<
NEWS UPDATE • TECHNOLOGY & FINTECH

Clubhouse โซเชียลสุดฮอต คนดังแห่ร่วมแพลตฟอร์ม

แจ้งเกิดได้อย่างสุดปังสำหรับ Clubhouse โซเชียลมีเดียน้องใหม่ที่สร้างโดย Paul Davison และ Rohan Seth อดีตนักพัฒนาจาก Google ที่นำไอเดียเรื่องการใช้เสียงมาเป็นจุดดึงดูดผู้ใช้ ในช่วงที่การจัด Podcast กำลังเริ่มได้รับความนิยม

โดย Clubhouse ให้อารมณ์เหมือนการนั่งคุยกันในร้านกาแฟ แลกเปลี่ยนความเห็นในยุค New Normal ซึ่งไปถูกใจกลุ่มนักลงทุนและคนดังในซิลิคอนวัลเลย์ ในช่วงที่กำลังเริ่มรู้สึกจำเจกับสิ่งรอบข้าง การใช้ Clubhouse เพื่อสนทนากับคนอื่นๆ จึงเหมือนเป็นการสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้มองสิ่งรอบตัวให้แตกต่างออกไป ประกอบกับการระบาดของ Covid-19 ก็ยิ่งกระตุ้นให้ของใหม่อย่าง Clubhouse ได้รับความสนใจมากขึ้น จากผู้ใช้งานหลักพันคนกลายเป็นหลักล้านคนในเวลาไม่นาน

สิ่งที่ทำให้ Clubhouse พิเศษมากขึ้นไปอีกก็คือ การที่บทสนทนาทั้งหมดใน Clubhouse ไม่สามารถย้อนกลับไปฟังทีหลังได้ ต้องฟังสดเท่านั้น (ในตอนนี้) และการจะเข้ามาในแพลตฟอร์มก็มีข้อจำกัดอีกเล็กน้อย เพราะต้องมีผู้ใช้เก่าทำการอนุญาตให้เข้ามา หรือให้ Invite ก่อนถึงจะเข้ามาได้ ซึ่งแต่ละคนจะมีสิทธิ Invite ได้แค่ 2 สิทธิ Clubhouse จึงค่อนข้างมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร เพราะมี DNA ของความเป็น Exclusive ตั้งแต่กำเนิด อาจเพราะ 2 ผู้ก่อตั้งยังมีทีมงานไม่มาก การคัดกรองคนที่เข้ามาไม่ให้ Clubhouse โตเร็วเกินไป เพื่อรักษา User Experience ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโซเชียลมีเดีย

แต่ไฮไลท์ของการที่ผู้คนเริ่มหลั่งไหลเข้ามาใน Clubhouse ก็คือ เหล่าคนดังของโลก ตบเท้าเข้ามาในแพลตฟอร์มนี้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Elon Musk, Mark Zuckerberg, Jack Dorsey เหล่าศิลปิน ผู้กำกับ ดารานักแสดง Influencer YouTuber ขณะที่ประเทศไทยนั้น Clubhouse ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา เหล่าคนดังในแวดวงเทคโนโลยี การเงิน การตลาด เข้าไปอยู่ใน Clubhouse อย่างคับคั่ง เช่น กระทิง เรืองโรจน์ พูนผล ซีอีโอ KBTG, ภาวุธ พงษ์วิทยภานุผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ TARAD.com, จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ซีอีโอ Bitkub, สมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์ซีอีโอ KT Venture Capital, ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ซีอีโอ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย แม้แต่นักการเมืองไทยก็เข้ามาใน Clubhouse ด้วย


ในด้านการใช้งาน Clubhouse ปัจจุบันยังสามารถใช้งานได้เฉพาะระบบ iOS (สำหรับระบบ Android ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา)ผู้ใช้สามารถเลือกสร้างห้องสนทนาของตัวเองหรือไปร่วมห้องสนมนาของผู้อื่นก็ได้ และสามารถกดที่ไอคอนยกมือ เพื่อขออนุญาตเจ้าของห้องในการพูด (จะพูดได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตเท่านั้น) เรายังสามารถคลิกดู Profile ของผู้พูด และกด Follow เอาไว้ได้ ซึ่งจะทำให้เราสามารถเห็นรายการสนทนาที่กำลังจะเกิดขึ้นในแต่ละวันในหมวด Upcoming for you ที่เป็นโลโก้รูปปฏิทิน จะได้ไม่พลาดเรื่องที่เราติดตามอยู่ โดยในแต่ละห้องจะจำกัดการเข้าร่วมไว้ที่ 5,000 คน


Paul Davison และ Rohan Seth อดีตนักพัฒนาจาก Google 


แม้ตอนนี้ Clubhouse จะทะยานขึ้นอันดับ 1 ใน AppStore ในหมวดของเครือข่ายสังคมแต่ก็ยังต้องพิสูจน์ตัวเองอีกสักระยะ เพราะตอนนี้ยังมีผู้ใช้เพียงแค่ในระบบ iOS อีกทั้งยั้งไม่มีมาตรการในการควบคุมเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ใครจะตั้งห้องและพูดอะไรก็ได้ ทำให้ Clubhouse ถูกแบนในประเทศจีน เนื่องจากมีการเปิดประเด็นถึงความขัดแย้ง ทั้งการจัดการกับชนกลุ่มน้อยอุยกูร์ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นชนวนให้เกิดความขัดแย้งทั้งในและต่างประเทศได้

ล่าสุดนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ก็ออกมาเตือนผู้ใช้ชาวไทย ให้ใช้ Clubhouse ด้วยความระมัดระวัง ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น โดยดีอีเอส ได้ติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่แรก และย้ำว่าหากมีการกระทำการผิดกฏหมาย ก็ต้องรับโทษเช่นเดียวกับการใช้งานโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มอื่นๆ