NEWS UPDATE • CAPITAL MARKETS

SSP ซีโอดีโซลาร์ฟาร์ม ลีโอ 1 ในญี่ปุ่น 26 MW เรียบร้อยแล้ว

นายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2564 บริษัทได้ดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date: COD) ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น ในโครงการ LEO 1 มีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 20 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ส่งผลให้บริษัทฯมีกำลังการผลิตไฟฟ้าในมือเพิ่มขึ้นเป็น 163 เมกะวัตต์จากเดิมอยู่ที่ 143 เมกะวัตต์


ขณะที่บริษัทคาดว่า โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม ในประเทศเวียดนาม ขนาดกำลังการผลิต 48 เมกะวัตต์ น่าจะเริ่ม COD ในไตรมาส 4/2564 ซึ่งจะช่วยผลักดันกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งใน และต่างประเทศสิ้นปี 2564 เพิ่มขึ้นเป็น 200 เมกะวัตต์


"บริษัทฯสามารถ COD โครงการ LEO 1 ได้ตามแผนงานที่วางไว้ และสามารถรับรู้รายได้ได้ทันที ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ผลงานปี 2564 เติบโตได้ในระดับ 20% จากปีก่อน ส่วนความคืบหน้าของโครงการโรงไฟฟ้า Leo 2 ขนาดกำลังการผลิต 17 เมกะวัตต์ ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาโครงการและคาดว่าจะจ่ายไฟฟ้าได้ตามเป้าหมายเช่นกัน แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงเดินหน้าเข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบของเชื้อเพลิงชนิดต่างๆเพิ่มเติม เพื่อผลักดันให้กำลังการผลิตไฟฟ้าในมือปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 400 เมกะวัตต์ ภายในปี 2567"


ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวอีกว่า ปัจจุบันบริษัทฯ มีความสนใจที่จะเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าประเภท SPP ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ซึ่งมีขนาดกำลังผลิตรวม ประมาณ 50 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล (Biomass) โดยพยายามจะมองหาโอกาสเข้าซื้อลงทุนในโครงการต่างๆมากขึ้นมาเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้า

นายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2564 บริษัทฯได้ดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date: COD) ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น ในโครงการ LEO 1 มีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 20 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ส่งผลให้บริษัทฯมีกำลังการผลิตไฟฟ้าในมือเพิ่มขึ้นเป็น 163 เมกะวัตต์จากเดิมอยู่ที่ 143 เมกะวัตต์


ขณะที่บริษัทฯคาดว่า โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม ในประเทศเวียดนาม ขนาดกำลังการผลิต 48 เมกะวัตต์ น่าจะเริ่ม COD ในไตรมาส 4/2564 ซึ่งจะช่วยผลักดันกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งใน และต่างประเทศสิ้นปี 2564 เพิ่มขึ้นเป็น 200 เมกะวัตต์


"บริษัทฯสามารถ COD โครงการ LEO 1 ได้ตามแผนงานที่วางไว้ และสามารถรับรู้รายได้ได้ทันที ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ผลงานปี 2564 เติบโตได้ในระดับ 20% จากปีก่อน ส่วนความคืบหน้าของโครงการโรงไฟฟ้า Leo 2 ขนาดกำลังการผลิต 17 เมกะวัตต์ ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาโครงการและคาดว่าจะจ่ายไฟฟ้าได้ตามเป้าหมายเช่นกัน แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงเดินหน้าเข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบของเชื้อเพลิงชนิดต่างๆเพิ่มเติม เพื่อผลักดันให้กำลังการผลิตไฟฟ้าในมือปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 400 เมกะวัตต์ ภายในปี 2567"


ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวอีกว่า ปัจจุบันบริษัทฯ มีความสนใจที่จะเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าประเภท SPP ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ซึ่งมีขนาดกำลังผลิตรวม ประมาณ 50 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล (Biomass) โดยพยายามจะมองหาโอกาสเข้าซื้อลงทุนในโครงการต่างๆมากขึ้นมาเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้า