NEWS UPDATE • CAPITAL MARKETS

ก.ล.ต. เพิ่มประสิทธิภาพงานกำกับบัญชีด้วยเทคโนโลยี RPA

รู้หรือไม่... ในแต่ละปี เจ้าหน้าที่สายงานกำกับบัญชี สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ต้องใช้เวลาในการอ่านรายงานของผู้สอบบัญชีสำหรับงบการเงินงวดไตรมาสและงวดปีรวมกันมากกว่า 500 ชั่วโมง เพื่อเป็นขั้นตอนแรกในกระบวนการตรวจสอบความผิดปกติของงบการเงินของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์กว่า 700 แห่ง 

ก.ล.ต. จึงริเริ่มนำเทคโนโลยี RPA หรือ Robotic Process Automation มาช่วยอ่าน รายงานของผู้สอบบัญชีเพื่อระบุงบการเงินของบริษัทที่มีเงื่อนไขหรือมีข้อสังเกตจากผู้สอบบัญชีแทนเจ้าหน้าที่ ก.ล.ต. ตั้งแต่กลางปี 2562 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในงานด้านกำกับบัญชี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและทิศทางการดำเนินงานของ ก.ล.ต. ที่มุ่งขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ดิจิทัล RPA เป็นหุ่นยนต์ซอฟต์แวร์ง่ายๆ ที่สามารถทำงานแทนเจ้าหน้าที่ ก.ล.ต. ได้อย่างอัตโนมัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้

โดยเริ่มจากใช้ RPA ดาวน์โหลดงบการเงินของของบริษัทจดทะเบียน และเปิดอ่านหน้ารายงานของผู้สอบบัญชี เพื่อเก็บ ความเห็นของผู้สอบบัญชีและแจ้งเตือนเมื่อพบข้อมูลในรายงานของผู้สอบบัญชีที่แสดงให้เห็นว่า งบการเงินอาจมีความผิดปกติซึ่งทำให้สามารถระบุงบการเงินที่อาจผิดปกติได้อย่างตรงเป้าหมายและทันเวลา

กระบวนการทำงานทั้งหมดนี้ของ RPA ใช้เวลาเพียงปีละ 64 ชั่วโมงเท่านั้น ดังนั้น เมื่อเทียบกับชั่วโมงการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ต้องใช้ถึง 500 ชั่วโมงแล้ว RPA ช่วยลดเวลาทำงานได้ถึง 87.5% แม้ว่าในช่วงแรกจะต้องใช้เวลาระยะหนึ่งในการเรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างเจ้าหน้าที่ ก.ล.ต. กับหุ่นยนต์ซอฟต์แวร์ โดยเฉพาะการสอนหุ่นยนต์ซอฟต์แวร์ให้เรียนรู้ keyword ต่างๆ ในรายงานของผู้สอบบัญชี เพื่อให้ทำหน้าที่ได้ตรงตามความต้องการและมีความแม่นยำ แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นคุ้มค่า เพราะ RPA ทำหน้าที่เป็น ตะแกรงที่กรองในชั้นแรก ที่นอกจากจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ประหยัดเวลาในการอ่านรายงานของผู้สอบบัญชีในเบื้องต้นแล้ว ยังสามารถนำเวลาที่ประหยัดได้ ไปทุ่มเทกับการวิเคราะห์ความผิดปกติของงบการเงินในเชิงลึกอย่างตรงเป้าหมาย

การนำเทคโนโลยี RPA จึงเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังการเปิดเผยข้อมูลในงบการเงิน และสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุนไปพร้อมกัน และยังช่วยคนให้คนรุ่นใหม่สนใจงานด้านกำกับบัญชีมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเทคโนโลยี RPA จะตอบโจทย์การทำงานด้านกำกับบัญชีได้ในระดับหนึ่งแล้ว แต่เพราะการพัฒนาทางเทคโนโลยีไม่เคยหยุดนิ่ง ก.ล.ต. จึงมองหาเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา โดยขณะนี้สายงานกำกับบัญชีอยู่ระหว่างการนำ AI หรือ Artificial Intelligence และ Big Data Analytic มาใช้ในการวิเคราะห์และตรวจจับงบการเงินที่มีรายการผิดปกติ และการทำรายการที่ไม่เหมาะสม ซึ่งหวังว่าจะได้เห็น ผลสำเร็จในไม่ช้านี้


ธวัชชัย เกียรติกวานกุล

ผู้ช่วยเลขาธิการสายงานกำกับบัญชี

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)