<
NEWS UPDATE • RESEARCH

ช่างอ่อนแอเหลือเกิน

คาดตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้ม “แกว่งตัวออกด้านข้าง” มองแนวรับที่บริเวณ 1,505 / 1,490 และแนวต้านที่ 1,530 / 1,555 ตลาดยังขาดปัจจัยใหม่เข้ามาช่วยหนุนการปรับตัวขึ้นได้อีกครั้ง ขณะที่เราคาดว่าตลาดจะรอดูสัญญาณการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ที่นอกเหนือจาก “American Rescue Plan” ทำให้คาดว่าในระยะสั้นตลาดอาจเผชิญแรงขายทำกำไรในระยะสั้นได้

ขณะที่ผลการประชุม ECB เมื่อคืนนี้มีมติสอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยมีมติคงอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ระดับ 0% ดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ที่ระดับ -0.50% และดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25% รวมทั้งคงวงเงินในการเข้าซื้อพันธบัตรตามโครงการ Pandemic Emergency Purchase Programme (PEPP) ที่ระดับ 1.85 ล้านล้านยูโร โดยจะซื้อพันธบัตรจนถึงเดือน มี.ค.’65 หรือ ECB จะพิจารณาว่าวิกฤตการณ์ COVID-19 ได้จบลงไปแล้ว เรามองเป็นปัจจัยเชิงบวกระยะกลาง-ยาว ช่วยหนุนทิศทางกระแสเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงได้ต่อ

สำหรับปัจจัยภายในประเทศเรามีมุมมองเชิงบวกต่อการที่ กทม. มีมติผ่อนปรนให้เปิด 13 สถานที่ เบื้องต้นแต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัดเริ่มวันนี้ รวมทั้ง จ.สมุทรสาคร เตรียมจะพิจารณาปลดล็อกมาตรการเป็นรายอำเภอ เรามองเป็นพัฒนาการเชิงบวกสะท้อนภาพการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 รอบใหม่ของไทยได้ดี คาดจะทำให้ตลาดผ่อนคลายความกังวลดังกล่าวได้บ้างหนุนทิศทางตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวขึ้นได้ในระยะถัดไป

อย่างไรก็ตามเรายังมีความกังวลต่อแนวโน้มการปรับพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนสถาบันจากการที่ ตลท. ออกมาเปิดเผยเตรียมทบทวนหลักเกณฑ์และมาตรการเกี่ยวกับหลักทรัพย์ที่มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) ที่ต่ำเพิ่มเติม รวมทั้งปรับหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับการคำนวณดัชนี จากเดิมที่ใช้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดในการคำนวณ (Full Market Capitalization) เป็นการใช้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่ปรับด้วย Free Float (Free Float Adjusted Market Capitalization) คาดจะกดดันให้หุ้น Free Float ต่ำที่ปรับตัวขึ้นดึงตลาดก่อนหน้านี้อาทิ DELTA และ KTC อ่อนตัวลงถ่วงตลาดในระยะนี้ได้ ขณะที่ คาดจะส่งผลให้นักลงทุนสถาบันต้องเตรียมปรับพอร์ตการลงทุนใหม่ตามการปรับหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับการคำนวณดัชนี คาดจะทำให้ทิศทางตลาดหุ้นไทยผันผวนได้ในระยะสั้น


ธีมการลงทุน     สำหรับนักลงทุนระยะกลาง-ยาว เราแนะนำยังสามารถทยอยสะสมหุ้นในกลุ่ม

1. “Global Play”  (พลังงาน, โรงกลั่น และปิโตรเคมี) ได้แก่ PTT, PTTEP, PTTGC, TOP, ESSO และ IVL

2. “Tourism Play” (ท่องเที่ยวและโรงแรม) ได้แก่ AOT, MINT, CENTEL และ ERW

3. ”Clean Energy Play” (โรงไฟฟ้า) ได้แก่ GULF, GPSC, BGRIM และ EA

4.“High Beta Play” ได้แก่ SIRI, SPALI และ LH

อย่างไรก็ตามนักลงทุนระยะสั้น แนะนำ “Selective Play” เลือกเก็งกำไรเป็นรายตัวจากความผันผวนระยะสั้นของตลาดในช่วงนี้

หุ้นแนะนำวันนี้BDMS”

กลยุทธ์         Follow buy หากราคาปรับตัวขึ้นเหนือ 21.50 แนวต้าน 22.70 / 23.70 Stop <21.20

https://www.aira.co.th/upload/Market_1611281035_1926.pdf