INTERVIEW • EXCLUSIVE INTERVIEW

Exclusive Interview : ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย

ดร.วิรไท สันติประภพ

ผู้ว่าการ

 ธนาคารแห่งประเทศไทย

ไทยต้องเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ

เน้น High Margin High Premium


ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2558 ได้ดำเนินนโยบายเพื่อดูแลเสถียรภาพทางการเงินของประเทศจนก่อให้เกิดโครงการต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจไทยทั้งในระดับมหภาค ธุรกิจ และประชาชน

การเงินธนาคารได้สัมภาษณ์พิเศษ ดร.วิรไทสันติประภพในโอกาสที่จะครบวาระในวันที่ 30 กันยายน 2563 ถึงความท้าทายของเศรษฐกิจไทยวิถีใหม่ว่าต้องเร่งดำเนินการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นHigh Margin High Premium ขณะที่ธปท. เองต้องเป็นธนาคารกลางที่มีความคล่องตัว ทันการณ์เพื่อที่จะสามารถดูแลระบบการเงินในช่วงที่เกิดวิกฤติ

 

เศรษฐกิจไทยผ่านช่วง Panic

เข้าสู่การปรับโครงสร้าง

ดร.วิรไทกล่าวว่า วิกฤติ COVID-19 ไม่ใช่วิกฤติเศรษฐกิจธรรมดาแต่เป็นวิกฤติที่เกิดจากโรคติดต่อทางสาธารณสุขที่ส่งผลกระทบไปสู่สังคมในทุกภาคส่วนในสังคม เป็นวิกฤติที่แก้ไขยากกว่าวิกฤติเศรษฐกิจที่ผ่านมา

วิกฤติ COVID-19 เป็นวิกฤติที่ส่งผลกระทบกว้างมากและยากกว่าวิกฤติเศรษฐกิจครั้งก่อนๆ เพราะไม่รู้ว่าจะจบอย่างไรและจะจบเมื่อไร ที่ผ่านมาถ้าเราเห็นวิกฤติจากสถาบันการเงินเราก็จะเห็นลำดับขั้นของการแก้ปัญหา หรือถ้าเป็นวิกฤติที่เกิดจากภัยธรรมชาติก็จะรู้ว่าจะจบเมื่อไร แต่วิกฤติ COVID-19 ทำให้เกิดความไม่แน่นอนสูงมากและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับแต่ละภาคส่วนก็ไม่เหมือนกัน

โดยการแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจแบ่งได้เป็น 3 ระยะ ได้แก่

ระยะแรก ช่วงที่คนตกใจเนื่องจากไม่สามารถคาดเดาความรุนแรงของการระบาดได้ ดังนั้นผลที่เกิดขึ้นคือประชาชนพยายามถือเงินสด จึงเป็นช่วงที่หุ้นตก พันธบัตรมีปัญหา ทองคำราคาตก ทำให้ระบบการเงินมีปัญหา กลไกการทำงานของตลาดการเงินไม่สามารถทำหน้าที่ได้ตามสภาวะปกติ

อย่างไรก็ตามวันนี้ประเทศไทยได้ผ่านจุดนั้นมาแล้ว เนื่องจากธนาคารกลางทั่วโลกรวมทั้งธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาตรการเพื่อไปดูแลกลไกการทำงานของตลาดการเงินและสร้างความมั่นใจให้กับตลาด ทำให้กลไกการทำงานของตลาดการเงินกลับมาเป็นปกติมากขึ้น

นอกจากนี้ไทยยังสามารถควบคุมการระบาดของ COVID-19 แม้ว่าจำนวนคนติดเชื้อทั่วโลกจะเพิ่มมากขึ้นแต่อัตราการเสียชีวิตน้อยลง แพทย์รู้วิธีการรักษาที่ดีขึ้น ประชาชนรู้จักโรคนี้มากขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลตัวเองและมีความระมัดระวังในการใช้ชีวิตมากขึ้น ดังนั้นคาดว่าจะไม่เกิดการตื่นตระหนกในตลาดการเงินเหมือนในช่วงที่มีการระบาดระยะแรก

