตเนอร์คนขับสามารถเช็กข้อมูลผ่านแอปพลิเคชั่นได้ตลอด ทั้งยังเลือกเองได้ว่าจะผ่อนกี่วัน จำนวนเงินที่ต้องการผ่อน ระบบจะตรงไปตรงมาเข้าใจง่าย

      2. บริการชำระสินค้าแบบรายวัน เป็นบริการที่ช่วยให้พาร์ตเนอร์คนขับสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ในการทำงาน เช่น สมาร์ตโฟน รวมถึงสิ่งของเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ โดยจะใช้มาตรฐานเดียวกับการผ่อนชำระสินเชื่อเงินสด พิจารณาวงเงินจากการทำData Driven Lending เช่นเดียวกัน เฉลี่ยวงเงินประมาณ 15,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 28% ต่อปี โดย แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ได้เข้าไปเป็นพาร์ตเนอร์กับผู้ผลิตสามาร์ตโฟนเพื่อให้คนขับสามารถผ่อนชำระสมาร์ตโฟนดอกเบี้ย 0% ได้ โดยผ่อนคืนแบบรายวัน

       3. สินเชื่อ SME เป็นสินเชื่อที่เจาะกลุ่มร้านค้าแกร็บฟู้ด รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการสตาร์ตอัพในประเทศไทย โดย แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป จะให้ทั้งสินเชื่อระยะสั้นกับผู้ประกอบการ SME เป็นสินเชื่อระยะสั้นมากเช่น 1 เดือน ด้านการร่วมมือกับสตาร์ตอัพนั้น แกร็บจะผลักดันให้เกิดคอมมูนิตี้หรืออีโคซิสเต็มส์ขึ้นมา และจะเข้าไปเป็นพาร์ตเนอร์เพื่อให้บริการทางการเงิน โดยวงเงินสินเชื่อ SME ของ แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป จะเป็นวงเงินขนาดเล็กไม่เกิน 1 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ย 15% ต่อปี

วรฉัตรอธิบายต่อว่า ในมุมของการเกิดหนี้เสียนั้น สินเชื่อทั้ง 3 รูปแบบมีโมเดลการชำระคืนแบบรายวัน วงเงินไม่สูง และระยะเวลาของอายุสัญญานั้นสั้นเพียงแค่ 6 เดือน จากการคาดการณ์เชื่อว่าจะมีหนี้เสียไม่เกิน 2% แม้ว่าลูกค้าจะเป็นกลุ่มความเสี่ยงสูง แต่ด้วยรูปแบบที่แกร็บพัฒนาขึ้นมาบวกกับความเข้าใจในพฤติกรรมของลูกค้า จะทำให้สามารถประเมินความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในปีนี้ แกร็บ ไฟแนนเชียล ตั้งเป้าว่าจะปล่อยวงเงินสินเชื่อที่ 3,000 ล้านบาท เป็นสินเชื่อที่มอบให้แก่พาร์ตเนอร์และคนขับที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงินรูปแบบอื่นๆ เราตั้งใจจะเข้าไปแก้ปัญหาให้คนกลุ่มนี้อย่างน้อย100,000 ครัวเรือน เพื่อไม่ให้ต้องไปพึ่งพาหนี้นอกระบบ

 

เตรียมเปิดตัวแกร็บอินชัวรันส์

เล็งให้บริการด้านการลงทุน

วรฉัตรกล่าวว่า แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ยังเตรียมเปิดตัวบริการ แกร็บอินชัวรันส์ในอนาคตด้วย โดยผลิตภัณฑ์นี้จะทำให้ แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป กลายเป็นผู้ให้บริการด้านการเงินครบวงจรอย่างแท้จริง โดยปัจจุบัน แกร็บมีบริการประกันที่ให้ความคุ้มครองแก่คนขับและผู้โดยสารในเรื่องของความปลอดภัยอยู่แล้ว แต่สิ่งที่จะเพิ่มเข้ามาคือการใช้เอนจิ้นที่เป็น Data Driven เข้ามาช่วยในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันแบบไมโคร ชำระเบี้ยเป็นรายวัน กลุ่มลูกค้าคือ คนขับ ร้านค้า พาร์ตเนอร์ต่างๆ นอกจากนี้ ยังสามารถซื้อให้คนในครอบครัวได้ด้วย โดยขณะนี้ แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป กำลังศึกษาหลายโมเดลที่น่าสนใจอยู่

นอกจากการให้บริการ แกร็บอินชัวรันส์ แล้ว แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ยังมีความสนใจที่จะให้บริการด้านการลงทุนแบบ Micro Investment ด้วย เพื่อให้พาร์ตเนอร์สามารถเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายและสะดวกมากขึ้นตัวอย่างเช่น พาร์ตเนอร์คนขับอาจมีเงินค้างอยู่ในวอลเล็ต 2,000 บาท ก็สามารถนำเงินนี้มาซื้อกองทุนได้ โดยแกร็บในประเทศสิงคโปร์ได้เข้าซื้อกิจการของ Bento Invest ซึ่งเป็นสตาร์ตอัพที่ให้บริการด้านการลงทุนแบบอัตโนมัติ หรือ Robo Adviser แล้ว ขณะที่ในประเทศไทยนั้นบริการด้านการลงทุนอยู่ในความสนใจเช่นกัน

วรฉัตรกล่าวว่า สำหรับประเด็นเรื่องของการผันตัวไปสู่การเป็นผู้ให้บริการด้านการเงินแบบดิจิทัลแบงกิ้งนั้น ขณะนี้ แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ยังไม่มีความสนใจ เพราะผลิตภัณฑ์ด้านการเงินที่ออกมานั้น เน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของพาร์ตเนอร์ในอีโคซิสเต็มส์ของแกร็บเป็นหลัก แต่หากในอนาคตธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดให้ใบอนุญาตดิจิทัลแบงกิ้ง แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ก็จะมีการประเมินภาพธุรกิจอีกทีหนึ่ง

 

ติดตามคอลัมน์ CEO Talk ได้ใน วารสารการเงินธนาคาร ฉบับเดือนพฤษภาคม 2563 ฉบับที่ 457 บนแผงหนังสือชั้นนำทั้่วประเทศและในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi