NEWS UPDATE • ECONOMIC

สภาพัฒน์ฯ เผยจีดีพีไตรมาส 2 ปี 64 โต 7.5% รวมครึ่งปีขยายตัว 2%

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่สองของปี 2564 ขยายตัวร้อยละ 7.5 ปรับตัวดีขึ้นจากการลดลงร้อยละ 2.6 ในไตรมาสก่อนหน้า และเมื่อปรับผลของฤดูกาลออกแล้ว เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่สองของปี 2564 ขยายตัวจากไตรมาสแรกของปี 2564 ร้อยละ 0.4 รวมครึ่งแรกของปี 2564 เศรษฐกิจไทยขยายตัวร้อยละ 2.0

ด้านการใช้จ่าย การส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวเร่งขึ้น การบริโภคภาคเอกชนกลับมาขยายตัว ขณะที่การใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐชะลอลง และการส่งออกบริการลดลง การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน กลับมาขยายตัวร้อยละ 4.6 เทียบกับการลดลงร้อยละ 0.3 ในไตรมาสแรกของปี 2564 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากฐานที่ต่ำในช่วงเดียวกันของปีก่อนและปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการเยียวยาและกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ

โดยการใช้จ่ายหมวดสินค้าคงทนเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.1 ปรับตัวดีขึ้นจากการลดลงร้อยละ 10.4 ในไตรมาสก่อนหน้า สอดคล้องกับการขยายตัวของการใช้จ่ายเพื่อซื้อยานพาหนะร้อยละ 33.9 การใช้จ่ายหมวดบริการขยายตัวร้อยละ 8.1 เร่งขึ้นจากร้อยละ 1.5 ในไตรมาสก่อนหน้า ตามการขยายตัวของการใช้จ่ายกลุ่มบริการสุขภาพ กลุ่มการเช่าที่อยู่อาศัย การใช้น้ำประปา ไฟฟ้าและพลังงาน และกลุ่มโรงแรมและภัตตาคาร การใช้จ่ายหมวดสินค้าไม่คนทนขยายตัวร้อยละ 2.3 ต่อเนื่องจากการขยายตัวร้อยละ 2.5 ในไตรมาสก่อนหน้า สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของการใช้จ่ายเพื่อซื้ออาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ร้อยละ 2.4 ส่วนการใช้จ่ายหมวดสินค้ากึ่งคงทน ลดลงร้อยละ 7.0 ต่อเนื่องจากการลดลงร้อยละ 10.8 ในไตรมาสก่อนหน้า สอดคล้องกับการลดลงของการใช้จ่ายหมวดเสื้อผ้าและรองเท้าร้อยละ 15.3

อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกเดือนเมษายน ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 38.8 จากระดับ 42.5 ในไตรมาสก่อนหน้า การใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคของรัฐบาลขยายตัวร้อยละ 1.1 ชะลอลงจากการขยายตัวร้อยละ 2.1 ในไตรมาสก่อนหน้า โดยรายจ่ายค่าซื้อสินค้า และบริการลดลงร้อยละ 0.4 ขณะที่รายจ่ายค่าตอบแทนแรงงาน (ค่าจ้าง เงินเดือน) เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5  และการโอนเพื่อสวัสดิการทางสังคมที่ไม่เป็นตัวเงินเพิ่มขึ้นร้อยละ11.6

สำหรับอัตราการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำในไตรมาสนี้อยู่ที่ร้อยละ 21.0 (สูงกว่าอัตราเบิกจ่ายร้อยละ 20.0 ในไตรมาสก่อนหน้า แต่ต่ำกว่าร้อยละ 22.9 ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน) รวมครึ่งแรกของปี 2564 การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวร้อยละ 2.1 และการใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคของรัฐบาลขยายตัวร้อยละ 1.6 การลงทุนรวม ขยายตัวร้อยละ 8.1 เร่งขึ้นจากร้อยละ 7.3 ในไตรมาสก่อนหน้า

 โดยการลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.2 เทียบกับการขยายตัวร้อยละ 3.0 ในไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของการลงทุนด้านเครื่องจักรเครื่องมือร้อยละ 12.2 เร่งขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 3.8 ในไตรมาสก่อนหน้า ส่วนการลงทุนด้านการก่อสร้างลดลงร้อยละ 0.2 การลงทุนภาครัฐเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.6 ชะลอลงจากการขยายตัวร้อยละ 19.6 ในไตรมาสก่อนหน้า โดยการลงทุนของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจขยายตัวร้อยละ 7.7 และร้อยละ 1.6 ชะลอลงจากการขยายตัวร้อยละ 28.4 และร้อยละ 9.3 ในไตรมาสก่อนหน้า ตามลำดับ

สำหรับอัตราการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุนในไตรมาสนี้อยู่ที่ ร้อยละ 19.1 (สูงกว่าอัตราเบิกจ่ายร้อยละ 13.4 ในไตรมาสก่อนหน้า แต่ต่ำกว่าร้อยละ 19.2 ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน) รวมครึ่งแรกของปี 2564 การลงทุนรวมขยายตัวร้อยละ 7.6 โดยการลงทุนภาคเอกชนและการลงทุนภาครัฐเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.9 และร้อยละ 12.1 ตามลำดับ

ในด้านภาคการค้าต่างประเทศ การส่งออกสินค้า มีมูลค่า 67,761 ล้านดอลลาร์ สรอ. (สูงสุดเท่าที่มีการจัดเก็บข้อมูล) ขยายตัวร้อยละ 36.2 (สูงที่สุดในรอบ 44 ไตรมาส) เร่งขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 5.0 ในไตรมาสก่อนหน้า โดยปริมาณและราคาส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 30.9 และร้อยละ 4.0 ตามลำดับ ทั้งนี้การส่งออกไปยังตลาดหลักส่วนใหญ่ขยายตัวเร่งขึ้น เมื่อหักการส่งออกทองคำที่ยังไม่ขึ้นรูปออกแล้ว มูลค่าการส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 45.2 และเมื่อคิดในรูปของเงินบาท มูลค่าการส่งออกสินค้าขยายตัวร้อยละ 33.6 รวมครึ่งแรกของปี 2564 การส่งออกสินค้ามีมูลค่า 131,765 ล้านดอลลาร์ สรอ. ขยายตัวร้อยละ 19.0 โดยปริมาณและราคาส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.5 และร้อยละ 3.1 ตามลำดับ

ในส่วนของการนำเข้าสินค้า มีมูลค่า 58,048 ล้านดอลลาร์ สรอ. เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.8 เร่งขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 9.5 ในไตรมาสก่อนหน้า สอดคล้องกับระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนและปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า โดยปริมาณและราคานำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 31.9 และร้อยละ 7.4 ตามลำดับ รวมครึ่งแรกของปี 2564 การนำเข้ามีมูลค่า 114,663 ล้านดอลลาร์ สรอ. ขยายตัวร้อยละ 23.8

ด้านการผลิต สาขาการผลิตอุตสาหกรรมและสาขาเกษตรกรรมขยายตัวเร่งขึ้น สาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหาร สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า สาขาการขายส่งการขายปลีกและการซ่อมแซมฯ และสาขาไฟฟ้าและก๊าซฯ กลับมาขยายตัว ขณะที่สาขาการก่อสร้างชะลอลง สาขาเกษตรกรรม การป่าไม้ และการประมง ขยายตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 ร้อยละ 2.0 เร่งขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 1.3 ในไตรมาสก่อนหน้าโดยมีปัจจัยสนับสนุนจากสภาพอากาศและปริมาณน้ำที่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูก

สำหรับดัชนีรายได้เกษตรกรโดยรวมเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 ร้อยละ 15.2 รวมครึ่งแรกของปี 2564 การผลิตสาขาเกษตรกรรม การป่าไม้ และการประมงเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.7 ปรับตัวดีขึ้นจากการลดลงร้อยละ 0.2 ในช่วงครึ่งหลังของปีที่ผ่านมา โดยดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 ดัชนีราคาสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.0 และดัชนีรายได้เกษตรกรโดยรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.7 สาขาการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวในเกณฑ์สูงร้อยละ 16.8 ตามการเร่งตัวขึ้นของการส่งออก ฐานการขยายตัวที่ต่ำกว่าปกติในช่วงเดียวกันของปีก่อน และการปรับตัวดีขึ้นอย่างช้า ๆ ของอุปสงค์ในประเทศ สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมร้อยละ 20.4

โดยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนการส่งออกในช่วงร้อยละ 30 – 60 เพิ่มขึ้นร้อยละ 28.3 ปรับตัวดีขึ้นจากการลดลงร้อยละ 0.3 ในไตรมาสก่อนหน้า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมกลุ่มการผลิตเพื่อส่งออก (สัดส่วนส่งออกมากกว่าร้อยละ 60) เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.4 เร่งขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 1.4 ในไตรมาสก่อนหน้า และดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมกลุ่มการผลิตเพื่อบริโภคภายในประเทศ (สัดส่วนส่งออกน้อยกว่าร้อยละ 30) เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.4 อัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 63.21 ลดลงจากร้อยละ 67.44 ในไตรมาสก่อนหน้า แต่สูงกว่าร้อยละ 52.81 ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน รวมครึ่งแรกของปี 2564 การผลิตสาขาการผลิตอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.2 เทียบกับ การลดลงร้อยละ 2.9 ในช่วงครึ่งหลังของปีที่ผ่านมา โดยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.4 และ อัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 65.32

