NEWS UPDATE • CAPITAL MARKETS

หุ้นไทย จบครึ่งปีแรกติดลบ 15.24 % ต่างชาติขายหนัก 2.16 แสนล้าน

บล.โนมูระ พัฒนสิน คาดไตรมาส 3 ดัชนี SET วิ่งในกรอบ 1,210-1,420 จุด  แย่สุดอาจได้เห็น 1,100 จุด แจกโผ 7 หุ้นเด่น OSP, BEM, INTUCH, BDMS, DOHOME, SPALI และKCE

หุ้นไทย เดินมาถึงครึ่งทางของปี 2563 ถือว่าปิดตลาดได้สวยงาม เพราะสามารถยืนในแดนบวกได้ โดยดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ( SET) ปิดตลาดวันที่ 30 มิถุนายน ที่ระดับ 1,339.03 จุด เพิ่มขึ้น 9.27 จุด 

สำหรับภาพรวมครึ่งปีแรก บรรยากาศตลาดหุ้นไทย เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดโลก ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19  ที่กินระยะเวลานานถึง 6 เดือนแล้ว โดยที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน และช่วงเดือนมีนาคมและเดือนเมษายน ถือเป็นช่วงวิกฤตที่สุด โดยดัชนี SET ปรับตัวลงปิดต่ำสุดที่ระดับ 1,024.46 จุด ณ วันที่ 23 มีนาคม 

ผลกระทบจากโควิด-19 ส่งผลให้  SET อำลาโค้งแรกติดลบ 15.24 % เมื่อนับจากดัชนีปิดที่ระดับ 1,579.84 จุด ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2562 นั่นก็หมายความว่า นักลงทุนที่ลงทุนตั้งแต่วันแรกของเดือนมกราคม ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดทำการซื้อขายถือว่าขาดทุน

สำหรับการซื้อขายของนักลงทุนรายกลุ่ม พบว่าในครึ่งปีแรก นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 2.16 แสนล้านบาท ขณะที่สถาบันในประเทศ ซื้อสุทธิ 74,162.05 ล้านบาท นักลงทุนทั่วไปในประเทศ ซื้อสุทธิ 1.42 แสนล้านบาท ส่วนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.)ซื้อสุทธิเล็กน้อยที่ 527.46 ล้านบาท  

ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นไทยไตรมาส 3 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน คาดว่าภาพการลงทุน มีความเสี่ยง 3 ด้าน ที่ตลาดจะต้องรอตรวจสอบ

ประเด็นแรก ความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดรอบ 2 ของไวรัสโควิด-19

ประเด็นที่ 2 สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน

ประเด็นที่ 3 ลักษณะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำไรตลาด

จาก 3 ปัจจัยดังกล่าวข้างต้น คาดว่าน่าจะทำให้ตลาดหุ้นไทยอยู่ในช่วงพักตัว 1-3 เดือน ในกรอบแนวรับที่ดัชนี 1,286/1,210 จุด(กรณีแย่ 1,100 จุด) และแนวต้าน 1,400 /1,420 จุด 

กลยุทธ์การลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน คงคำแนะนำถือหุ้นน้อยราว 20-25% ของพอร์ตลงทุน หลังแนะนำให้ลดมาช่วงดัชนีแตะ 1,420-1,450จุด และถือสินทรัพย์ปลอดภัยราว 80-75% 

หุ้นแนะนำไตรมาส 3 จากบล.โนมูระ พัฒนสิน 

1.OSP มีกระแสเงินสดแข็งแรง

2.BEM ฟื้นตัวต่อเนื่องรับโครงสร้างขนส่งไทยที่ยังมีข้อจำกัดในการเดินทาง 

3.INTUCH เป็นหุ้นปันผลสูงและกระแสเงินสดมั่นคง  

4.BDMS จะได้รับอานิสงส์จากช่วงฤดูกาล และราคายังปรับตัวน้อยกว่ากลุ่ม อีกทั้ง เป็นตัวแทนของมูลค่า หุ้นคุณภาพ  และหุ้นที่ยังปรับตัวน้อยกว่าตลาด  

5.DOHOME จะเติบโตไปกับงานก่อสร้างภาครัฐ และกระแสการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย

6.SPALI ธุรกิจที่อยู่อาศัยที่จะฟื้นตัวเด่นในปี 2564 แต่แนะนำทยอยสะสมปีนี้ จาก Valuation ดึงดูด

7.KCE จุดเปลี่ยนของยอดขายที่มีโอกาสเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นจากกลุ่มยูโรเริ่มออกมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ  เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มเติบโตสูงและกลุ่มที่จะกลับมาฟื้นตัว