<

WEALTH • STOCK - DERIVATIVES

เงินเฟ้อส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มไหนบ้าง

เงินเฟ้อ นอกจากจะกระทบต่อชีวิตประจำวันของคนจำนวนมาก เพราะเป็นสภาวะที่ราคาสินค้าและบริการแพงขึ้น ทำให้มูลค่าเงินในกระเป๋าลดลง แต่รู้ไหมว่า? อัตราเงินเฟ้อยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการลงทุน และมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นอีกด้วย

 

นั่นเพราะอัตราเงินเฟ้อคำนวณมาจากตัวเลขดัชนี CPI หรือ ดัชนีราคาผู้บริโภค ซึ่งเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจทั้งระบบในหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นการปรับขึ้นราคาสินค้า ค่าอาหาร  ค่าเดินทาง ราคาที่ดิน ค่าจ้างแรงงาน ค่ารักษาพยาบาล กำไรของบริษัทจดทะเบียน อัตราดอกเบี้ย รวมถึงนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลก

 

สำหรับผลกระทบของเงินเฟ้อต่อตลาดหุ้น ถ้าว่ากันตามทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ การเกิดเงินเฟ้ออ่อน ๆ ถือเป็นเรื่องที่ดีต่อภาพรวมตลาดหุ้น เพราะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเศรษฐกิจกำลังเติบโตไปข้างหน้า  แต่กรณีที่เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นรวดเร็วจนเกินไป อาจส่งผลให้ธนาคารกลางปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อชะลอเงินเฟ้อ และยังส่งผลกระทบในทางลบต่อตลาดหุ้นด้วย เนื่องจากการเพิ่มดอกเบี้ย จะทำให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทจดทะเบียนสูงขึ้นตามนั่นเอง ซึ่งทำให้สเน่ห์ในหุ้นหลายๆ ลดลงไป

 

อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อย่อมมีผลต่อหุ้นแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมไม่เท่ากันอยู่แล้ว คำถามคือแล้วหุ้นกลุ่มไหนบ้างที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากเงินเฟ้อ ?

 


หุ้นวัฏจักร หรือ Cyclical Stock

 

หุ้นวัฏจักรที่ขายสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน ยางมะตอย ยางพารา ฯลฯธรรมชาติของหุ้นกลุ่มนี้คือราคาจะปรับขึ้นลงตามวัฏจักรเศรษฐกิจ เมื่อใดที่เศรษฐกิจดีธุรกิจก็จะดีตามไปด้วย แต่หากเศรษฐกิจซบเซา    ผลประกอบการของบริษัทก็จะซบเซาลงตามภาวะเศรษฐกิจเช่นกัน

 

เป็นเพราะว่าเงินเฟ้อมีความสัมพันธ์โดยตรงกับราคาขายสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งส่งผลดีต่อตัวเลขรายได้รวมจาการขายสินค้าและอัตรากำไรขั้นต้น (Gross profit margin) ที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยนักลงทุนสามารถใช้เครื่องมือ SETSMART สำรวจงบการเงินล่าสุดและย้อนหลัง 5 ปี ของบริษัทจดทะเบียนที่สนใจ ได้ง่าย ๆ ที่เมนู Financial Statement หรือดาวน์โหลดงบการเงินฉบับเต็มเพื่อวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานแบบละเอียดยิ่งขึ้น

 

 

หุ้นที่ประกอบธุรกิจนำเข้า

 

อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น จะเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า เพราะเมื่ออัตราดอกเบี้ยในประเทศสูงขึ้น จะเป็นการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ และส่งผลต่อให้ค่าเงินของประเทศแข็งค่าขึ้น เพราะฉะนั้นผู้ที่ประกอบธุรกิจนำเข้า ก็จะได้รับประโยชน์จากต้นทุนการนำเข้าสินค้าที่ต่ำลง พูดง่าย ๆ คือใช้เงินซื้อสินค้าเท่าเดิม แต่ได้ของในปริมาณที่มากขึ้น

 

ทั้งนี้ ค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น จะสะท้อนไปที่อัตรากำไรขั้นต้น (Gross profit margin) ของบริษัทจดทะเบียนที่ประกอบธุรกิจนำเข้าสินค้า รวมถึงอาจมีรายการกำไรหรือขาดทุนพิเศษจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วย ซึ่งเราสามารถใช้ข้อมูลอัตราส่วนทางการเงินจาก SETSMART เปรียบเทียบหุ้นที่อยู่ในธุรกิจใกล้เคียงกัน เพื่อวิเคราะห์ความสามารถในการแข่งขัน

 

 


หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์

 

เมื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง ธนาคารจะได้ประโยชน์จากยอดสินเชื่อที่มีโอกาสเติบโตขึ้น เพราะภาคธุรกิจเริ่มขยายตัวทั้งในด้านการลงทุน การผลิต และการจ้างงาน ขณะเดียวกันเงินเฟ้อนั้นมีผลต่อดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งส่งผลโดยตรงมายังธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากรายได้หลักของธนาคารมาจากดอกเบี้ยในการปล่อยสินเชื่อ ดังนั้นเมื่อมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย จะทำให้ธนาคารมีช่องว่างปรับดอกเบี้ยเงินกู้ให้สูงขึ้น เพื่อเพิ่มส่วนต่างของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin)

 

 

หุ้นกลุ่มธุรกิจประกันชีวิต

 

นักลงทุนทราบกันดีอยู่แล้วว่า Bond Yield หรือ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล มีความสัมพันธ์ในทางเดียวกันกับเงินเฟ้อ ดังนั้นกลุ่มที่มีการลงทุนในพันธบัตร จะได้ประโยชน์จากผลตอบแทนที่สูงขึ้น และหนึ่งในนั้นคือธุรกิจประกัน เพราะมีการนำเบี้ยประกันของลูกค้าไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทน ซึ่งส่วนมากก็จะอยู่ในสินทรัพย์ที่ไม่ได้มีความเสี่ยงสูงมากนักอย่างพันธบัตรและหุ้นกู้

 

 


อ้างอิง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย https://www.setinvestnow.com