ช่วงที่สองเริ่มมาตรการเยียวยาเป็นช่วงที่การระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบสู่ภาคเศรษฐกิจจริงเนื่องจากรัฐบาลใช้มาตรการ Lockdown เพื่อให้สามารถหยุดการระบาดได้อย่างรวดเร็ว

การใช้มาตรการเพื่อหยุดยั้งการระบาดที่รุนแรงส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศหยุดชะงัก เกิดเหตุการณ์ที่สนามบินไม่ทำงาน คนเดินทางไมได้ การส่งออกไม่ได้ทำให้สินค้าเน่าเสีย มีการ Work From Home ไม่สามารถทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ ผลกระทบจึงรุนแรงมากในไตรมาสที่สอง เห็นได้จากการที่แทบจะทุกประเทศที่คนตกงานและอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจติดลบ

ดังนั้นรัฐบาลจึงเร่งออกมาตรการด้านการเยียวยาเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดและมาตรการ Lockdown เช่น จ่ายเงินเยียวยาชดเชยค่าจ้าง การพักชำระหนี้เอสเอ็มอี ตลอดจน การเลื่อนกำหนดการชำระหนี้ โดยเป็นมาตรการที่มีลักษณะเป็นการทั่วไปเพื่อให้ประชาชนตั้งตัวได้

แม้ว่าหลังจากการออกมาตรการเพื่อควบคุมการระบาดและมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจาก COVID-19 ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจค่อยกลับมาคลี่คลายได้ อย่างไรก็ตามการที่จะให้เศรษฐกิจฟื้นตัวในระดับเดิมก่อนมีการแพร่ระบาดคาดว่ายังต้องใช้เวลา

โดยธปท.คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาฟื้นตัวได้ในช่วงปลายปี 2565 เนื่องจากทั่วโลกยังคงมีการแพร่ระบาดและไทยเป็นประเทศเศรษฐกิจแบบเปิด ซึ่งแม้ว่าจะควบคุมในประเทศได้ดีแต่หากประเทศคู่ค้ายังไม่สามารถควบคุมได้ ปริมาณสินค้าส่งออกจะยังได้รับผลกระทบกระทบรวมถึงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีความสำคัญมากสำหรับเศรษฐกิจไทย

สาเหตุที่มีการคาดการณ์ว่าจีดีพีของไทยจะติดลบมากที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียน เนื่องจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับสัดส่วนของจีดีพีของทุกประเทศ และวิกฤติรอบนี้ก็เป็นวิกฤติที่ทำให้เดินทางไม่ได้ ซึ่งต้องใช้เวลาจนกว่าจะวัคซีน มี Travel Bubble จึงจะช่วยให้ภาคการท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวได้

ทั้งนี้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้าคาดว่าจะมีลักษณะการฟื้นตัวแบบ W เนื่องจากต่อจากนี้อาจมีการระบาดขึ้นมาเป็นระลอก เป็นการระบาดในบางพื้นที่ รัฐบาลไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้มาตรการ Lockdown อีกครั้งนอกจากจะเกิดการระบาดในวงกว้างอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตามวันนี้ไทยมีความสามารถที่จะหยุดการแพร่ระบาดมีกระบวนการที่ตรวจสอบคนหมู่มากได้ดีกว่าในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา

ช่วงที่สามปรับโครงสร้างเศรษฐกิจโดยช่วงที่สามเป็นช่วงที่คนเริ่มเข้าสู่ชีวิตวิถีใหม่ธุรกิจวิถีใหม่ หรือ New Normalซึ่งเป็นวิธีที่ทุกคนต้องเปลี่ยนมาใช้โครงสร้างการทำงานรูปแบบใหม่ ดังนั้นแรงงานที่เป็นที่ต้องการของตลาดจะไม่ใช่แบบเดิม โดยจะต้องเป็นคนที่มีความเป็นดิจิทัลมากขึ้น

