NEWS UPDATE • RESERCH

เดือนก.ค.ตลาดหุ้นจะให้น้ำหนักกับผลทดลองวัคซีน

บล.กสิกรไทย ประเมินกรอบ SET ที่ 1,290-1,410 จุด แนะ PTTGC, CPN, BEM, MINT บล.เคจีไอฯ แนะวางกลยุทธ์รับมือตลาดหุ้นปรับฐาน ชูหุ้นเด่น BEM, CPALL, BDMS, EKH  AMATA , CPF และ OSP  

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย คาดการณ์ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เดือนกรกฏาคม 2563 เคลื่อนไหวที่ระดับ 1,290-1,410 จุด สำหรับภาพรวมการลงทุนในเดือนนี้ถึงแม้ยังมองว่า SET ยังซื้อขายในระดับที่สูงด้วยราคาปิดต่อกำไร (พี/อี เรโช) ในระยะ 12 เดือนข้างหน้า ที่ระดับ 18.5 เท่า  เหนือระดับ 2.5SD ย้อนหลัง 10 ปี 

แต่อย่างไรก็ตาม ประเมินความเสี่ยงขาลงจำกัดที่ระดับ 1,290 จุดเนื่องจากจะเป็นช่วงที่หลายบริษัทเริ่มทำการทดลองวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในระยะสาม  เบื้องต้นบล.กสิกรไทย มีมุมมองเชิงบวกต่อภาพดังกล่าว และมองว่าหากสำเร็จจะเป็นการเปิดให้บรรยากาศการลงทุนเข้าสู่ภาวะหนุนตลาดหุ้น 

ด้านปัจจัยกดดันตลาด บล.กสิกรไทย ให้น้ำหนักต่อสหรัฐฯทั้งในแง่ปริมาณเงินเข้าซื้อสินทรัพย์ (FED Balance sheet) รวมถึงแนวคิดการกำหนดอัตราผลตอบแทน (Yield curve control), จำนวนผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯ ที่ล่าสุด Fauci ออกมาระบุในกรณีเลวร้ายยอดอาจพุ่งขึ้นแตะระดับ 1 แสนคนต่อวัน และโพลการเลือกตั้งที่ล่าสุด Bloomberg ให้คะแนน Biden ขึ้นนำมากกว่า 20% จะเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นทั้งในแง่ความสัมพันธ์กับจีน และสถิติย้อนหลังตั้งแต่ปี 1952 พบว่าการเปลี่ยนขั้วพรรคจากพรรค Republican เป็น Democrat ตลาดหุ้นจะตอบรับในเชิงลบ

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ยังแนะนำกลุ่ม ICT (ADVANC) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจำกัดจากโควิด-19 จำกัด  ส่วนนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำแนะรอดูจำนวนผู้ติดเชื้อว่าจะมีคลื่นลูกที่ 2 หรือไม่


หุ้นรายตัวบล.กสิกรไทย แนะนำดังนี้

       - PTTGC (ให้ราคาพื้นฐาน 55.25 บาทต่อหุ้น ) เนื่องจากราคา HDPE ปรับขึ้น, PX margin ฟื้นตัว 

       - CPN (พื้นฐาน 63.5 บาท) ได้รับผลบวกจากการกลับมาเปิดศูนย์การค้า  

       - BEM (พื้นฐาน 10.6 บาท) แผนการจ่ายเงินปันผลเพิ่ม ตลอดจนการจราจรที่ฟื้นตัวเร็ว และโอกาสชนะประมูลสายสีส้ม 

       - MINT (พื้นฐาน 27 บาท) โดยเชื่อมั่นในภาพรวมระยะยาวของ MINT เพราะสถานการณ์เงินจะแข็งแกร่งมากขึ้นหลังฐานทุนเพิ่มมากขึ้น คาดว่า MINT จะรายงานกำไรสุทธิที่เติบโตขึ้นเชิงบวกในปี 2565


ด้านบล.เคจีไอ (ประเทศไทย ) มีมุมมองเป็นลบต่อตลาดหุ้นเดือนกรกฎาคม โดยคาดว่าจะยังปรับฐานลง แต่ความเสี่ยงทางลงมีจำกัด คาดว่าตลาดจะย่อตัวลงต่ำกว่าแนวรับทางจิตวิทยาที่ 1,300 จุดเนื่องจากเหตุผลดังต่อไปนี้ 

       ข้อแรก การติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐฯอาจจะเร่งตัวขึ้นอีก อย่างน้อยก็ในอีกสองสามสัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งจะกดดันภาวะการลงทุนเนื่องจากการเปิดเศรษฐกิจใหม่ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง จะได้รับผลกระทบ

        ข้อสอง มองว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ปัญหาคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารไทยจะหนักเกินคาดเมื่อมีการประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 2/63 ซึ่งจะทำให้เกิดแรงขายรอบใหม่ออกมา 

        ข้อสาม กระแสเงินทุนต่างชาติยังไม่หันมาสนใจหุ้นไทย เนื่องจากผลประกอบการที่หดตัวในปี 2563 ทำให้ราคาหุ้นไทยดูแพงเมื่อเทียบกับหุ้นในตลาดอื่นๆ ในเอเซีย  


อย่างไรก็ตาม บล.เคจีไอฯ คาดว่า SET Index มีความเสี่ยงทางลงที่จำกัด เพราะเชื่อว่าสหรัฐฯจะไม่กลับไปใช้มาตรการปิดเมืองอย่างเต็มรูปแบบอีก ในขณะที่การอัดฉีดสภาพคล่องในตลาดโลกจะยังคงดำเนินต่อไป

สำหรับหุ้นแนะนำในเดือนกรกฏาคม บล.เคจีไอฯ ชู BEM CPALL BDMS EKH  AMATA CPF และ OSP