NEWS UPDATE • CAPITAL MARKETS

ปตท.ยืนยันกับผู้ถือหุ้น ปี 63 มีปันผลแน่นอน แม้กำไรต่ำกว่าปีก่อน

ปตท.ยันปี 63 จ่ายปันผลแน่นอน แม้กำไรต่ำกว่าปีก่อน ขณะที่บอร์ดมอบนโยบายหลัก ให้รักษาสภาพคล่องและอันดับเครดิต เพราะหากเสียอันดับเครดิตจะทำให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น ส่วนการนำ OR เข้าตลาดหุ้นขึ้นอยู่กับภาวะตลาด 

นายไกรฤทธิ์ อุชุกานนท์ชัย ประธานกรรมการ บมจ.ปตท. (PTT) เปิดเผยในงานประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า  แนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2563 มีโอกาสต่ำกว่าปีที่แล้วซึ่งมีกำไรสุทธิ 92,951 ล้านบาท หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และสงครามราคาน้ำมัน อย่างไรก็ตาม ปตท.ยืนยันที่จะยังคงจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะสามารถจ่ายเงินปันผลได้ในอัตราเท่าใด หลังจากในปี 2562 จ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในอัตรา 63% ของกำไรสุทธิ หรือหุ้นละ 2 บาท

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ทำให้คณะกรรมการได้มอบให้เป็นนโยบายหลัก คือ การรักษาสภาพคล่องและอันดับเครดิต เพราะหากเสียอันดับเครดิตจะทำให้ต้นทุนทางการเงินของปตท.สูงขึ้น ดังนั้น การจะจ่ายปันผลต้องพิจารณาให้รอบคอบทุกด้าน ซึ่งรวมถึงด้านการลงทุนที่มีการลดการลงทุนบางโครงการ ส่วนบางโครงการที่จำเป็นก็ยังเดินหน้าต่อไป

ส่วนกรณีที่นักลงทุนบางรายอาจจะกังวลการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลของ ปตท. หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขอให้ธนาคารพาณิชย์งดจ่ายปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานปี 2563 นั้น ยืนยันว่าธุรกิจของ ปตท.แตกต่างจากธุรกิจธนาคารพาณิชย์ โดยการจ่ายปันผลจะพิจารณาเรื่องการลงทุน การรักษาสภาพคล่องและอันดับเครดิต ส่วนธนาคารพาณิชย์หากมีการจ่ายเงินปันผลออกไปมากก็จะกระทบต่อเงินกองทุนซึ่งมีผลต่อความสามารถในการปล่อยสินเชื่อ อย่างไรก็ตาม ปตท.จะมีการจ่ายปันผลระหว่างกาลหรือไม่ต้องรอดูผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ก่อน

นายไกรฤทธิ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการนำหุ้นบมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯว่ายังต้องพิจารณาจากภาวะตลาดด้วย หากได้ราคาดีก็พร้อมที่จะเสนอขาย เพราะการขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไป (IPO) เท่ากับเป็นการลดสัดส่วนการเป็นเจ้าของ โดยการขายหุ้นยังมีระยะเวลา 1 ปีภายหลังจากที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อนุมัติแล้ว

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ปตท. กล่าวว่า ปตท.ได้ทบทวนแผนงาน เพื่อรองรับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดของไวรัสโควิด -19 อย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาได้ปรับลดเงินลงทุนปี 2563 วงเงิน 15,000 ล้านบาท และตัดลดค่าใช้ดำเนินงาน 5,000 ล้านบาท ส่วนโครงการลงทุนระยะยาวที่จำเป็นต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปตท.ยังดำเนินการต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งล่าสุด ปตท.ก็ได้เสนอตัวเป็นผู้ให้บริการน้ำมันในพื้นที่สนามบินอู่ตะเภาอีกด้วย

ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงได้เร่งรัดการลงทุนที่จำเป็นต่อเนื่องของกลุ่มปตท.ในครึ่งปีหลัง 2563 วงเงิน ราว 1.48 แสนล้านบาท และปตท.ยังเรียกพนักงาน ให้กลับมาทำงานทั้งหมดภายในเดือนก.ค.นี้ หลังจากให้พนักงานทำงานที่บ้าน ตามนโยบาย"อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ" เพราะการให้พนักงานกลับมาทำงานให้ครบก็จะเป็นหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจและสุดท้ายก็กลับมาเป็นผลดีต่อการบริโภคสินค้าในกลุ่ม ปตท.ตามมาด้วย