ขณะที่การเว้นระยะห่างทางสังคม หรือSocial Distance ได้เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน ของธุรกิจต่างๆมีการให้พนักงาน Work From Home ลดการเช่าสำนักงานและหันมาทำ Automation มากขึ้น สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้รูปแบบการจ้างงานเปลี่ยนไปจากเดิม

ดังนั้นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญนอกจากมาตรการด้านการจ้างงาน คือมาตรการด้านการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับกำลังการผลิตส่วนเกินจากแรงงานที่ไม่สามารถปรับตัวได้รวมถึงให้ความสำคัญกับนโยบายด้านอุปทานมากขึ้น

ขณะที่เรื่องที่ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือการปฏิรูปกฎเกณฑ์กติกาของภาครัฐที่มีความล้าสมัยและเป็นอุปสรรคสำหรับผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็กให้มีความคล่องตัวในการปรับตัวเข้ากับชีวิตวิถีใหม่

อย่างไรก็ตามในภาวะวิกฤติยังมีโอกาสเรื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจชนบทซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคการเกษตรในช่วงที่มีการระบาดของ COVID-19 มีแรงงานที่ทำงานในเมืองส่วนหนึ่งย้ายถิ่นฐานกลับไปที่ต่างจังหวัด ดังนั้นหากทำให้แรงงานเหล่านี้อยู่ในต่างจังหวัดได้อย่างยั่งยืนจะเป็นการช่วยสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจในต่างจังหวัดได้

 “ที่ผ่านมาเราเห็นความเหลื่อมล้ำมีความไม่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจเมืองกับเศรษฐกิจต่างจังหวัดซึ่งคนไทยพึ่งพิงเรื่องการเกษตรเยอะมาก แต่ผลิตภาพในด้านการเกษตรของเราต่ำมาก เรามีปัญหาแรงงานสูงอายุที่ไม่สามารถจะพัฒนาผลิตภาพภาคการเกษตรได้ มีปัญหาครอบครัวโหว่กลาง วันนี้เป็นโอกาสที่จะทำให้สังคมต่างจังหวัดเป็นสังคมที่เข้มแข็งมากขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้ระบบเศรษฐกิจและสังคมไทยต่อเนื่องในระยะยาว

 

แนวทางเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ

เน้น High Margin High Premium

ดร.วิรไทกล่าวว่า สำหรับทิศทางของโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป เรื่องสำคัญที่กล่าวกันมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนมีการระบาดของ COVID-19 คือจำนวนประชากรไทยที่มีเพิ่มขึ้นและการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งหมายความว่าคนไทยในวัยทำงานต้องเลี้ยงดูผู้สูงอายุมากขึ้นไม่ว่าจะโดยตรงหรือผ่านระบบภาษี ซึ่งอาจส่งผลให้คนไทยมีรายได้ในการใช้ชีวิตที่ลดลงไป

ดังนั้นประเทศไทยจึงต้องมีการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อทำให้คนไทยมีรายได้มากขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเรื่องแรกประเทศไทยต้องให้ความสำคัญกับการผลิตที่เน้นเรื่องคุณภาพมากกว่าปริมาณ หรือการผลิตที่เน้นHigh Margin High Premium เช่น การท่องเที่ยวที่ไม่ได้เน้นเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวแต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย ความสะอาด เช่นMedical Tourism

“High Margin High Premium ไม่ใช่การอยากได้จำนวนมากที่สุดแต่เน้นที่คุณภาพ ซึ่งทางเดียวที่จะทำให้คนไทยมีรายได้เพิ่มมากขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้น คือต้องทำงานที่ได้ Margin สูงขึ้น และ Margin จะสูงขึ้นได้ต้องมีการพัฒนา Productivity ให้ดีขึ้น โดยจะเป็นเรื่องที่ตอบโจทย์ประเทศไทยได้ในระยะยาว

