NEWS UPDATE • BANKING

SCB บุกธุรกิจนายหน้าประกันภัยครบสูตร ตั้งไทยพาณิชย์ โพรเทคเจาะลูกค้ากลุ่มแมส

ธนาคารไทยพาณิชย์ ตั้งบริษัท ไทยพาณิชย์ โพรเทค จำกัด พร้อมลุยธุรกิจนายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัยเต็มรูปแบบ เร่งสร้างที่ปรึกษาด้านความคุ้มครองกว่า 500 คนดูแลลูกค้าในพื้นที่ นำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต สุขภาพ ประกันทรัพย์สิน และประกันออมทรัพย์ พร้อมเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการไตรมาส 3 นี้ 


นางสาวปรมาศิริ มโนลม้าย รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจประกัน ธนาคารไทยพาณิชย์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยพาณิชย์ โพรเทค จำกัด เปิดเผยว่า จากวิสัยทัศน์ของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ที่ต้องการให้คนไทยมีความคุ้มครองและเข้าสู่การออมอย่างเป็นระบบ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับทุกความไม่แน่นอนในอนาคต

ดังนั้น ธนาคารจึงตัดสินใจที่จะดำเนินธุรกิจนายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัยอย่างเต็มรูปแบบผ่านบริษัทในเครือ คือ บริษัท ไทยพาณิชย์ โพรเทค จำกัด เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าตลาดแมสของธนาคาร ที่ปัจจุบันมีเพียง 3% จากฐานลูกค้ากว่า 16 ล้านคนที่มีการทำประกัน  โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ประกันวินาศภัยที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ารวมถึงให้คำแนะนำบริการอื่นๆของธนาคารด้วย

สำหรับบริษัท ไทยพาณิชย์ โพรเทค จำกัด เป็นบริษัทในเครือของธนาคารไทยพาณิชย์ ถือหุ้นโดยธนาคารไทยพาณิชย์ 100%  โดยมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 303 ล้านบาท  เพื่อดำเนินธุรกิจบริษัทนายหน้าประกันภัยอย่างครบวงจร โดยการนำเสนอความคุ้มครองผ่าน 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการหลักคือ ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันทรัพย์สิน และประกันออมทรัพย์ ที่คุ้มครองครอบคลุมทุกช่วงเวลาตั้งแต่การหารายได้ การใช้จ่าย การออมเงิน โดยจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตของบริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และผลิตภัณฑ์ประกันภัยของเช่น บริษัท เทเวศร์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นต้น 

โดยในอนาคตบริษัทพร้อมที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและประกันวินาศภัยที่หลากหลายของทุกบริษัทประกัน เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกต้าที่ต้องการสร้างเงินออม สร้างความคุ้มครองชีวิต ดูแลความเสี่ยงภัยของทรัพย์สิน เป็นต้น พร้อมนำเสนอบริการที่หลากหลายครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า โดยมีเจ้าหน้าที่ปรึกษาด้านความคุ้มครองคอยให้คำปรึกษาและแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม คุ้มค่า คอยดูแลในทุกพื้นที่อย่างใกล้ชิด ผ่านทุกช่องทางการจำหน่ายของบริษัท 

นางสาวปรมาศิริ กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการสร้างที่ปรึกษาด้านความคุ้มครอง (Protection Consultant) เพื่อประจำในแต่ละพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ทุกคนจะได้รับการอบรมจากวิทยากรมืออีพของบริษัทเพื่อให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ด้านประกันที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่คุ้มค่า พร้อมบริการหลังการขายที่รวดเร็ว เข้าถึงได้ง่าย โดยจะเน้นการเสนอผลิตภัณฑ์ด้านประกันและบริการกับลูกค้ากลุ่มแมสของธนาคารผ่านแพลตฟอร์มที่ธนาคารและบริษัทพัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปรึกษาด้านความคุ้มครองและลูกค้า

โดยบริษัทจะเตรียมเรื่องการอบรม การพาไปสอบใบอนุญาตนายหน้าประกัน และการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความรู้ให้กับทีมงานของเราอยู่ตลอด ซึ่งภายในสิ้นปี 2563 ตั้งเป้าที่จะมี Protection Consultant อย่างน้อย 500 คน และในอนาคตจะต้องมี Protection Consultant ให้ได้ตำบลละ 1 คนทั่วประเทศ เนื่องจากการมีเจ้าหน้าที่ที่เป็นคนท้องถิ่น จะทำให้สามารถเข้าใจปัญหาและอุปสรรคของคนในพื้นที่ โดยหน้าที่หลักของ Protection Consultant คือ นำเสนอแผนความคุ้มครองด้านประกันชีวิตและประกันวินาศภัยให้ลูกค้า และให้บริการลูกค้าหลังการขายอย่างใส่ใจ

สำหรับช่องทางการจำหน่ายหลักของบริษัทประกอบด้วย 3 ช่องทางคือ ช่องทางการขายผ่าน Protection Consultant ช่องทางดิจิทัล และช่องทางเทเลเซลส์ ซึ่งในแต่ละช่องทางจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันเพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มแมสของธนาคารเป็นหลัก โดย  Protection Consultant ถือเป็นช่องทางหลักของไทยพาณิชย์ โพรเทค คาดจะเริ่มได้ในปลายไตรมาสสามของปี 2563 นี้ 

นางสาวปรมาศิริ กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของบริษัท คือ อยากเห็นคนไทยมีความคุ้มครองและเข้าสู่การออมอย่างเป็นระบบ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับทุกความไม่แน่นอนในอนาคต จึงต้องการเน้นในเรื่องการเข้าถึงลูกค้าผ่านทีม Protect Consultant เป็นลำดับแรก โดยตั้งเป้าไว้ว่า ควรเข้าถึงลูกค้าในแต่ละเดือนได้มากกว่าตลาดอย่างน้อย 5 เท่าเมื่อเทียบกับตัวแทนที่ขายประกันที่เฉลี่ยมีการเข้าถึงลูกค้าประมาณ 1.7 รายต่อเดือน

โดยในช่วงปีแรกของการดำเนินธุรกิจของบริษัท จะให้ความสำคัญอย่างมากในเรื่องการมีระบบที่ดีเพื่อช่วยในการขายและการบริการ การอบรมพนักงานให้มีความรู้ ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ด้านความคุ้มครอง และความเข้าใจในลูกค้าที่แตกต่างกันออกไป โดยมุ่งหวังว่า บริษัทจะมีส่วนช่วยเติมเต็มให้คนไทยเข้าถึงประกันทุกรูปแบบได้สะดวก และคุ้มค่าที่สุด โดยอยากเห็นคนไทยมีอัตราการเข้าถึงประกันเพิ่มขึ้นให้มากที่สุดปัจจุบันที่มี 30% โดยมีเป้าหมายในปี 2564 จะผลิตเบี้ยประกันปีแรกเริ่มต้นประมาณ 1,000 ล้านบาท