WEALTH BEING • PROPERTY

อสังหาริมทรัพย์ กับประโยชน์จากการลดภาษีที่ดิน 90 %

วันที่ 2 มิ.ย.2563 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ปรับลดอัตราจัดเก็บภาษีที่ดิน ตามพรบ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างลง 90% สำหรับเฉพาะปี 2563 พร้อมกำหนดเวลาชำระภาษีภายในเดือน ส.ค.2563

บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เอเซีย พลัส  ประเมินว่า กลุ่มอสังหาริมทรัพย์  ได้ Sentiment เชิงบวกจากการลดจัดเก็บภาษีที่ดิน แต่หากพิจารณาผลต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียนอาจจะไม่ได้บวกมานัก เนื่องจากเกิดขึ้นเฉพาะปี 2563 เพียงแค่ปีเดียว

ขณะที่ผลกระทบต่อภาคอสังหาฯ เพื่อขาย สามารถแบ่งเป็น 2 กลุ่ม 

       1. ผู้ประกอบการอสังหาฯ แม้จะได้รับประโยชน์ในส่วนของที่ดินว่างเปล่าที่ยังไม่ได้พัฒนา ซึ่งมีอัตราจัดเก็บภาษีที่ดิน 0.3%  (และเพิ่มขึ้น 0.3% ทุก 3 ปี รวมกันไม่เกิน 3%) คือ ที่ดินเปล่าราคา 1 ล้านบาท มีภาระภาษีปีแรก 3,000 บาท หากได้รับลดหย่อน 90% จะทำให้ภาษีลดลงเหลือ 300 บาท เฉพาะในปีภาษี 2563 ขณะที่ปีที่ 2 จะเสียในอัตราปกติที่ 3,000 บาท แต่ปัจจุบันผู้ประกอบการเกือบทุกราย นอกจากไม่มีนโยบายถือครองที่ดินเปล่าจำนวนมาก ส่วนใหญ่ไม่ถือครองที่ดินเป็นเวลานาน รวมถึงบางรายก็มีการนำที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ออกมาขาย เพื่อลดต้นทุนการถือครองและเพิ่มสภาพคล่องในมือ ทำให้ประเด็นเรื่องภาษีที่ดินจึงไม่มีผลต่อผู้ประกอบการอย่างมีนัยฯ

        2. กลุ่มผู้ซื้อ เนื่องจากการจัดเก็บภาษีที่ดินสำหรับประเภทที่อยู่อาศัยปกติอยู่ในระดับต่ำอยู่แล้ว เช่น ในส่วนบ้านหลังแรก (กรณีเป็นทั้งเจ้าของบ้านและที่ดิน) จะถูกเก็บเฉพาะบ้านที่มีราคาสูงเกิน 50 ล้านบาทขึ้นไป เริ่มต้นในอัตรา 0.02% (เช่น บ้านราคา 50 ล้านบาท เสียภาษีที่ดิน 1 หมื่นบาท) และ ในส่วนผู้ซื้อบ้านหลังที่ 2 ต้องเสียภาษีในทุกระดับราคา อัตราภาษีเริ่มต้น 0.02% กล่าวคือ บ้าน/คอนโดฯ ราคา 1 ล้านบาท เสียภาษี 200 บาท ดังนั้น การลดจัดเก็บลง 90% จึงไม่ได้มีนัยฯ ต่อผู้ซื้อเช่นกัน

 

คำแนะนำลงทุนหุ้นอสังหาฯ

คงแนะนำลงทุน น้อยกว่าตลาดฯสำหรับกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยตัวเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ ได้แก่ LH (FV@B8.00) ปันผลเฉลี่ย 6% และ AP (FV@B6.30)  เด่นด้วยงานมือรอรับรู้รายได้ (แบ็คล็อก) ระดับสูง หนุนให้ผลประกอบการไตรมาส 2/63 เติบโตเมื่อเทียบไตรมาสแรกปีนี้ และเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน  และต่อเนื่องถึงไตรมาส 3/63