เรื่องที่สอง การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในกระบวนการผลิตเพื่อทำให้ต้นทุนถูกลงและตอบโจทย์ให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคได้ซึ่งเป็นอีกเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญในทุกอุตสาหกรรม ทั้งภาคการเกษตร การบริหารจัดการน้ำ การท่องเที่ยวและบริการอื่นๆ

เรื่องที่สาม แนวคิดเรื่องความคล่องตัวเนื่องจากไทยเป็นประเทศเศรษฐกิจเปิดขนาดเล็กถูกกระทบจากปัจจัยภายนอกได้ง่าย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องปรับทรัพยากร ปรับกลไกการทำงาน ปรับยุทธศาสตร์การตลาดให้ได้รวดเร็ว

 “ความคล่องตัวเป็นเรื่องสำคัญ เห็นได้จากสถานการณ์ COVID-19 คนที่ปรับตัวได้เร็วจะได้รับผลกระทบที่ค่อนข้างน้อยและมีโอกาสที่จะรอดได้มากกว่า ซึ่งแปลว่าต้องมีตลาดหลายตลาด ไม่ไปพึ่งกับตลาดเดียว และความคล่องตัวจะเกิดขึ้นได้เมื่อคนมีทักษะหลายแบบดังนั้นแรงงานจึงต้องมีการพัฒนาทักษะให้ดีขึ้นและหลากหลายมากขึ้น

เรื่องที่สี่การสร้างภูมิคุ้มกัน เนื่องจากปัจจุบันโลกมีความผันผวนและความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะภาวะโลกร้อนที่ทำให้เกิดภัยธรรมชาติและโรคระบาดใหม่ๆ ดังนั้นการสร้างภูมิคุ้มกันเป็นเรื่องที่สำคัญมากในทุกระดับ ทั้งระดับเศรษฐกิจมหภาค ในเรื่องสัดส่วนการก่อหนี้ และทุนสำรองระหว่างประเทศ การมีภูมิคุ้มกันที่ดีจะทำให้มีกันชนเพื่อรับแรงปะทะจากปัจจัยภายนอกได้ เห็นได้จากรอบนี้ประเทศที่กู้เงินต่างประเทศเยอะจะเจ็บหนัก ตอนนี้ IMF มีสมาชิกทั้งหมด 194 ประเทศ มีประเทศที่ไปขอความช่วยเหลือถึง 102 ประเทศ แต่ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ไม่ได้ขอกู้แต่เรามี Credit Line ให้IMFกู้ได้มาระยะหนึ่งแล้วหากทางIMF ต้องการใช้เพิ่มก็สามารถ Draw Downได้ซึ่งเป็นผลมากจากการมีกันชนที่ดีในระดับเศรษฐกิจมหภาค

ดร.วิรไทกล่าวว่า หากมองลงลึกถึงภูมคุ้มกันระดับครัวเรือนต้องดำเนินการในหลายรูปแบบไม่ใช่ประชาชนทุกคนต้องเพิ่มเงินออมอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงสวัสดิการจากรัฐ การมีประกันสังคมที่ดีที่จะช่วยดูแลความมั่นคงของครัวเรือนของสังคม

สำหรับภูมิคุ้มกันในภาคการเงิน มาจากทุนของธนาคารพาณิชย์ที่ต้องอยู่ในระดับสูง ในขณะเดียวกันก็ต้องมีกลไกในการเข้าไปดูแลเมื่อมีปัญหาในระบบการเงินเพื่อไม่ให้ลุกลามออกไปจนเกิดปัญหาทั้งระบบ

โดยธปท.ให้ความสำคัญกับการบริหารเงินกองทุนและการบริหารสภาพคล่องของสถาบันการเงิน ซึ่งปัจจุบันระบบสถาบันการเงินโดยรวมมีเงินกองทุนที่อยู่ในระดับที่ดีสามารถที่จะเป็นกันชนได้ อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการเงินกองทุนยังเป็นเรื่องที่สำคัญเนื่องจากแม้ว่าสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายลงแต่อาจจะมีการระบาดอีกระลอกหรือการระบาดของประเทศทั่วโลกแล้วส่งผลกระทบมายังเศรษฐกิจไทยและกระทบกับลูกหนี้ของสถาบันการเงิน