ขณะที่สาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหาร ขยายตัวจากฐานต่ำในช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 13.2 เทียบกับการลดลงร้อยละ 35.5 ในไตรมาสก่อนหน้า โดยไตรมาสนี้มี รายรับจากนักท่องเที่ยวชาวไทยอยู่ที่ 0.035 ล้านล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 89.0 ส่วนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยในไตรมาสนี้มีจำนวน 20,275 คน (รวมนักท่องเที่ยวกลุ่ม Thailand Privilege Card) อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 8.24 ลดลงจากร้อยละ 16.15 ในไตรมาสก่อนหน้า แต่สูงกว่าร้อยละ 6.50 ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน รวมครึ่งแรกของปี 2564 การผลิตสาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหารลดลงร้อยละ 17.2 ต่อเนื่องจากการลดลงร้อยละ 37.1 ในช่วงครึ่งหลังของปีที่ผ่านมา

โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศลดลงร้อยละ 99.4 และอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 12.20 สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.6 เทียบกับการลดลงร้อยละ 17.7 ในไตรมาสก่อนหน้า ตามการปรับตัวดีขึ้นของกิจกรรมด้านการส่งออก การผลิตภาคอุตสาหกรรมและ ภาคเกษตร และเงื่อนไขการเดินทางในประเทศที่ผ่อนคลายกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับ การเพิ่มขึ้นของดัชนีบริการขนส่งร้อยละ 20.7 โดย

(1) ดัชนีบริการขนส่งทางอากาศเพิ่มขึ้นร้อยละ 68.0 ปรับตัวดีขึ้นจากการลดลงร้อยละ 66.7 ในไตรมาสก่อนหน้า (2) ดัชนีบริการขนส่งทางบกและท่อลำเลียงเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.6 ปรับตัวดีขึ้นจากการลดลงร้อยละ 4.4 ในไตรมาสก่อนหน้า และ (3) ดัชนีบริการขนส่ง ทางน้ำเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.7 ปรับตัวดีขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 6.9 ในไตรมาสก่อนหน้า


ส่วนบริการสนับสนุนการขนส่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.1 และบริการไปรษณีย์ขยายตัวต่อเนื่องในเกณฑ์สูงร้อยละ 23.2 รวมครึ่งแรกของปี 2564 การผลิตสาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้าลดลงร้อยละ 6.6 เทียบกับการลดลงร้อยละ 21.6 ในช่วงครึ่งหลังของปีที่ผ่านมา สาขาไฟฟ้า ก๊าซ และระบบปรับอากาศ เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9 เทียบกับการลดลงร้อยละ 9.1 ในไตรมาสก่อนหน้า สอดคล้องกับกิจกรรมการผลิตทั้งในภาคการผลิตและภาคบริการที่อยู่ในระดับสูงกว่า ช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยดัชนีการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.5 ปรับตัวดีขึ้นจากการลดลงร้อยละ 4.9 สอดคล้องกับการกลับมาขยายตัวของปริมาณการใช้ไฟฟ้าภาคธุรกิจและปริมาณการใช้ไฟฟ้า ในภาคอุตสาหกรรมร้อยละ 7.0 และร้อยละ 13.7 ตามลำดับ

ขณะที่ดัชนีการผลิตก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.3 ปรับตัวดีขึ้นจากการลดลงร้อยละ 1.1 ในไตรมาสก่อนหน้า สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของปริมาณ ก๊าซธรรมชาติที่ส่งเข้าโรงแยกก๊าซ รวมครึ่งแรกของปี 2564 การผลิตสาขาไฟฟ้า ก๊าซ และระบบปรับอากาศ ลดลงร้อยละ 4.2 เทียบกับการลดลงร้อยละ 11.3 ในช่วงครึ่งหลังของปีที่ผ่านมา

เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ อัตราการว่างงานอยู่ที่ร้อยละ 1.9 ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับร้อยละ 2.0 ในไตรมาสก่อนหน้า และร้อยละ 2.0 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 2.4 ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล 5.2 พันล้านดอลลาร์ สรอ. (16.4 หมื่นล้านบาท) เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2564 อยู่ที่ 2.47 แสนล้านดอลลาร์ สรอ. และหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2564 มีมูลค่าทั้งสิ้น 8,825,097.8 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 56.1 ของ GDP