เรื่องที่ห้าความยั่งยืน โดยในการทำธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น เนื่องจากทุกอย่างในสังคมมีความเชื่อมโยงกัน ดังนั้นการทำธุรกิจที่ส่งผลกระทบกับสังคมและสิ่งแวดล้อมอาจส่งผลกลับมาเป็นความเสี่ยงของภาคธุรกิจได้

 

แบงก์ชาติวิถีใหม่

ต้องคล่องตัว-ทันการณ์

ดร.วิรไทกล่าวว่า นอกจากภาคธุรกิจและประชาชนจะต้องเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจและการใช้ชีวิตวิถีใหม่แล้ว ธปท.ต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สามารถดูแลเสถียรภาพระบบการเงินให้เท่าทันต่อโลกยุคใหม่ด้วยเช่นกัน

โดยเรื่องแรกคือ ธปท.ต้องมีความคล่องตัว ซึ่งจะเห็นได้จากในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ธปท.เป็นธนาคารกลางแรกๆ ที่ออกมาตรการอย่างครอบคลุมในหลายด้าน เช่น การส่งเสริมให้มีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้เชิงรุก

เรื่องที่สองคือต้องมองระบบการเงินในภาพใหญ่มากขึ้น โดยไม่ได้มองแค่มุมของสถาบันการเงินเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำงานร่วมกับหน่วยง่านอื่น เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อที่จะสามารถดูแลระบบการเงินได้อย่างครอบคลุม

แบงก์ชาติวิถีใหม่ต้องเป็นธนาคารกลางที่มีความคล่องตัว ทันการณ์ ตอบสนองต่อสัญญาณทางเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงมองระบบการเงินในภาพที่ใหญ่มากขึ้น สามารถทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น เพื่อดูแลระบบการเงินในช่วงที่เกิดวิกฤติได้

นอกจากนี้ ที่ผ่านมา ธปท.ได้มีการทำแผนการดำเนินงานระยะสามปี (2563-2565) โดยเริ่มใช้ปี 2563 เป็นปีแรก และในแผนงานได้มีการกำหนดความท้าทายของธนาคารกลางในโลกใหม่เช่น ระบบการเงินเข้าสู่โลกการเงินดิจิทัลอย่างรวดเร็ว กรอบและกลไกการกำกับดูแลเสถียรภาพระบบการเงินที่ต้องเท่าทันกับความเสี่ยงและสภาพแวดล้อมใหม่นโยบายการเงินและนโยบายการคลังต้องคำนึงถึงขีดจำกัดโดยเฉพาะจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง

โดยหลังจากเกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ไม่ได้ทำให้แผนงานที่ธปท.วางไว้เปลี่ยนไป แต่ทำให้ ธปท.ต้องดำเนินการตามแผนให้เร็วขึ้น แต่สิ่งที่ไม่ได้อยู่ในแผนงานคือเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ซึ่งต้องให้ความสำคัญมากขึ้นและทำให้เร็วขึ้น

หนึ่งในภารกิจของธปท. คือการป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤติและหากเห็นสัญญาณที่ไม่ดีต้องสามารถตอบสนองได้เร็ว ซึ่งวิกฤติ COVID-19 รอบนี้เป็นการทดสอบตัวเราเองว่าเราสามารถตอบสนองในหลายเรื่องได้อย่างรวดเร็ว


ติดตามคอลัมน์ Exclusive Interview  ได้ในวารสารการเงินธนาคาร ฉบับเดือนสิงหาคม 2563 ฉบับที่ 460 บนแผงหนังสือชั้นนำทั้่วประเทศและในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi